January 9, 2022

10 รูปแบบโฆษณา Facebook ที่นักธุรกิจควรใช้ ตรึงใจลูกค้า

Reading Time: 5 minutes

ตั้งแต่รูปแบบการค้าขายเปลี่ยนมาเป็นออนไลน์มากขึ้น ทุก ๆ แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อได้ด้วยอินเทอร์เน็ตดูเป็นสิ่งที่นักการตลาดและผู้ประกอบการแทบทุกรายต่างเลือกใช้งานมากที่สุด และก็คงหนีไม่พ้นช่องทางทำเงินอย่าง Facebook, Line หรือ TikTok  ที่เหล่านักธุรกิจก็ต้องคอยอัปเดตความรู้ต่าง ๆ อาทิ วิธีลง โฆษณา facebook เป็นต้น สำหรับบทความนี้เราจะมาเจาะลึกรูปแบบโฆษณาแบบต่าง ๆ ที่ปรากฎบน Facebook ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณหาลูกค้าใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น แถมยังใช้เรียก Engagement ดึงลูกค้าเก่าให้หันกลับมาใช้บริการได้ดีทีเดียว

 

Facebook Ads คือ การโฆษณาบนหน้าฟีดของ Facebook ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถโปรโมทสินค้าหรือบริการในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ ช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้าหรือบริการ เพิ่มยอดขาย และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์มากยิ่งขึ้น

 

ตัวอย่างขนาดโฆษณา Facebook แบบต่าง ๆ

facebook ad size


Reading Time: 5 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

ประเภทโฆษณาบน Facebook

1. Image Ads

รูปแบบนี้นิยมใช้กันแพร่หลายที่สุด ออกแบบง่ายที่สุด รวดเร็วที่สุด และยังเป็นวิธีที่นักการตลาดออนไลน์มือใหม่ใช้งานมากที่สุด สามารถสร้างแผนโฆษณาได้ภายในไม่กี่คลิก

โฆษณาผ่านรูปภาพอาจดูเป็นวิธีที่ง่าย แต่ไม่ได้หมายความต้องเป็นโฆษณาที่ดูน่าเบื่อเสมอไป ขึ้นอยู่กับการออกแบบ การวางดีไซน์ และการเชียนคำบนแบนเนอร์ที่ชวนดึงดูดกลุ่มลูกค้าให้อยากเข้ามาซื้อมากยิ่งขึ้น

facebook image ad

นอกจากนี้ไฟล์รูปภาพที่จะใช้ยิงแอดก็ถือว่ามีส่วนสำคัณเช่นกัน หากเซฟไฟล์มาผิดนามสกุลล่ะก็จะอัปขึ้น Facebook ไม่ได้ ตัวอย่างสกุลไฟล์รูปภาพที่อัปขึ้น Facebook ได้มีดังนี้ แต่ไฟล์ที่แนะนำมากที่สุดคือ JPG และ PNG

และอีกส่วนที่ขาดไม่ได้เลยคือขนาดของรูปภาพที่ต้องพอดีกับกรอบของ Facebook แบบเป๊ะ ๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีส่วนที่ขาดหายหรือเกินออกไปได้ โดยขนาดของรูปภาพที่อัปโหลดจะต้องมีขนาด 1080 x 1080 Pixels ขนาดของไฟล์สูงสุดไม่เกิน 30 MB หรือหากอยากโพสต์รูปภาพให้หลากหลายมากขึ้นหรือเป็นอัลบั้มสามารถดูตามรูปภาพด้านล่างได้เลย

9 facebook image templates

 

2. Video Ads

โฆษณาประเภทนี้จะเพิ่มความหลากหลายหรือลูกเล่นได้มากกว่ารูปภาพธรรมดา เนื่องจากสามารถเอาไปใส่ในหน้า News Feed หรือ Stories ก็ได้ มักใช้ในการโปรโมทแนะนำสินค้า สอนวิธีการใช้งาน หรือรวมรีวิวได้หลากหลายซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจผู้ชมได้ดีกว่าแบบรูปภาพ

ขนาดของคลิปที่อัปโหลดมีขนาดไม่ต่างจากแบบรูปภาพ คือ 1080 x 1080 Pixels ทั้งนี้ทาง Meta (aka Facebook) ยังกล่าวอีกด้วยว่าหากอยากให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดความยาวของคลิปควรอยู่ที่ 15 วินาทีหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของแบรนด์ว่าอยากให้ผู้ชมทำอะไร และต้องมีข้อความส่งถึงที่ชัดเจนและเรียบง่ายที่สุดเพื่อให้ผู้ชมมีปฏิกิริยาตอบกลับมา เช่น ดูเพื่อซื้อ / สั่ง / จองสินค้า เป็นต้น เป็นการตกใจผู้ชม ค้นหาลูกค้าใหม่ได้ไม่ยากเลย

ยิ่งไปกว่านั้นการทำโฆษณาแบบวิดีโอยังไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวคลิปแบบยาว ๆ เพียงอย่างเดียวแต่สามารถสร้างวิดีโอแบบ GIF ได้ด้วย และยังมีข้อดีตรงที่ระยะเวลาการเล่นคลิปได้ไม่เกิน 30 วินาที และต้องมี Framerate ราว ๆ 5 เฟรม / วินาทีหรือช้ากว่านั้น จะทำให้คลิปแบบ GIF อัดแน่นไปด้วยสาระล้วน ๆ ส่งข้อความพุ่งตรงถึงลูกค้าได้โดยตรง เนื้อ ๆ เน้น ๆ ไม่มีน้ำ

โดยประเภทไฟล์ที่แนะนำคือ MP4, MOV และ GIF ขนาดสัดส่วน 1:1 สำหรับ Desktop หรือมือถือและ 4:5 สำหรับมือถือเท่านั้น

facebook video ad

 

3. Carousel (แค-ระ-เซิล)

คือโฆษณาที่เป็นช่องใส่รูปภาพหรือคลิปวิดีโอขนาดเล็กติด ๆ กันไม่เกิน 10 รูปคล้ายแคตาล็อก ผู้ชมสามารถเลื่อนผ่านซ้ายขวาได้บนหน้าจอมือถือหรือด้วยการกดปุ่มลูกศรบนคอมพิวเตอร์

Carousel สามารถรองรับทั้งความต้องการและประเภทของธุรกิจได้หลากหลาย และช่วยเพิ่มยอด Engagement ได้เป็นอย่างดี อาทิ

 

  • สามารถแสดงตัวอย่างภาพสินค้าได้มากถึง 10 รูปและลิงก์ไปยังหน้า Landing Page ได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ชมมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นและยังช่วยเพิ่มค่า CTR (Clickthrough Rate) ได้ดีอีกด้วย
  • ใช้เน้นย้ำฟังก์ชั่นที่หลากหลายของสินค้าเพียงตัวเดียว สามารถโชว์ฟังก์ชั่น ข้อดี-เสียของสินค้า รายละเอียดได้ดีกว่าภาพนิ่งหรือวิดีโอ
  • Storytelling ด้วยการใช้รูปภาพ / วิดีโอตัดแบ่งเป็นช่องใช้ในการเล่าเรื่องสินค้า / บริการ หรือประวัติของแบรนด์คุณ หน้าตาจะคล้ายการอ่านหนังสือการ์ตูนหรือนิยายออนไลน์
  • ช่วยอธิบายกระบวนการทำงาน หากเป็นแบรนด์ที่เพิ่งก่อตั้งไม่นานจะต้องมีการสร้าง Brand Awareness และ Engagement ดังนั้นความเข้าใจของลูกค้าที่มีต่อการทำงานของแบรนด์ไปทีละขั้นตอนจึงสำคัญ ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกไว้วางใจที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากแบรนด์คุณได้
  • มีไว้เพื่อขายแพ็กเกจการบริการ ถ้าธุรกิจของคุณเน้นหนักไปที่การบริการ การใช้ภาพหรือวิดีโอแสดงข้อดีหรือผลประโยชน์ของลูกค้าที่จะได้เมื่อเข้าใช้บริการจะช่วยทำให้เห็นภาพชัดขึ้น รู้สึกปลอดภัยที่จะใช้บริการ

 

สำหรับแบรนด์ไหนที่ต้องการ หาลูกค้าใหม่ โฆษณาแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่ช่วยนำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ได้ครับ

ขนาดความกว้าง x ยาวของสื่อคือ 600 x 600 Pixels (ต่ำสุดอยู่ที่ 254 X 133 Pixels สำหรับหน้า Home ของ Messenger) และ 1080 X 1080 Pixels สำหรับวิดีโอ จำนวนการ์ดน้อยที่สุดคือ 2 ขนาดสัดส่วนอยู่ที่ 1:1 และขนาดรูปสูงสุดอยู่ที่ 30 MB – 4GB (วิดีโอ) ไฟล์ที่รองรับ JPG, PNG,MP4 และ MOV

facebook carousel ad


Reading Time: 5 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

4. Collection Ads

โฆษณาตัวนี้จะค่อนข้างพิเศษเล็กน้อยเพราะจะปรากฎเฉพาะบนมือถือเท่านั้น สามารถแสดงรูปภาพหรือวิดีโอได้ 5 รูปโดยผู้ชมสามารถคลิกซื้อสินค้า / บริการได้ ซึ่ง Collection Ads ประกอบไปด้วยรูปหน้าปกสินค้าตามด้วยรูปภาพ / วิดีโอแสดงสินค้าไล่ตามลงมาด้านล่าง

Collection Ads สามารถใช้ในการ

 

  • ช่วยให้ผู้ชมสามารถค้นหาสินค้าได้เร็วขึ้น เพราะมีแคตาล็อกที่จับคู่สินค้ากับรูปภาพและวิดีโอไว้ให้แล้วทำให้ผู้ชมเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น
  • ช่วยให้การดูโฆษณาบนมือถือง่ายขึ้นไปอีก เนื่องจากผู้ชมที่คลิกเข้าโฆษณาสามารถกดดูสินค้าเพิ่มเติมหรือเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าของคุณได้แบบเต็มจอ
  • กระตุ้นให้ผู้ชมสนใจซื้อสินค้าบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของคุณ
  • แสดงแคตาล็อกสินค้าของคุณ รวมถึงรูปภาพสินค้า / บริการเพื่อเพิ่มเอกลักษณ์และกระตุ้นการซื้อได้ดี

 

ขนาดของสื่อคือ 1080 x1080 Pixels ประเภทไฟล์ JPG, PNG, MP4, MOV และ GIF ความยาววิดีโอสูงสุด 15 วินาที

facebook collection ad

facebook collection ad

 

5. Instant Experience

โฆษณาตัวนี้ไม่ค่อยคุ้นมากนักแต่หลายคนอาจจะเคยเผลอกดชมเข้ามาแล้วบ้าง Instant Experience คือโฆษณาแบบที่จะแสดงผลเต็มหน้าจอเมื่อคุณกดเข้าไปชมสินค้าบนมือถือ ซึ่งส่วนมากแล้วโฆษณาแบบนี้มีจุดประสงค์เอาไว้ดังนี้

 

  • จับความสนใจของผู้ชม เพราะตามชื่อของมันเลยครับ Instant Experience จะโหลดโฆษณามาแบบทันทีทันใด และขยายภาพโฆษณาให้กว้างที่สุดจนเต็มหน้าจอ รองรับได้หลายรูปแบบทั้งโฆษณาแบบภาพ, Carousel, Collection และคลิปวิดีโอ
  • เป็น Storyteller ชั้นดี เนื่องจากมีเทมเพลตให้เลือกหลากหลายหรือจะสร้างขึ้นมาเองก็ได้ สามารถสร้างจุดดึงดูดได้ด้วยคำอธิบาย องค์ประกอบศิลป์ ปุ่มกด และลิงก์
  • เน้นย้ำสินค้า / บริการของคุณ ด้วยการสร้างประสบการณ์การรับรู้ผ่านการแสดงตัวอย่างสินค้า / บริการ ซึ่งจะช่วยสร้าง Engagement ของผู้ชมให้เข้าถึงแบรนด์คุณได้ง่ายขึ้น
  • ช่วยเพิ่มคอนเทนต์ให้โฆษณาของคุณ

 

ขนาดสัดส่วนที่แนะนำ 9:16 ถึง 16:9 ขนาดไฟล์สูงสุดอยู่ที่ 4GB ความยาวสูงสุด 240 นาที (4 ชั่วโมง) และภายใน Instant Experience ผู้ชมสามารถรับชมคลิปวิดีโอ เลื่อนดูรูปผ่านหน้า Carousel และดูสินค้าผ่านแค็ตตาล็อก ซึ่งส่วนมากแล้วโฆษณาจะไปปรากฎอยู่ใน Facebook News Feed, Facebook Stories, Instagram Feed, Instagram Stories บนมือถือ รับรองว่าเพิ่มประสบการณ์ให้ผู้ชมได้อย่างเต็มที่ ดึงดูดหาลูกค้าใหม่ได้ไม่มีสะดุด

facebook instant experience

ที่มา : affde.com

 

6. Lead Ads

เป้าหมายของโฆษณ/นี้คือดึงดูดให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลลงบนฟอร์มของ Facebook และแบรนด์จะทำการติดต่อกลับอีกทีเพื่อเสนอโปรโมชั่นหรือขายสินค้าต่าง ๆ ลักษณะเทมเพลตจะไม่แตกต่างจากแบบแรก ๆ เลย เพราะสามารถใส่เป็นรูปภาพหรือวิดีโอได้ แต่แตกต่างตรงลักษณะการทำงานภายในเท่านั้นคือ เมื่อผู้ชมคลิกเข้าโฆษณา Facebook จะพาคุณเข้าไปยังฟอร์มที่ตั้งไว้ให้กรอกข้อมูลให้ครบ แล้วกดยืนยัน หลังจากที่ได้ส่งข้อมูลไปเรียบร้อยแล้วระบบจะบันทึกไม่ให้คุณได้เห็นโฆษณาตัวนั้นอีกต่อไป

และด้วยความสะดวกของโฆษณาที่ไม่ต้องการรบกวนคุณมากเกินไป Lead Ads ถูกออกแบบมาเพื่อใช้บนมือถือเท่านั้น คอมพิวเตอร์ไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นการทำ โฆษณา facebook ประเภทนี้ควรมีความแม่นยำสูง ตรงประเด็น ต้องการจะสื่อให้ผู้ใช้งานทำอะไร และจะได้อะไรหลังกรอกข้อมูลไปเรียบร้อยแล้ว

ขนาดสำหรับรูปภาพควรใช้ 1200 x 628 Pixels หรือจะใช้ขนาดอื่นก็ได้ ย้อนกลับไปดูตามรูปด้านบนได้เลย พร้อมใส่ Headline & Description อธิบายครบถ้วน มีปุ่ม CTA กระตุ้นให้ผู้ใช้งานกดเข้ากรอกข้อมูล

facebook lead ad

 

7. Dynamic Ads

เพิ่มความเป็น Personalize ไปอีกขั้น! เพราะ Dynamic Ads มีตัวเลือกช่วยโปรโมทสินค้าของคุณให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 2 วิธี วิธีแรกจะช่วยคุณโปรโมทสินค้าให้ตรงตามกลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมายที่มีความสนใจตรงกับสินค้าตัวนี้มากที่สุด และอีกวิธีคือเป็นโฆษณากระตุ้น Board Audiences ที่เคยเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์หรือมีความสนใจตรงกับสินค้าของคุณแล้วแต่ไม่ได้ซื้อโฆษณาตัวนี้ก็จะช่วยได้

ซึ่งประโยชน์ของ Dynamic Ads มีดังนี้

 

  • Retargeting ช่วย Retarget คนที่เคยเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์หรือแอปฯ ของคุณแต่ไม่ได้ซื้อ เพื่อกระตุ้นเตือนให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำ
  • Personalized เพราะระบบจะส่งคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องให้อัตโนมัติโดยอิงจากพลฤติกรรมและความสนใจของผู้ใช้งาน
  • เปิดใช้งานได้ตลอดเวลา โฆษณานี้เป็นแคมเปญอัตโนมัติที่ช่วยโปรโมทและเพิ่มประสิทธิภาพรายการสินค้าทั้งหมดโดยไม่ต้องพึ่งพานักการตลาดมาตั้งค่าการโฆษณาอยู่ตลอด
  • ช่วยค้นหาลูกค้าใหม่ คอยเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ที่มีความสนใจเหมือนกันและตรงกับสินค้าของคุณอยู่ตลอด แม้ว่าผู้ใช้งานเหล่านั้นจะไม่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เลยก็ตาม

 

การทำ Dynamic Ads สามารถจัดเทมเพลตได้หลายรูปแบบ และขนาดของรูปภาพที่แนะนำคือ ไม่ต่ำกว่า 500 x 500 Pixels รองรับไฟล์ JPG และ PNG

facebook dynamic ad


Reading Time: 5 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

8. Messenger Ads

ช่องกล่องข้อความคือจุดสำคัญจุดหนึ่งของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ผู้คนมักใช้ในการติดต่อสื่อสารกับคนอื่นและเป็นแอปพลิเคชันที่ต้องผ่านตาอยู่ตลอดพอ ๆ กับแอปหลัก Facebook เนื่องจาก Facebook Messenger Ads สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากกว่า 1.3 พันล้านคนที่ใช้ Messenger อยู่ตลอดทุกเดือน ผู้ใช้งานจะเห็นโฆษณาในแถบช่องแชท มาพร้อมปุ่ม CTA เมื่อคุณกดเข้าไปก็จะมีรายละเอียดของสินค้า / บริการอยู่ข้างใน หรือลิงก์ไปที่ Landing Page ของคุณเอง

เหตุผลว่าทำไม Messenger Ads ถึงดีต่อธุรกิจคุณ และช่วยคุณหาลูกค้าใหม่ได้ยังไง

 

  • สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้เร็วกว่าโฆษณาแบบอื่น กว่า 73% ของลูกค้าอยากคุยกับทีม Sales ผ่าน Live Chat มากกว่าอีเมลและกว่า 56% ต้องการที่จะพิมพ์คุยกันมากกว่าที่จะโทรหาฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และลูกค้าหลายคนคงไม่อยากรอนานเป็นชั่วโมงหรือเป็นวันเพียงเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตอบแชท ยกเว้นแต่ว่าคุณจะทำโฆษณาบนช่องแชทเพื่อให้ลูกค้าทักเข้ามาเลย ดังนั้น Messenger Ads จึงตอบโจทย์ในเรื่องของการติดต่อได้ดีกว่า
  • สามารถ Personalized โฆษณาเข้าถึงผู้คนได้ง่าย เนื่องจากโฆษณาตัวนี้สามารถปรับเปลี่ยนข้อความให้เป็นแบบ Personalize และลงโฆษณาบนช่องแชทของผู้ใช้งานที่มีความสนใจในแบรนด์หรือสินค้าใกล้เคียงของคุณได้โดยตรง และเพื่อความเป็นส่วนตัว Messenger Ads จะไม่สามารถส่งโฆษณาถึงคนที่ไม่ได้สนใจในสินค้า / บริการของคุณอย่างแน่นอนครับ
  • สามารถกำหนด Local Targeting ได้ดีกว่า เพราะมีฟีเจอร์ Local Awareness ที่สามารถเลือก Local Audience แบบเจาะจงได้ ซึ่งสามารถกระตุ้นให้สร้าง Engagement ได้อย่างมหาศาล เมื่อใดก็ตามที่โฆษณาแบบ Localized ได้ปล่อยออกมาแล้ว คุณก็สามารถยื่นข้อเสนอที่เฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้าที่อยู่ในเขตพื้นที่ดูแลของสาขาย่อยของแบรนด์คุณได้
  • เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่อยากพูดคุยโดยตรงกับทีม Sales เพราะโฆษณาแบบอื่นอาจยื่นข้อเสนอให้ลูกค้าซื้อสินค้า / บริการในตอนนั้นเลยจะทำให้ลูกค้าขาดการประเมินและการคิดอย่างรอบคอบก่อนซื้อ รวมถึงไม่เข้าใจในตัวสินค้านั้นอย่างชัดเจน แต่โฆษณาแบบ Messenger  ลูกค้าจะได้โต้ตอบกับทีม Sales จริง ๆ ทำให้ทีมสามารถประเมินวความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าและยื่นข้อเสนอที่เหมาะสมให้ได้

 

ขนาดรูปที่แนะนำคือ 1200 x 628 Pixels ขนาดเล็กที่สุดไม่ต่ำกว่า 254 x 133 Pixels สัดส่วนที่แนำนำอยู่ที่ 9:16 ถึง 16:9 แต่จะถูกตัดออกเหลือเพียง 1.9:1

facebook messenger ad

 

9. Stories Ads

หากอยากได้โฆษณาที่ใหญ่เต็มหน้าจอ เห็นสินค้าได้ถนัดขึ้น และเป็นภาพเคลื่อนไหวที่เห็นสัดส่วนสินค้าได้ชัดเจน แนะนำโฆษณาแบบ Stories ที่ตอบโจทย์ทุกข้อที่กล่าวมา เพราะโฆษณาตัวนี้จะปรากฎคั่นกลางระหว่าง Organic Stories ทั่วไป สามารถเข้าถึงได้ทั้งบน Facebook และ Instagram ใช้สำหรับเพิ่ม Reach ในแคมเปญของคุณ เนื่องจากตัวโฆษณาสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากถึง 500 ล้านคนทั่วโลก!

ทำไม Stories Ads ถึงเหมาะสำหรับโฆษณาเพื่อธุรกิจ

 

  • Stories ช่วยเพิ่มความสนใจของลูกค้าได้ วิธีที่จะทำให้แบรนด์คุณและสินค้าของคุณถูกพบเห็นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นความสำคัญจึงตกเป็นเรื่องของการสร้างคอนเทนต์ที่ดึงความสนใจลูกค้าและต้องตรงกับความต้องการของลูกค้าในตอนนั้นพอดี ฉะนั้น Stories Ads จึงเป็นสื่อกลางที่เหมาะที่สุดในการสร้าง Engagement กับแบรนด์ผ่านวิดีโอสั้นที่น่าสนใจ
  • ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าเกิด Action กับแบรนด์ กว่า 58% ของผู้ใช้งานที่ได้ดูโฆษณาผ่าน Stories บอกว่าได้เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า / บริการผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์ และกว่า 31% ได้เข้าไปเยี่ยมชมหน้าเพจที่มีรายการสินค้าให้เลือก
  • สามารถนำเสนอเรื่องราวได้รวดเร็ว ดูเป็นจริง และมีประโยชน์ เพราะความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ของคนเรามีน้อย กว่า 52% ของผู้ใช้งานที่เห็นโฆษณาผ่าน Stories บอกว่าอยากเห็นโฆษณาที่รวดเร็ว ดูแล้วเข้าใจง่าย แนะนำผลิตภัณฑ์แบบตรง ๆ และมากถึง 46% อยากให้แบรนด์มีคอนเทนต์ที่พูดถึงทิปและคำแนะนำเล็กน้อย

 

ระยะเวลา Instagram Stories แบบรูปภาพสูงสุดอยู่ที่ 5 วินาทีและวิดีโออยู่ที่ 60 วินาที Facebook Stories 6 วินาที – 15 วินาที ขนาดไฟล์ได้ตั้งแต่ 30 MB – 4GB รองรับไฟล์ JPG, PNG, MP4 และ MOV ขนาดรูป 1080 x 1920 Pixels

facebook stories ad


Reading Time: 5 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

10. AR Ads (Augmented Reality Ads)

เรียกได้ว่าเป็นโฆษณาที่มาใหม่ล่าสุดในช่วงเวลาไล่เลี่ยก่อนเปิดตัวรีแบรนด์ของบริษัท Meta (aka Facebook) ที่นำเทคโนโลยีจาก Metaverse เข้ามาผสมผสานวงการโฆษณาให้ล้ำยิ่งขึ้น AR Ads จะมีฟีเจอร์ที่เป็นฟิลเตอร์หรือแอนิเมชั่นที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ ซึ่งลูกค้าสามารถทดลองสินค้าผ่านการใช้งานเทคโนโลยีตัวนี้ได้ ตัวอย่างเช่น แบรนด์ผลิตเครื่องสำอาง คุณก็สามารถใช้โฆษณาตัวนี้แมทช์ผิวของคุณกับเครื่องสำอางจำลองที่ทางแบรนด์ได้สร้างไว้ให้ เหมือนเป็นการทดลองสินค้าโดยที่ตัวคุณไม่ต้องไปถึงหน้าร้าน ช่วยเพิ่มระดับการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้ดี และผู้ใช้งานยังสามารถแชร์คอนเทนต์เหล่านั้นลงบน Stories ได้ทั้ง Facebook และ Instagram ช่วยดึงดูดหาลูกค้าหน้าใหม่ที่อยากทดลองโฆษณาแบบใหม่นี้เข้ามาด้วย คุณสามารถเข้าไปทดลองสร้างโฆษณาแบบใหม่นี้ได้ที่ Spark AR Hub 

นอกจากนี้ตัวโฆษณายังมีการเพิ่มปุ่ม CTA กระตุ้นให้ผู้ใช้งานเข้าเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์หรือสินค้า / บริการของคุณได้โดยตรงอีกด้วย

และเนื่องจากโฆษณาตัวนี้ค่อนข้างใหม่ผลการวิเคราะห์การโฆษณาจึงต้องใช้ Metrics for Augmented Reality Ads เป็นตัวช่วยคำนวณซึ่งจะมีค่าที่จำเป็นอย่าง Instant Experience view Time และ Effect Shares

ส่วนของระยะเวลาและเทมเพลตของ AR Ads จะใช้รูปแบบเดียวกับ Stories Ads ขนาดไฟล์จำกัดที่ 4 MB.

ที่มา: Facebook

 

และนี่คือ 10 รูปแบบ โฆษณา facebook ที่นักธุรกิจออนไลน์มือใหม่ มือเก๋าต้องไม่พลาด เพราะหากคุณรู้จักการใช้เครื่องเหล่านี้เป็นอย่างดีรับรองได้เลยว่าการหาลูกค้าใหม่จะไม่ยากอย่างที่คิด แถมยังมีลูกเล่นให้ผู้ใช้งานเข้ามาร่วมสนุกกันได้อย่าง AR Ads ที่รับรองได้ว่าจะช่วยเพิ่ม Engagement ให้คุณได้อย่างลงตัว ถือเป็นการตลาดแบบบอกต่อไปโดยปริยาย

 

——————————————————————–

 

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งในบริษัทโฆษณาออนไลน์ชั้นนำ อาทิ รับทำโฆษณา Facebook ฯลฯ ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Brand Awareness หรือ Lead Generation ก็ทำได้หมด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

 

——————————————————————–

 

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

https://web.facebook.com/business/help/1263626780415224?id=802745156580214&_rdc=1&_rdr 

https://blog.hootsuite.com/how-to-advertise-on-facebook/ 

https://bit.ly/31GWKDv 

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC