November 15, 2021

เจ้าของธุรกิจต้องอ่าน Metaverse คืออะไร? ทำไมมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กถึงสนใจ

Reading Time: 3 minutes

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวเด็ดกระฉ่อนโลกที่เพิ่งเป็นข่าวไปไม่นานมานี้ เมื่อหัวเรือใหญ่ของ Facebook มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัท Facebook ให้ก้าวไปอีกขั้นกลายมาเป็นชื่อบริษัท “Meta” ดั่งในตอนนี้ ทำเอาผู้คนจากหลากหลายอาชีพให้ความสนใจจับจ้องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ของ Facebook กับการมาของ Metaverse ที่อาจกลายมาเป็นคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงลูกต่อไปหรือเปล่า? และ Metaverse คืออะไร? จะส่งผลอะไรต่อภาคธุรกิจและการหาลูกค้าใหม่ ๆ ในอนาคตที่นักธุรกิจเช่นคุณต้องฟัง

Metaverse

เมื่อราว ๆ 3 – 4 ปีก่อน เราเคยมีหนังดังจากฝั่งตะวันตกเรื่องหนึ่งที่เล่าถึงเด็กหนุ่มติดเกม ใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับโลกเสมือนจริงผ่านอุปกรณ์ VR ที่เขามี จนวันหนึ่งทุกคนที่เล่นเกมได้รับคำเชื้อเชิญให้เข้าร่วมภารกิจไขปริศนาที่ผู้สร้างเกมอัจฉริยะระดับโลกได้ทิ้งเอาไว้เพื่อค้นหาสมบัติสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิตลง

และใช่ครับเด็กหนุ่มของเรื่องที่ผมพูดถึงอยู่นี้มีชื่อว่า เวด วัตส์ จากเรื่อง Ready Player One ที่ออกฉายไปเมื่อปี 2018 ที่นำความหมายของ Metaverse มาตีความใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้และสัมผัสได้มากขึ้น

metaverse

ภาพยนตร์ Ready Player One ออกฉายเมื่อปี 2018 ที่ย่อคอนเซปต์ Metaverse ให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย ที่มา : imdb.com


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

จุดเริ่มต้นของ Metaverse

แท้ที่จริงแล้วเริ่มมาจากนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง “Snow Crash” ของ Neal Stephenson ที่ตีพิมพ์ออกมาในปี 1992 ซึ่งเรื่องราวในเรื่องก็ไม่ต่างอะไรกับ Ready Player One ที่เป็นมนุษย์กับคอมพิวเตอร์โต้ตอบกันในพื้นที่ซอฟต์แวร์ ต่างกันเพียงแค่การชูประเด็นเนื้อเรื่องเท่านั้น 

ดังนั้นจึงกลายมาเป็นคำอนุมานของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ว่า “Metaverse” หากแยกกลุ่มคำออกมาจะแปลตรงตัวว่า “โลกที่พ้นขอบเขต” หรือ “จักรวาลที่หลุดพ้นจากขอบเขตความเข้าใจไปแล้ว” เป็นพื้นที่โลกเสมือนจริงที่รวมสภาพแวดล้อมรอบตัวมาเติมแต่งด้วยจินตนาการเข้าไปนิดหน่อยแล้วเอาตัวเราเองไปอยู่ในนั้น โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ในโลกนี้มีแล้วอย่าง AR และ VR หากใครจำได้ผมเคยเขียนเรื่องเทคโนโลยีเสมือนจริงนี้ไว้ในบทความ 13 เทรนด์การตลาด 2022 (part 2) เอาไว้แล้วครับ ซึ่งสอดรับกับนโยบายใหม่ของเฟซบุ๊กที่ประกาศออกมาว่าอยากขยายขอบเขตเทคโนโลยีให้ก้าวเข้าสู่นิยามที่เรียกว่า Metaverse ยิ่งขึ้น ต่อไปเรามาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทอย่าง AR และ VR กันครับ

 

  • AR

    ย่อมาจาก Augment Reality เทคโนโลยีที่ช่วยขยายมิติความเป็นจริงผสานโลกแห่งความจริงและสภาพแวดล้อมโดยรอบเข้าด้วยกัน เทคโนโลยีนี้ได้มีการนำเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเรามากขึ้นแล้ว (แบบเนียน ๆ) แต่เราอาจยังไม่รู้ตัวเช่น การสร้างโปรไฟล์อวตารใน Facebook หรือระบบ iOS, การสร้างฟิลเตอร์ลูกเล่นใน Instagram หรือ TikTok, เกม Pokemon GO ที่เคยโด่งดังในปี 2016 หรือเกมแนว 3D เสมือนจริงแบบอื่น ๆ

AR Pokemon

Pokemon GO ใช้เทคโนโลยี AR ที่มา : Forbes.com

 

  • VR ย่อมาจาก Virtual Reality หรือที่เรามักเรียกเทคโนโลยีแบบนี้กันจนติดปากว่า “แว่นวีอาร์” เป็นการจำลองภาพเสมือนจริงให้อยู่ในรูปแบบ 3D 360 มองเห็นได้องศา โดยทั่วไปมักแพร่หลายกันในหมู่ชาวเกมเมอร์ (แบบที่ Ready Player One พยายามนำเสนอ) แต่ยังสามารถแบ่งออกมาสำหรับการใช้งานอื่น ๆ ได้อีก อาทิ การวาดรูป การสร้างโมเดลตึกหรือสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ของสถาปนิก เป็นต้น

 

ในความเป็นจริง Metaverse สามารถนำไปปรับใช้ได้กับเทคโนโลยีตระกูล R ต่าง ๆ ที่ผมยังไม่ได้หยิบยกมาพูดถึงในบทความนี้อย่าง XR และ MR ซึ่งขอเก็บเอาไว้อธิบายในบทความถัดไป


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

แพลตฟอร์มสำคัญจุดเปลี่ยนพลิกชะตาธุรกิจ

ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะอยู่บนบก ในทะเล หรือบนท้องฟ้าพวกเราก็จะมีสมาร์ตโฟนคอยตามไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย ประชากรมนุษย์จำนวนหลายล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากที่ไหนก็ได้ ทำหน้าที่เป็นดั่งตัวกลางเชื่อมต่อเราสู่สังคม

Metaverse ได้ถูกทำนายว่าจะเป็นการสร้าง Value Preposition แบบเดิม ๆ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ตในยุคเริ่มแรก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจทำให้ชีวิตในรูปแบบ Offline และ Online ถูกแบ่งแยกออกจากกันได้ยากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ที่ดูจะเป็นที่น่าจับตามองของเหล่าผู้เชี่ยวชาญมากที่สุดคงจะเป็น “XR” หรือส่วนต่อขยายความเป็นจริง เอาให้ชัดเลยคือการนำ AR+MR+AR มารวมกันจะสื่อความหมายได้ดีกว่า ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ของ Metaverse ที่นำภาพเสมือนและสภาพแวดล้อมแบบ 3D มาให้คนบนโลกจริงสามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้แบบเรียลไทม์ สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการมีส่วนร่วมของสังคมและภาคธุรกิจได้

แต่ทว่าในปัจจุบันก่อนที่ Facebook จะประกาศเปลี่ยนชื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ XR ยังคงถูกจำกัดให้รู้จักกันแค่เฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยให้เล่นเกมสนุกยิ่งขึ้นเท่านั้น

คุณ Tim Sweeney, CEO ของ Epic games ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายเกมออนไลน์ และเป็นผู้สร้างเกม Fortnite เคยกล่าวถึงแผนการพัฒนาการสร้าง Metaverse ที่ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แต่อาจแตกต่างเล็กน้อยตรงจุดประสงค์ของการสร้าง เพราะ Epic สร้างให้ผู้คนมีส่วนร่วมกันในแพลตฟอร์มเกมของตนเอง ทั้งการสร้างคอนเสิร์ตอวตาร หรือการจัดงานอีเว้นต์แบรนด์ภายในแพลตฟอร์ม 

สำหรับทิมแล้ว Metaverse เป็นเหมือนสถานที่คอมมูนิตี้แบบดิจิทัลขนาดใหญ่ที่อยู่ร่วมกัน ที่ที่ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้และได้แสดงความเป็นตัวเองออกมาในขณะเดียวกัน เช่น หากในโลกจริงได้มีการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ขึ้นมา คนที่อยู่ในแพลตฟอร์มสามารถขอเข้ารับการ Test Drive ได้เลยทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนในคราวเดียวกัน โดยที่แบรนด์ไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่ายิงโฆษณาให้กับสื่อกลางอย่าง Facebook เหมือนแต่ก่อน เพียงแค่สร้างรถยนต์จำลองขึ้นมา เอาไปใส่ไว้ในแพลตฟอร์ม คิดคอนเทนต์นิดหน่อยให้ผู้คนสนใจและสามารถเอาสินค้าไปเล่นได้เหมือนเป็น NFT อีกแบบหนึ่งยังไงยังงั้น

virtual concert

คอนเสิร์ตเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์มัลติเพลเยอร์ Fortnite ที่ได้นักร้อง Travis Scott มาขึ้นโชว์ ยอดวิวกว่า 172 ล้านวิว บน Youtube ที่มา : venturebeat.com

ทั้งนี้ยังมีอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากชิ้นหนึ่งที่กำลังกลายเป็นกระแสหลักเมื่อประมาณปี 2018 ที่ผ่านมากับการเปิดตัวนักร้องแบบ Vitual Pop หรือป็อปเสมือนจริงอย่างวง K/DA นักร้อง Hologram อ้างอิงต้นแบบตัวละครจากเกมเจ้าดัง League Of Legends หรือ LOL นำมาผสานกับเทคโนโลยีในยุคนี้เข้าไว้ด้วยกัน ควบคู่ไปกับการใช้อุปกรณ์ AV และ VR มาผนวกเข้ากับวงการเพลงป็อปเพื่อเพิ่มอรรถรสการฟังยิ่งขึ้น

K/DA

วง K/DA สร้างจากเทคโนโลยี Metaverse ที่ได้ตัวละครในเกม League Of Legends มาเป็นคาแรคเตอร์ต้นแบบ ที่มา : g-idle.famdom.com

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา K/DA ได้ออกซิงเกิลใหม่ออกมามากมาย อย่างเพลง Pop/Stars ที่ฮิตถึงขึ้นติดอันดับ 1 World Digital Song Sales ของ Billboard พร้อมยอดวิวในวันนี้ (3 พ.ย. 2021) สูงถึง 468 ล้านวิวเข้าไปแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นวงนี้ยังเคยมีคอนเสิร์ตแบบ Live Performance ที่ขึ้นร้องกับคนจริง ๆ บนเวทีเดียวกันมาแล้ว กดตามลิงก์นี้ไปได้เลย

ตอนนี้เราเริ่มเห็นแล้วว่าจริง ๆ แล้วเทคโนโลยีแบบ Meta เข้ามาในชีวิตของเราได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกับในวงกว้างเท่าที่ควร มีเพียง Niche Market เท่านั้นที่รู้จักในช่วงแรก ภายหลังการประกาศเปลี่ยนชื่อ Facebook ของมาร์ค จึงกลายเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมเริ่มให้ความสนใจในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

แล้วภาคธุรกิจควรรับมือกับ Metaverse ได้อย่างไร?

ตอนนี้เรือเดินสมุทรเริ่มเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือของตัวเองแล้ว แล้วกลุ่มเรือลำเล็กล่ะจะทำยังไงต่อ?

จริง ๆ Metaverse ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใหม่ล่าสุดเท่าไหร่ หนำซ้ำยังถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันบ้างแล้วอย่างที่ผมได้กล่าวไปในตอนต้น ดังนั้นหากนำคอนเซปต์ Meta มาปรับใช้กับภาคธุรกิจคงไม่ยากอะไร เพราะสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยมากกว่าเดิม รวมไปถึงการแพร่ระบาดในตอนนี้ที่เป็นปัจจัยเร่งส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ธุรกิจ E-commerce ก้าวหน้าได้มากกว่าเก่า

จากผลสำรวจการซื้อสินค้าออนไลน์ของประชาชนรอบ 3 เดือนปี 64 (ม.ค.-มี.ค.) ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ที่ได้ทำการสำรวจความเห็นของประชาชน จำนวน 7,499 คน จากทั่วประเทศ ระบุว่า ยอดใช้จ่ายการซื้อขายออนไลน์พุ่งสูงถึง 75,000 ล้านบาท / เดือน เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. ปี 63 มีมูลค่าอยู่ที่ 52,000 ล้านบาท / เดือน เพิ่มขึ้นมาคิดเป็น 45.05% และยอดอัตราการซื้อของออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 68.97% จากปีที่แล้ว

จะเห็นได้ว่าแนวโน้มผู้บริโภคที่เข้ามาใช้จ่ายสินค้าในโลกออนไลน์เริ่มมีเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ภายในปีเดียว ประกอบกับการแพร่ระบาดที่เข้ามาเป็นตัวแปรหนึ่งของเหตุการณ์ ส่งผลให้ร้านค้าและห้างสรรพสินค้า On-site ปิดตัวลงชั่วคราวไปเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายประเทศเริ่มพัฒนาโครงการ ‘ห้างสรรพสินค้าเสมือนจริง’ หรือ ‘Virtual Mall’ บนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น คอนเซปต์ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่สร้างห้างสรรพสินค้าให้เป็น 3D ลงรายละเอียดแผนที่ ร้านค้าต่าง ๆ เสร็จสรรพ ออกโปรโมชั่น พร้อมปล่อยให้ผู้ใช้งานเดินเลือกชมงานเหมือนว่าได้ไปอยู่ในงานจริง ๆ เลย

ซึ่งห้างที่ว่านี้ในไทยก็มีให้บริการแล้วเช่นกัน มีชื่อว่า V-Avenue.Co ของ AIS ที่ยกศูนย์การค้าชั้นนำของไทยมาไว้ในเว็บไซต์เดียวทั้ง The Emporium, The Mall Lifestore เป็นต้น รวบรวมสินค้าหลากหลายประเภทไว้เหมือนเป็นห้างสรรพสินค้าจริง ๆ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์กีฬา Gourmet Market เครื่องใช้ไฟฟ้า มือถืออุปกรณ์ไอที และกลุ่มผู้ค้า SMEs ถึง 210 ร้านค้า สนใจลองไปเยี่ยมชมดูได้ ส่วนตัวผมเคยลองเข้าไปท่องดูแล้วให้บรรยากาศคล้ายห้างสรรพสินค้าจริง ๆ เลยที่ V-avanue.co 

V-Avanue

บรรยากาศภายใน Virtual Mall ของ V-Avanue ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้างจริง ๆ

 

แต่อย่างไรก็ตาม รูปแบบการให้บริการห้างสรรพสินค้าออนไลน์แบบนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนดาบสองคมมีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน

  • ข้อดี สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ สามารถมองเห็นภาพรวมของห้างได้ ไม่ต้องเสียค่าเดินทาง ทนร้อน ทนรถติด มีร้านค้าให้เลือกมากมายเหมือนห้างจริง ๆ
  • ข้อเสีย เนื่องจากเป็นโปรเจกต์การตลาดแบบใหม่ที่เพิ่งถูกนำมาใช้ จึงถูกตั้งคำถามถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจาก Virtual Mall จะจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวหรือ Cookies จากเราไป รวมถึงข้อมูลบัตรเครดิต และระบบการใช้งานที่ไม่ค่อยคุ้นชิน ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจ ทำให้ผู้บริโภคยังคงมั่นใจการใช้บริการผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce แบบเดิมมากกว่า

และหากกำลังกังวลว่าการเข้ามาของ Virtual Mall จะเข้ามาแทนที่ช่องทางการค้าแบบเดิมที่มีอยู่แบบเต็มตัวหรือเปล่า?

คำตอบคือ ไม่ตลอดไป เพราะ Virtual Mall ให้การรับรู้ผ่านการมองเห็นเท่านั้น ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าไปหยิบจับ ดม สัมผัส หรือฟังได้ด้วยตัวเองจึงยังขาดมิติของการรับรู้เพื่อเข้ามาใช้ประกอบการตัดสินใจอีกด้วย ทำให้ขาด “ประสบการณ์การชอปปิง” นอกเสียจากว่าทางผู้พัฒนาจะใส่เอฟเฟกต์ อย่าง เสียงเท้า เสียงพูดคุย หรือเสียงแคชเชียร์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับรู้ แต่อย่างไรเสียก็คงไม่สามารถสู้การเดินทางมาที่ห้างฯ จริง ๆ ได้

 

การเปลี่ยนชื่อของ Facebook นับเป็นอีเวนต์ที่คนทั้งโลกจับตามองเลยก็ว่าได้ และการมาของ Metaverse แบบเต็มตัวทำให้โลกของเราขยายขอบเขตความเข้าใจมากขึ้น นำพาเทคโนโลยีแบบใหม่มาใช้ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น เช่นเดียวกันการทำธุรกิจก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น การตลาดแบบ Off-line อาจหาลูกค้าราย ๆ ใหม่ ได้ไม่ดีกว่าเดิม

——————————————————————–

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งในบริษัทโฆษณาออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Brand Awareness หรือ Lead Generation ก็ทำได้หมด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic

Line: @cotactic

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล :

weforum.org, thairath.co.th, washingtonpost.com, bbc.com, workpointtoday.com

 

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

Ads Extension ฟีเจอร์เด็ด ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับโฆษณา

Reading Time: 3 minutes ปัจจุบัน Google Ads เป็นอีกหนึ่งช่องทางโฆษณาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่ม Traffic เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเพิ่มยอดขายบนเว็บไซต์ได้จริง อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการใช้งาน โฆษณา Google Ads ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Ads Extension ฟีเจอร์เสริมพิเศษ สำหรับการทำโฆษณาประเภท Search Ad รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ศึกษาได้จากบทความนี้! Ads Extension คืออะไร Ads Extension หรือที่เรียกกันว่า “ส่วนขยายโฆษณา” คือ ฟีเจอร์พิเศษที่อนุญาตให้คุณใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ลิงก์อื่น ๆ เบอร์โทรศัพท์ หรือสถานที่ตั้ง เพื่อให้โฆษณาบนหน้า Search Ad ของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น เพิ่มคะแนนคุณภาพโฆษณา รวมถึงเพิ่มอัตราการคลิกเข้าชมหน้า Landing Page ซึ่งจะนำไปสู่การจ่ายค่าโฆษณาที่ถูกลงนั่นเอง   ประเภทของ Ads Extension   1. Sitelinks Extension  Sitelinks […]

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC