November 6, 2021

ทำธุรกิจต้องรู้! รวมวิธีสร้าง Content กระตุ้นยอดขาย เขียนยังไงให้ได้ลูกค้าใหม่

Reading Time: 3 minutes

Content ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำตลาดออนไลน์เลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นเสมือนเครื่องมือในการสื่อสารที่ตัวธุรกิจใช้เป็นสื่อกลางในการพูดคุยกับผู้รับสาร ซึ่งก็คือกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้านั่นเอง ฉะนั้นแบรนด์จะมีภาพลักษณ์แบบไหน มีจุดยืนอย่างไร ลูกค้าให้ความสนใจมากน้อยขนาดไหน คอนเทนต์นี่แหละคือตัวกำหนดภาพรวมของทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้การทำคอนเทนต์จึงเป็นศาสตร์เฉพาะที่ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในการทำ ต้องมีประสบการณ์ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และเทคนิคที่มากพอถึงจะสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการออกมาได้ 

 

ดังนั้นวันนี้ Cotactic จึงอยากพาผู้ประกอบการที่สนใจทำคอนเทนต์ มาสำรวจเทคนิคและวิธีการสร้างเนื้อหาเพื่อกระตุ้นยอดขายกัน ว่าต้องทำคอนเทนต์แบบไหนถึงจะประสบความสำเร็จ แต่ก่อนที่จะไปรู้จักเทคนิคต่าง ๆ เราควรรู้ก่อนว่าคอนเทนต์ในแง่มุมของการทำ Content Marketing คืออะไร มีคอนเซปต์ มีกรอบความคิดเป็นเช่นไร มาเริ่มกันเลยครับ

 

 

Content คืออะไร?

Content แปลว่า เนื้อหา ในแง่มุมของการทำ Content Marketing คอนเทนต์คือสาร ข้อมูล หรือเรื่องราวที่แบรนด์บอกเล่าให้แก่ลูกค้าเพื่อบรรลุความต้องการในเป้าหมายทางการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการรับรู้ กระตุ้นยอดขาย ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ เป็นต้น 

 

Content

 

แล้วการทำคอนเทนต์แตกต่างกับการทำโฆษณาในยุคเก่าตรงไหน?

คำตอบคือ การทำคอนเทนต์ในปัจจุบันเป็นเหมือนการสร้างตัวตนให้แก่แบรนด์ เพราะมันไม่ใช่แค่การทำเนื้อหาแล้วปล่อยออกมา แต่มันคือการสร้างการรับรู้ ความน่าเชื่อถือ การวางรากฐานตัวตนหรือภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้แก่ลูกค้าได้รู้จัก ว่าเราเป็นใคร ต้องการอะไร มีจุดยืนแบบไหน ในปัจจุบันเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่หลากหลายองค์กรธุรกิจ พยายามจะสร้างคอนเทนต์หรือเนื้อหาที่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจของพวกเขาได้ 

 

คอนเทนต์ที่เรามักเห็นบนอินเตอร์เน็ตก็จะมีตั้งแต่ วิดีโอ ภาพ เสียง และงานเขียนจำพวกบทความหรือแคปชั่นบนโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่ง คอนเทนต์เหล่านี้ก็คือเครื่องมือในการทำการตลาดออนไลน์ที่สำคัญ โดยมันจะถูกสร้างขึ้นจากการศึกษากลุ่มเป้าหมาย รวบรวมสถิติข้อมูลต่าง ๆ สำรวจความต้องการหรือพฤติกรรมของลูกค้า จากนั้นก็กลั่นกรองออกมาเป็นเนื้อหาที่ถูกออกแบบมาอย่างดี เพื่อใช้ประโยชน์ตามจุดมุ่งหมายของตัวธุรกิจนั่นเอง

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

ประเภทของ Content 

การแบ่งประเภทของคอนเทนต์นั้นสามารถแบ่งได้หลายหมวดหมู่มากมายขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เกณฑ์อะไรมาวัด แต่หากเราใช้ “เป้าหมายของการสื่อสาร” ที่เป็นแก่นสำคัญของการทำการตลาดมาเป็นเกณฑ์ เราก็จะสามารถแบ่งคอนเทนต์ออกมาได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

 

1.คอนเทนต์สร้างยอดขายหรือส่งเสริมการขาย (Sale)

คอนเทนต์ประเภทนี้มีให้เห็นอยู่เต็มไปหมดในเพจของธุรกิจหรือแบรนด์ต่าง ๆ เรียกได้ว่าหากทำธุรกิจเราจะขาดคอนเทนต์ประเภทนี้ไปไม่ได้เลย คอนเทนต์ประเภทนี้จะมาในรูปแบบของการประชาสัมพันธ์ข้อเสนอ ส่วนลด หรือโปรโมชั่นต่าง ๆ มีตั้งแต่เนื้อหาที่ขายกันตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม บอกถึงข้อมูลของสินค้าบริการ เงื่อนไข ราคา หรือเนื้อหาที่กระตุ้นให้คนที่อ่านอยากซื้ออยากใช้ โน้มน้าวใจผู้บริโภคเพื่อหาลูกค้าใหม่ผ่านโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เป็นต้น

 

Content marketing

 

การสร้างคอนเทนต์ประเภทนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงไม่ต้องแต่งเติมหรือใช้อะไรเสริมมากนักก็สามารถสร้างขึ้นมาใช้งานได้เลย แต่จุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ ความชัดเจนและความถูกต้องของเนื้อหาที่ต้องมีการตรวจสอบในเรื่องของราคา ข้อมูล หรือเงื่อนไขอยู่เสมอ เพราะการทำงานของคอนเทนต์ประเภทนี้คือการสื่อสารเพื่อทำการขาย หากมีข้อมูลที่ผิดพลาด ไม่อัปเดตโปรโมชั่นให้เป็นปัจจุบัน เงื่อนไขการซื้อหรือใช้บริการตกหล่นไป ก็อาจส่งผลเสียต่อแบรนด์มากกว่าที่คิด 

 

อีกเรื่องที่สำคัญคือการทำคอนเทนต์ประเภทนี้จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ให้รอบคอบ เพราะหากมีเนื้อหาที่มุ่งเน้นแต่การขายมากเกินไปแบรนด์ก็จะขาดความน่าสนใจ ไม่มีจุดเด่นที่น่าดึงดูดอะไร ฉะนั้นคอนเทนต์ส่งเสริมการขายจึงควรทำสลับกับคอนเทนต์ประเภทอื่น ๆ ถึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

2.คอนเทนต์ให้ความรู้ (Information)

คอนเทนต์ประเภทนี้มักมาในรูปแบบของบทความ คลิปวิดีโอแชร์ความรู้ แชร์เทคนิค หรือ How to ต่าง ๆ ซึ่งมีให้เห็นเยอะบนอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาด้านไหนก็ตาม การทำคอนเทนต์ให้ความรู้มักเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Digital Marketing ที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมันเป็นคอนเทนต์ที่ผลิตได้ง่าย มีประสิทธิภาพในระยะยาว ช่วยในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์สร้างการรับรู้ การแสดงออกถึงจุดยืนของแบรนด์ ทั้งหมดนี้จะทำให้แบรนด์หาลูกค้าได้ง่ายขึ้น เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีมุมมองต่อแบรนด์ในแง่บวกนั่นเอง 

 

ซึ่งคอนเทนต์ให้ความรู้ก็จะมีมิติการทำงานและเนื้อหาที่แตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับครีเอเตอร์หรือตัวแบรนด์ว่าสร้างขึ้นมาเพื่อเป้าหมายอะไร ในบางครั้งความรู้ที่อยู่ในคอนเทนต์อาจเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดออนไลน์ที่มีเป้าหมายเพื่อขายสินค้าบริการแฝงลงไป บางครั้งก็อาจเป็นคอนเทนต์แชร์องค์ความรู้ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของแบรนด์ให้ดูสูงขึ้น เป็นต้น

 

แต่จำไว้ว่าการสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้ ต้องมีพื้นฐานจากความถูกต้องเป็นสำคัญ คุณต้องรู้จริง เข้าใจจริง ข้อมูลที่จะนำมาเขียนต้องเป็นชุดความรู้หรือข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเท่านั้น เพราะหากคุณสร้างคอนเทนต์ให้ความรู้ที่มาจากข้อมูลผิด ๆ นั่นอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจคุณมากกว่าที่คิดก็เป็นได้

 

online marketing

 

3.คอนเทนต์เพื่อความบันเทิง (Entertain)

ในปัจจุบันเรามักจะเห็น คอนเทนต์ ประเภทนี้บนโลกออนไลน์เสมอไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหนก็ตาม โดยคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการการเสพสื่อที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย บ้างก็ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อสร้างความสนุกและเสียงหัวเราะอย่างแท้จริง บ้างก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อยกระดับการส่งเสริมการขายสินค้าบริการของแบรนด์ต่าง ๆ กลุ่มผู้บริโภคจะชื่นชอบคอนเทนต์ประเภทนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องมาจากความเข้าถึงง่ายและมีเนื้อหาที่ไม่ซับซ้อนนั่นเอง

 

ซึ่งในปัจจุบันนี้รูปแบบคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นคลิปวิดีโอสั้นยาวทั้งหลายบนแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Youtube, Facebook หรือ Tiktok เพราะผู้คนที่เล่นอินเตอร์เน็ตจะชอบอะไรที่เรียบง่าย สนุกสนาน ไม่ยุ่งยาก การสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคจำนวนมากย่อมเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าคอนเทนต์นั้นจะมาในรูปแบบของงานเขียน ภาพ หรือคลิปวิดีโอก็ตาม ฉะนั้นถ้าการสร้างคอนเทนต์เพื่อความบันเทิงถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี มันก็จะสามารถสร้างอิมแพคต่อการประชาสัมพันธ์ในวงกว้างได้มากกว่าคอนเทนต์ประเภทอื่นรวมกันเสียอีก

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

4.คอนเทนต์กระแสนิยม (Trending)

เป็นเรื่องปกติที่เราจะเห็นคอนเทนต์กระแสนิยมบนโลกออนไลน์ในหลายเพจหลายแบรนด์ธุรกิจ เพราะในปัจจุบันเทรนด์ต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ถูกหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านกันอย่างรวดเร็ว หลายอย่างกลายเป็นกระแสได้ในชั่วข้ามคืน แต่พอถัดมาอีกสัปดาห์ก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉะนั้นแล้วคอนเทนต์กระแสนิยมจึงเป็นเหมือนการตามเทรนด์ ณ ช่วงเวลานั้น ให้ตัวธุรกิจหรือแบรนด์เรียกความสนใจจากผู้บริโภคเพื่อสร้างแนวทางไปสู่จุดประสงค์ต่าง ๆ ในขั้นถัดไป โดยอาจสร้างคอนเทนต์เพื่อเรียก Engagement จากกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านมาเห็น สร้างคอนเทนต์ที่ส่งต่อไปยังโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอื่น ๆ หรือสร้างคอนเทนต์ดึงดูดความสนใจเพื่อหาลูกค้าใหม่ เป็นต้น

 

Digital Marketing

 

รวมเทคนิคการเขียนเรียกลูกค้า สร้างคอนเทนต์ให้ปังไม่ใช่เรื่องยาก!

 

1.รู้จักกลุ่มเป้าหมาย

คอนเทนต์ที่ดีคือ คอนเทนต์ที่สามารถคุยกับคนอ่านได้โดยตรง เป็นคอนเทนต์ที่ทำตามจุดประสงค์ของผู้เขียนพร้อมกับทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี การที่เราจะสร้างคอนเทนต์ที่ดีและมีคุณภาพได้เราจำเป็นต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของเราก่อนว่าเราต้องการสื่อสารกับใคร ทั้งความต้องการ พฤติกรรม หรือไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งเรารู้จักกลุ่มเป้าหมายดีมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งสร้างงานได้ตรงโจทย์มากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่างานนั้นจะเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอะไรก็ตาม

 

ยกตัวอย่างเช่น การเขียนคอนเทนต์ขายสินค้า

คอนเทนต์ขายของเป็นคอนเทนต์ที่เราจำเป็นต้องทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายในระดับหนึ่งถึงจะเขียนออกมาได้ดี หากเรามีโจทย์ในการเขียนคอนเทนต์เพื่อขายสินค้าบางอย่าง เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้ามีความชื่นชอบแบบไหน พวกเขาเป็นคนที่มีพฤติกรรมอย่างไร ต้องเขียนอะไรพวกเขาถึงจะสนใจหยุดอ่านจนสามารถต่อยอดไปเป็นการสั่งซื้อสร้างรายได้ต่อไป

อาจเริ่มต้นด้วย

  • ศึกษาโฆษณาของกลุ่มคู่แข่งที่ประสบความสำเร็จในการทำแคมเปญ ดูงานที่เขาทำเป็นแบบอย่างแล้วหาจุดที่เป็นประโยชน์นำมาปรับใช้
  • สำรวจกลุ่มเป้าหมายตามกลุ่มหรือเพจในโซเชียลมีเดียว่าเขามีไลฟ์สไตล์ยังไง ชอบโพส รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอแนวไหน ปรับงานเขียนของเรา ทั้งรูปแบบการเขียน รูปประโยค หรือคำที่ใช้บ่อยๆให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายชอบ
  • หา Keyword ในการเขียนให้ชัดเจน หากเราทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายได้ในระดับหนึ่ง เราก็จะรู้ว่าพวกเขาใช้คำไหนในการค้นหาผ่านระบบ Search Engine บ่อยๆ เราสามารถยึดเอา Keyword นั้นมาใช้งานในคอนเทนต์เราได้ อาจใช้โปรแกรมค้นหา Keyword มาเป็นตัวช่วย เช่น Ubersuggest หรือ Google Keyword Planner

 

จำไว้ว่ายิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่ ยิ่งรู้จักกลุ่มเป้าหมายดีมากแค่ไหน คอนเทนต์ขายสินค้าของคุณก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น (ซึ่งรวมถึงคอนเทนต์ประเภทอื่นด้วย)

 

Digital Marketing Agency

 

2.เลือกพูดในสิ่งที่ลูกค้าต้องการจะฟัง

นี่เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากหากเราต้องการจะเขียนคอนเทนต์เพื่อส่งเสริมการขาย เพราะการพูดในสิ่งที่ลูกค้าส่วนมากต้องการจะฟัง เป็นตัวช่วยชั้นดีที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายหยุดและให้ความสนใจกับคอนเทนต์คุณ ยกตัวอย่างเช่น 

 

หากคุณต้องการจะขายทีวีสักหนึ่งเครื่อง คุณต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ คืออะไร กลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่ได้อยากรู้ด้วยซ้ำว่าทีวีเครื่องนี้สร้างด้วยเทคโนโลยีอะไร มีส่วนประกอบที่มีความพรีเมี่ยมแค่ไหน บางทีสิ่งที่พวกเขาต้องการอาจจะเป็นเรื่องง่าย ๆ อย่าง ทีวีเครื่องนี้รองรับการต่ออินเตอร์เน็ตได้ไหม หรือรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้หรือเปล่า ก็เท่านั้น 

 

ซึ่งหากคุณจับหลักได้แล้วสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้บริโภคออกมา เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาที่พวกเขาสงสัยได้อย่างตรงจุด (ผ่านสินค้าหรือบริการของคุณ) คอนเทนต์นั้นก็จะได้รับความสนใจในทันที นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากจะพัฒนาให้กลายเป็นการปิดการขายในอนาคต มันเท่ากับว่าคอนเทนต์ที่เพจหรือช่องทางของแบรนด์ปล่อยออกมาส่งผลถึงการตัดสินใจของผู้บริโภคที่ผ่านมาเห็น คุณจะหาลูกค้าใหม่ได้ไหมหรือรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ได้ดีขนาดไหน คอนเทนต์ที่ทำล้วนมีผลทั้งนั้น

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

3.เสน่ห์ของการเล่าเรื่อง

เทคนิคการเล่าเรื่องเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการสร้างคอนเทนต์ ลองนึกภาพดูว่าหากคุณต้องการจะสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าสักหนึ่งชิ้น แต่มันไม่ได้มีแค่แบรนด์ของคุณเท่านั้นที่ขายสินค้าชนิดนี้ ยังมีคู่แข่งอีกมากที่กำลังพูดเรื่องนี้อยู่ คุณจะสร้างคอนเทนต์ออกมาอย่างไร? ทางออกที่ง่ายที่สุดคือการสร้างเนื้อหาที่มีการเล่าเรื่องอันโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ เพื่อผลักดันคอนเทนต์ที่คุณสร้างให้ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากกว่าของคนอื่น และถ้าคุณสามารถฉีกกรอบของคู่แข่งที่ทำไว้ได้จนเนื้อหาของคุณมีความสดใหม่หรือโดดเด่นมากกว่า นั่นจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คุณจะสามารถหาลูกค้าเพิ่มให้กับแบรนด์ได้แม้จะมีคู่แข่งก็ตาม

 

content creator

 

แล้วการเล่าเรื่องแบบไหนถึงจะเรียกว่าโดดเด่นเหมาะสม เรื่องนี้ไม่มีกฎตายตัว วิธีการเล่าเรื่องให้ออกมาเป็นเอกลักษณ์ขึ้นอยู่กับการสังเกต คุณต้องสังเกตคู่แข่ง กลุ่มเป้าหมาย และเทรนด์ความนิยม ณ ตอนนั้น ว่าอะไรที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ อะไรที่คู่แข่งพูดหรือใช้ไปแล้ว อะไรที่คุณสามารถทำได้บ้างภายใต้กลยุทธ์ที่วางแผนไว้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการออกแบบวิธีการเล่าเรื่องที่แตกต่างกันไปตามแต่บริบทของตัวธุรกิจทั้งนั้น

 

4.การันตีและคำยืนยัน

การสร้างคอนเทนต์ในบางครั้งก็ต้องอาศัยตัวช่วยบ้างเพื่อความน่าเชื่อถือ การดึงเอาคำวิจารณ์หรือการรีวิวในแง่ดีมาเป็นส่วนผสมก็สร้างอิมแพคอย่างมากต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค เพราะผู้คนที่กำลังจะซื้อสินค้าบริการอะไรสักอย่าง พวกเขาก็มักจะค้นหารีวิวในอินเตอร์เน็ตเสมอเพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งหากแบรนด์เป็นคนยืนยันเองว่าสินค้าบริการนั้นดีจริง ก็อาจดูแปลกและไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นการรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ก็จะเพิ่มความน่าสนใจให้เนื้อหา(สินค้าบริการ)ได้เป็นทวีคูณ ดังนั้นถ้าหากคุณอยากหาลูกค้าใหม่ให้กับแบรนด์ การทำคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับการรีวิวก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่ไม่ควรมองข้าม

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การสร้างคอนเทนต์เป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะนอกเหนือจากทฤษฎีแล้ว ประสบการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ครีเอเตอร์จึงจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้นคอนเทนต์ที่เปี่ยมคุณภาพจึงไม่ใช่สิ่งที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ในทันที มันไม่มีสูตรสำเร็จหรือเทคนิคที่ตายตัว คุณต้องฝึกฝน ต้องมั่นสร้างผลงานอย่างสม่ำเสมอถึงจะประสบความสำเร็จ

 

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังมองหามืออาชีพด้านการทำ Cotent หรือ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้แก่ธุรกิจ ติดต่อ Digital Marketing Agency บริษัท Cotactic เลยวันนี้ 

 

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic  

Line@: https://bit.ly/cotactic 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://rb.gy/hsxcht 

https://rb.gy/h8jeec

https://rb.gy/ecopqb

https://rb.gy/fxkdsi

https://marketeeronline.co/archives/120790

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC