click
เจ้าของธุรกิจต้องอ่าน!
รวม 20 รายชื่อเอเจนซี่ สำหรับประกวดราคา
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแยกไม่ออก แต่ละคนสามารถสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง แชร์ประสบการณ์ หรือเล่าเรื่องราวในแบบของตัวเอง จนบางคนมีผู้ติดตามมากมายถึงขั้นกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียง กลายเป็นผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ เกิดโอกาสในการจ้างงาน การโชว์ตัว หรือแม้แต่โปรโมตสินค้าของแบรนด์ต่าง ๆ

ขณะเดียวกันการตลาดแบบดั้งเดิมที่เน้นการโฆษณาโดยตรงเริ่มไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งมักจะหลีกเลี่ยงโฆษณาและมองหารีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับคำแนะนำจากคนที่ตัวเองไว้วางใจ หรืออย่างน้อยก็รู้สึกเชื่อมโยงด้วยมากกว่าการรับสารจากแบรนด์โดยตรง โดยเฉพาะเมื่อเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากคนที่ติดตามอยู่

ปรากฏการณ์นี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “Influencer Marketing” กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญ เพราะสามารถสร้างการสื่อสารที่เข้าถึงใจผู้บริโภคได้ลึกกว่า ผ่านตัวตนของอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่แค่การโปรโมตสินค้า แต่คือการเชื่อมโยงความน่าเชื่อถือเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในโลกที่เสียงของ “คนธรรมดา” มีพลังมากกว่าโฆษณาในยุคปัจจุบัน

Influencer Marketing คืออะไร?

Influencer Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่ใช้บุคคลที่มีอิทธิพลในโซเชียลมีเดีย

Influencer Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่ใช้บุคคลที่มีอิทธิพลในโซเชียลมีเดีย หรือที่เรียกว่า “อินฟลูเอนเซอร์” ในการช่วยส่งเสริม โปรโมตหรือแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการของแบรนด์ให้กับกลุ่มผู้ติดตามของพวกเขา

รูปแบบการตลาดนี้มีความแตกต่างจากการโฆษณาแบบดั้งเดิม เนื่องจากเป็นการสื่อสารผ่านบุคคลที่ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจและมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันดีอยู่แล้ว ทำให้ข้อความที่สื่อสารออกไปมีความจริงใจ น่าเชื่อถือมากกว่าการโฆษณาโดยตรงจากแบรนด์ที่หลายคนมองว่าขายของ

ในปัจจุบัน Influencer Marketing ได้พัฒนาไปเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยครอบคลุมตั้งแต่การรีวิวผลิตภัณฑ์ การแนะนำบริการ ไปจนถึงการร่วมสร้างคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ร่วมกับแบรนด์

ทำไม Influencer Marketing ถึงสำคัญในยุคดิจิทัล?

ทำไม Influencer Marketing ถึงสำคัญในยุคดิจิทัล?

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค การตลาดแบบดั้งเดิมเริ่มมีประสิทธิภาพลดลง ขณะที่ Influencer Marketing กลับมีบทบาทสำคัญมากขึ้นด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนมีกลุ่มผู้ติดตามที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจง เช่น อินฟลูเอนเซอร์ด้านความงาม จะมีผู้ติดตามที่สนใจเรื่องการแต่งหน้าและผลิตภัณฑ์ความงาม ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูง การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้แบรนด์ไม่ต้องเสียเงินกับการโฆษณาให้กับคนที่ไม่สนใจผลิตภัณฑ์ แต่สามารถมุ่งเน้นไปที่กลุ่มคนที่มีโอกาสซื้อจริง

2.เพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

ผู้บริโภคมักจะไว้วางใจคำแนะนำจากคนที่พวกเขาติดตามมากกว่าการโฆษณาจากแบรนด์โดยตรง เนื่องจากรู้สึกว่าอินฟลูเอนเซอร์เป็นคนจริงที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริง และให้ความคิดเห็นที่เป็นธรรมชาติ ความน่าเชื่อถือนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแน่นแฟ้นกับผู้บริโภคได้ในระยะยาว

3.ช่วยสร้าง Awareness และ Engagement

อินฟลูเอนเซอร์มีความสามารถในการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและทำให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม ผู้ติดตามมีปฏิกิริยาตอบกลับมากกว่าการโฆษณาแบบดั้งเดิม การสร้าง Engagement ที่ดีจะช่วยเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์และสร้างการพูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในแง่บวก ซึ่งนำไปสู่การขยายตัวของข้อมูลข่าวสารแบบปากต่อปาก (Word Of Mouth Marketing)

4.ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อได้โดยตรง

การแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมสามารถกระตุ้นให้ผู้ติดตามตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นการสื่อสารในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคอยู่ในอารมณ์ที่พร้อมรับข้อมูลข้อมูลจากการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อมากกว่า 80% ในหมู่ผู้บริโภคที่ติดตาม

ประเภทของ Influencer ที่แบรนด์ควรรู้

ประเภทของ Influencer ที่แบรนด์ควรรู้

คิดง่าย ๆ ว่าอินฟลูเอนเซอร์ก็เหมือนกับคนที่เราอยากจะขอคำแนะนำบางคนเป็นเหมือนเพื่อนสนิท มีคนรู้จักไม่มาก แต่คำแนะนำน่าเชื่อถือมาก บางคนเป็นเซเลบที่คนรู้จักทั่วประเทศ แต่ละประเภทมีความพิเศษและเหมาะกับแบรนด์ที่ต่างกัน เพียงเลือกใช้ให้ตรงกับเป้าหมาย

1.Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000–10,000 คน)

อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้อาจไม่มีผู้ติดตามเยอะ แต่สิ่งที่โดดเด่นคือ “ความใกล้ชิดและความไว้ใจ” เปรียบได้กับเพื่อนคนสนิทที่เรารู้จักกันดี เชื่อใจในคำแนะนำ และรู้ว่าเขาใช้ของจริง ไม่ได้พูดเพราะได้สปอนเซอร์ ตัวอย่างเช่น

เพื่อนออฟฟิศคนหนึ่งที่ชอบรีวิวเครื่องสำอาง เธอมีผู้ติดตามประมาณ 1,000–2,000 คน ส่วนใหญ่คือสาวออฟฟิศเหมือนกัน พอเธอแนะนำลิปสติกหรือสกินแคร์อะไร คนก็มักจะรีบตามไปซื้อ เพราะรู้ว่าเธอใช้จริง รีวิวจริง และพูดจากประสบการณ์ตรง แม้จำนวนคนดูจะไม่มาก แต่คนที่ดู “มีแนวโน้มจะซื้อสูง” เพราะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ตรงและไว้ใจผู้รีวิวจริง ๆ แบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้น มีงบจำกัด หรืออยากเจาะตลาดเฉพาะ เช่น วัยนักศึกษา หรือสาววัยทำงาน กลุ่มเป้าหมายที่มีความเฉพาะมักเลือกเริ่มต้นจาก Nano Influencer เพื่อสร้าง ความน่าเชื่อถือและยอดขายเบื้องต้น ก่อนขยับขยาย

ค่าใช้จ่ายในการร่วมงานกับ Nano Influencer มักอยู่ที่ประมาณ 1,000–5,000 บาทต่อโพสต์หรือรีวิว ขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นในการทำงาน และรูปแบบคอนเทนต์ที่ต้องการ

2. Micro Influencer (10,000–100,000 คน)

อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ไม่ใช่ดาราหรือเซเลบ แต่คือคนที่มีความรู้เฉพาะทาง มีประสบการณ์จริง และเรามักจะติดตามเขาอยู่แล้วเพราะอยากเรียนรู้จากความเชี่ยวชาญของเขา เหมือนครูในชีวิตจริงที่คอยแนะนำสิ่งต่าง ๆ ให้เราได้เข้าใจง่ายและไว้ใจได้ เช่น แม่บ้านคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงจากการทำอาหารในชีวิตประจำวัน เธอมีผู้ติดตามประมาณ 50,000 คน ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านเหมือนกัน ทุกครั้งที่เธอแชร์สูตรอาหาร พร้อมแนะนำเครื่องปรุงหรืออุปกรณ์ครัวที่ใช้จริง ยอดขายของสินค้านั้นก็มักจะเพิ่มขึ้นแบบชัดเจน เพราะคนดูรู้ว่าเธอใช้จริง และไว้ใจได้ กลุ่มนี้จึงเหมาะมากสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเจาะตลาดเฉพาะ เช่น กลุ่มแม่บ้าน คนรักสุขภาพ หรือคนทำอาหาร ไม่ได้ต้องการแค่การรับรู้แบรนด์กว้าง ๆ แต่ต้องการเข้าถึง “กลุ่มเป้าหมายตรงจุด และเน้นสร้างยอดขายจริง

ค่าใช้จ่ายในการจ้างกลุ่มนี้มักเริ่มต้นที่ 10,000–50,000 บาทต่อโพสต์หรือแคมเปญ ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หากคุณต้องการความน่าเชื่อถือมากกว่าภาพลักษณ์

3.Macro Influencer (100,000–1,000,000 คน)

กลุ่มนี้อาจไม่ใช่ดาราดังระดับประเทศ แต่ก็มีชื่อเสียงพอสมควร เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีแฟนคลับหลากหลาย มักเป็นนักร้อง นักแสดง หรือครีเอเตอร์ที่เราเคยเห็นผ่านตาในโซเชียลบ่อย ๆ หรือในงานอีเวนต์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ไลฟ์สไตล์บล็อกเกอร์คนหนึ่งที่มีผู้ติดตามประมาณ 500,000 คน เธอโพสต์ได้หลากหลาย ทั้งเรื่องแฟชั่น เครื่องสำอาง คาเฟ่ หรือร้านอาหาร และเมื่อเธอแนะนำสินค้าใดก็มักจะมีคนถามต่อทันทีว่า “ซื้อจากที่ไหน” หรือ “ใช้ดีจริงไหม” เพราะเธอมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างเห็นได้ชัด กลุ่มนี้เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการ ขยายตลาดให้กว้างขึ้น เปิดตัวสินค้าใหม่ หรือเพิ่มการรับรู้ในระดับกลางถึงสูง เพราะโพสต์ของพวกเขามักเข้าถึงคนจำนวนมากในเวลาสั้น และมีความสามารถในการเล่าเรื่องหรือสร้างภาพลักษณ์ให้สินค้าดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการจ้าง Macro Influencer มักอยู่ที่ประมาณ 50,000–200,000 บาทต่อโพสต์หรือแคมเปญ ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าหากคุณต้องการสร้าง “แรงกระเพื่อม” ให้กับสินค้าในระดับกว้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องใช้งบแบบดาราระดับประเทศ

4.Mega/Celebrity Influencer (1 ล้านคนขึ้นไป)

ในกลุ่มนี้คือดารา นักร้อง หรือบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงระดับประเทศหรือระดับโลก คนส่วนใหญ่รู้จักใบหน้าหรือชื่อของพวกเขาโดยไม่ต้องแนะนำ พลังในการสื่อสารของอินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้เทียบได้กับการโฆษณาทางโทรทัศน์ เพราะเพียงแค่โพสต์ภาพหรือวิดีโอสั้น ๆ พร้อมถือสินค้าหรือพูดถึงแบรนด์หนึ่ง ก็สามารถสร้างกระแสและยอดขายถล่มทลายในเวลาอันรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ลิซ่า BLACKPINK ศิลปินไทยระดับโลกที่มียอดผู้ติดตาม Instagram กว่า 100 ล้านคน ทุกครั้งที่เธอโพสต์ภาพใส่เสื้อผ้า ถือเครื่องสำอาง หรือใช้สินค้าแบรนด์ใด มักส่งผลให้สินค้าดังกล่าว Sold Out ทันที เช่น กรณีที่เธอโพสต์ภาพถือเครื่องดื่มแบรนด์หนึ่งในไทย เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโพสต์ ผลิตภัณฑ์ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และร้านค้าหลายแห่งถึงกับของหมดเกลี้ยง ด้วยอิทธิพลระดับนี้ แบรนด์ใหญ่ที่ต้องการสร้าง Brand Awareness ในระดับมหาชน มักเลือกใช้ Celebrity Influencer เพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำอย่างรวดเร็ว และเสริมภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาด

แน่นอนว่า การร่วมงานกับเซเลบระดับนี้มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูงมาก โดยอาจมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 200,000 – 1,000,000 บาทขึ้นไปต่อโพสต์หรือแคมเปญ ขึ้นอยู่กับระดับความมีชื่อเสียง และรูปแบบของเนื้อหาที่ต้องการ เช่น การถ่ายวิดีโอ ออกงาน หรือการโปรโมตผ่านหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน

หากเป้าหมายของแบรนด์คือการสร้างกระแสไว เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก และเสริมภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม การใช้ Celebrity Influencer ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับผลลัพธ์

ช่องทางยอดนิยมในการทำ Influencer Marketing

ช่องทางยอดนิยมในการทำ Influencer Marketing

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่แตกต่างกันมีลักษณะการใช้งานและกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

1.Instagram

Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่นิยมที่สุดสำหรับ Influencer Marketing เนื่องจากเน้นเรื่องภาพและมีฟีเจอร์ที่หลากหลาย เช่น Stories, Reels, และ IGTV เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการแสดงภาพลักษณ์ที่สวยงาม เช่น แฟชั่น ความงาม อาหาร และไลฟ์สไตล์

2.TikTok

TikTok กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและมีผู้ใช้ในกลุ่มอายุ Gen Z เป็นหลัก เน้นคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่มีความบันเทิงสูง เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นและสร้างกระแสไวรัล

3.YouTube

YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับการสร้างคอนเทนต์ที่มีรายละเอียดและการรีวิวผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน เช่น เทคโนโลยี การศึกษา หรือบริการที่ซับซ้อน

4.Facebook

Facebook ยังคงมีผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 30 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับการสร้างชุมชนและการสื่อสารที่มีรายละเอียด เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

วิธีเริ่มต้นทำ Influencer Marketing สำหรับแบรนด์

วิธีเริ่มต้นทำ Influencer Marketing สำหรับแบรนด์

การเริ่มต้น Influencer Marketing ต้องมีการวางแผนที่ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับการลงทุน

1.กำหนดเป้าหมายของแคมเปญ

ก่อนเริ่มต้นแบรนด์ต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการให้ Influencer Marketing ช่วยในเรื่องใด เช่น เพิ่มการรับรู้แบรนด์ สร้างการขาย หรือสร้างชุมชน เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้การวัดผลลัพธ์มีประสิทธิภาพและการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ตรงจุดมากขึ้น

2.เลือก Influencer ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ไม่ควรดูเพียงจำนวนผู้ติดตาม แต่ต้องดูความสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของคอนเทนต์ ควรศึกษาผู้ติดตามของอินฟลูเอนเซอร์ว่าตรงกับลูกค้าเป้าหมายของแบรนด์หรือไม่

3.วางแผนเนื้อหา

การวางแผนเนื้อหาร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์เป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องสมดุลระหว่างการส่งข้อความของแบรนด์และการรักษาความเป็นธรรมชาติของอินฟลูเอนเซอร์ เนื้อหาที่ดีควรให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่ไม่ควรเป็นการขายของแบบตรง ๆ

4.วัดผลลัพธ์

การวัดผลลัพธ์ของ Influencer Marketing ต้องดูหลายตัวชี้วัด เช่น Reach, Engagement, Click-through Rate และการเกิด Conversion ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แบรนด์ปรับปรุงกลยุทธ์ในครั้งต่อไป

ข้อดีและข้อเสียของ Influencer Marketing

ข้อดีและข้อเสียของ Influencer Marketing

เหมือนกับกลยุทธ์การตลาดอื่นๆ Influencer Marketing มีข้อดีและข้อเสียที่แบรนด์ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจนำมาใช้

ข้อดี

1. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบ “ไม่ขายของตรง ๆ”
แทนที่จะโฆษณาแบบแข็ง ๆ หรือยัดเยียดสินค้า Influencer สามารถเล่าเรื่องหรือรีวิวสินค้าผ่านประสบการณ์จริง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกเหมือนถูกขายของ ผู้ชมจึงเปิดใจรับสารได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาถูกเล่าในสไตล์ของ Influencer ที่พวกเขาติดตามอยู่แล้ว

2. ช่วยสร้าง Brand Loyalty ได้ในระยะยาว
เมื่อแบรนด์ทำงานร่วมกับ Influencer อย่างต่อเนื่อง (ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว) ผู้ติดตามจะเริ่มคุ้นเคยกับแบรนด์ ผ่านคนที่เขาไว้วางใจ ทำให้เกิดความผูกพัน และกลายเป็นลูกค้าประจำในที่สุด การรับรู้แบรนด์จึงค่อย ๆ ฝังลึกขึ้นในใจกลุ่มเป้าหมาย

3. วัดผลได้ด้วยเครื่องมือ Analytics
ทุกการร่วมงานกับ Influencer บนแพลตฟอร์มอย่าง Instagram, TikTok หรือ YouTube สามารถวัดผลได้จากยอดวิว, ยอดไลก์, คอมเมนต์, การแชร์ และลิงก์ที่ถูกคลิก ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ว่าแคมเปญคุ้มค่าแค่ไหน และนำข้อมูลมาปรับใช้ในแคมเปญครั้งถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. เพิ่มความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับแบรนด์
การร่วมงานกับ Influencer โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภาพลักษณ์ดี มีตัวตนชัดเจน จะช่วยเสริมแบรนด์ให้ดูมีชีวิตชีวา และทันสมัยมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่ต้องการเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ซึ่งมักเชื่อใจ “รีวิวจากคนจริง” มากกว่าข้อความโฆษณา

ข้อเสีย

1. เลือก Influencer ไม่ตรงกลุ่ม อาจทำให้เสียเงินเปล่า
ต่อให้ Influencer มีผู้ติดตามหลักแสน แต่ถ้าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ (เช่น ขายครีมผู้หญิง แต่จ้างผู้ชายสายเกม) ก็อาจไม่เกิดผลลัพธ์ใด ๆ เลย นอกจากยอดวิวลอย ๆ และเม็ดเงินที่จ่ายไปโดยไม่ได้ผลตอบแทนที่ต้องการ

2. ไม่ควบคุม Message ให้ดี อาจกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์
บางครั้ง Influencer อาจใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม หรือสื่อสารผิดจากจุดยืนของแบรนด์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือกระทบกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ ดังนั้นต้องมีการ Brief และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเสมอ

3. การใช้แต่ Celeb อย่างเดียว อาจไม่คุ้มค่าในแง่ยอดขาย
แม้การจ้างเซเลบจะสร้างกระแสได้เร็ว แต่ไม่เสมอไปว่าจะทำให้คนตัดสินใจซื้อทันที เพราะผู้บริโภคบางกลุ่มอาจรู้สึกว่า “เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์” ไม่ได้ใช้จริง หรือห่างไกลจากชีวิตจริงเกินไป ซึ่งอาจไม่ส่งผลต่อยอดขายโดยตรงในระยะสั้น

สรุป

Influencer Marketing ได้กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ขาดไม่ได้ในยุคดิจิทัล ด้วยความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างตรงจุดและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์

ความสำเร็จของ Influencer Marketing ขึ้นอยู่กับการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสม การวางแผนเนื้อหาที่ดี และการวัดผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง แบรนด์ที่สามารถดำเนินการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า

การทำ Influencer Marketing ที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความเข้าใจในแต่ละแพลตฟอร์มและกลุ่มเป้าหมาย หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ

Cotactic Media ซึ่งเป็น Digital Agency ที่เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร เราเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการจะสร้างการรับรู้และยอดขายในยุคนี้ ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่หลากหลายและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับการทำการตลาดแบบ Influencer Marketing โดยทีมงานของเรามีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์และคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมกับแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายของคุณ เพื่อสร้างสรรค์แคมเปญที่น่าสนใจ มีความเป็นธรรมชาติ และสามารถกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นและประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ด้วยพลังของอินฟลูเอนเซอร์

Source

Influencer Marketing Hub – State of Influencer Marketing 2024

Statista – Influencer Marketing Market Size

Nielsen – Global Trust in Advertising Report

Edelman – Trust and Credibility Research

Social Media Today – Influencer Marketing Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

No data was found

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้

ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้ ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้ ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้ ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้