November 15, 2021

เจ้าของธุรกิจต้องอ่าน Metaverse คืออะไร? ทำไมมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กถึงสนใจ

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวเด็ดกระฉ่อนโลกที่เพิ่งเป็นข่าวไปไม่นานมานี้ เมื่อหัวเรือใหญ่ของ Facebook มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัท Facebook ให้ก้าวไปอีกขั้นกลายมาเป็นชื่อบริษัท “Meta” ดั่งในตอนนี้ ทำเอาผู้คนจากหลากหลายอาชีพให้ความสนใจจับจ้องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ของ Facebook กับการมาของ Metaverse ที่อาจกลายมาเป็นคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงลูกต่อไปหรือเปล่า? และ Metaverse คืออะไร? จะส่งผลอะไรต่อภาคธุรกิจและการหาลูกค้าใหม่ ๆ ในอนาคตที่นักธุรกิจเช่นคุณต้องฟัง

Metaverse

เมื่อราว ๆ 3 – 4 ปีก่อน เราเคยมีหนังดังจากฝั่งตะวันตกเรื่องหนึ่งที่เล่าถึงเด็กหนุ่มติดเกม ใช้ชีวิตในแต่ละวันไปกับโลกเสมือนจริงผ่านอุปกรณ์ VR ที่เขามี จนวันหนึ่งทุกคนที่เล่นเกมได้รับคำเชื้อเชิญให้เข้าร่วมภารกิจไขปริศนาที่ผู้สร้างเกมอัจฉริยะระดับโลกได้ทิ้งเอาไว้เพื่อค้นหาสมบัติสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิตลง

และใช่ครับเด็กหนุ่มของเรื่องที่ผมพูดถึงอยู่นี้มีชื่อว่า เวด วัตส์ จากเรื่อง Ready Player One ที่ออกฉายไปเมื่อปี 2018 ที่นำความหมายของ Metaverse มาตีความใหม่ให้อยู่ในรูปแบบที่คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้และสัมผัสได้มากขึ้น

metaverse

ภาพยนตร์ Ready Player One ออกฉายเมื่อปี 2018 ที่ย่อคอนเซปต์ Metaverse ให้ผู้ชมเข้าใจได้ง่าย ที่มา : imdb.com


ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

จุดเริ่มต้นของ Metaverse

แท้ที่จริงแล้วเริ่มมาจากนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง “Snow Crash” ของ Neal Stephenson ที่ตีพิมพ์ออกมาในปี 1992 ซึ่งเรื่องราวในเรื่องก็ไม่ต่างอะไรกับ Ready Player One ที่เป็นมนุษย์กับคอมพิวเตอร์โต้ตอบกันในพื้นที่ซอฟต์แวร์ ต่างกันเพียงแค่การชูประเด็นเนื้อเรื่องเท่านั้น 

ดังนั้นจึงกลายมาเป็นคำอนุมานของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ว่า “Metaverse” หากแยกกลุ่มคำออกมาจะแปลตรงตัวว่า “โลกที่พ้นขอบเขต” หรือ “จักรวาลที่หลุดพ้นจากขอบเขตความเข้าใจไปแล้ว” เป็นพื้นที่โลกเสมือนจริงที่รวมสภาพแวดล้อมรอบตัวมาเติมแต่งด้วยจินตนาการเข้าไปนิดหน่อยแล้วเอาตัวเราเองไปอยู่ในนั้น โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ในโลกนี้มีแล้วอย่าง AR และ VR หากใครจำได้ผมเคยเขียนเรื่องเทคโนโลยีเสมือนจริงนี้ไว้ในบทความ 13 เทรนด์การตลาด 2022 (part 2) เอาไว้แล้วครับ ซึ่งสอดรับกับนโยบายใหม่ของเฟซบุ๊กที่ประกาศออกมาว่าอยากขยายขอบเขตเทคโนโลยีให้ก้าวเข้าสู่นิยามที่เรียกว่า Metaverse ยิ่งขึ้น ต่อไปเรามาทำความรู้จักกับเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทอย่าง AR และ VR กันครับ

 

AR Pokemon

Pokemon GO ใช้เทคโนโลยี AR ที่มา : Forbes.com

 

 

ในความเป็นจริง Metaverse สามารถนำไปปรับใช้ได้กับเทคโนโลยีตระกูล R ต่าง ๆ ที่ผมยังไม่ได้หยิบยกมาพูดถึงในบทความนี้อย่าง XR และ MR ซึ่งขอเก็บเอาไว้อธิบายในบทความถัดไป


ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

แพลตฟอร์มสำคัญจุดเปลี่ยนพลิกชะตาธุรกิจ

ทุกวันนี้ไม่ว่าเราจะอยู่บนบก ในทะเล หรือบนท้องฟ้าพวกเราก็จะมีสมาร์ตโฟนคอยตามไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย ประชากรมนุษย์จำนวนหลายล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากที่ไหนก็ได้ ทำหน้าที่เป็นดั่งตัวกลางเชื่อมต่อเราสู่สังคม

Metaverse ได้ถูกทำนายว่าจะเป็นการสร้าง Value Preposition แบบเดิม ๆ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ตในยุคเริ่มแรก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจทำให้ชีวิตในรูปแบบ Offline และ Online ถูกแบ่งแยกออกจากกันได้ยากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ที่ดูจะเป็นที่น่าจับตามองของเหล่าผู้เชี่ยวชาญมากที่สุดคงจะเป็น “XR” หรือส่วนต่อขยายความเป็นจริง เอาให้ชัดเลยคือการนำ AR+MR+AR มารวมกันจะสื่อความหมายได้ดีกว่า ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ของ Metaverse ที่นำภาพเสมือนและสภาพแวดล้อมแบบ 3D มาให้คนบนโลกจริงสามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้แบบเรียลไทม์ สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการมีส่วนร่วมของสังคมและภาคธุรกิจได้

แต่ทว่าในปัจจุบันก่อนที่ Facebook จะประกาศเปลี่ยนชื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ XR ยังคงถูกจำกัดให้รู้จักกันแค่เฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยให้เล่นเกมสนุกยิ่งขึ้นเท่านั้น

คุณ Tim Sweeney, CEO ของ Epic games ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายเกมออนไลน์ และเป็นผู้สร้างเกม Fortnite เคยกล่าวถึงแผนการพัฒนาการสร้าง Metaverse ที่ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก แต่อาจแตกต่างเล็กน้อยตรงจุดประสงค์ของการสร้าง เพราะ Epic สร้างให้ผู้คนมีส่วนร่วมกันในแพลตฟอร์มเกมของตนเอง ทั้งการสร้างคอนเสิร์ตอวตาร หรือการจัดงานอีเว้นต์แบรนด์ภายในแพลตฟอร์ม 

สำหรับทิมแล้ว Metaverse เป็นเหมือนสถานที่คอมมูนิตี้แบบดิจิทัลขนาดใหญ่ที่อยู่ร่วมกัน ที่ที่ผู้คนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้และได้แสดงความเป็นตัวเองออกมาในขณะเดียวกัน เช่น หากในโลกจริงได้มีการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ขึ้นมา คนที่อยู่ในแพลตฟอร์มสามารถขอเข้ารับการ Test Drive ได้เลยทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนในคราวเดียวกัน โดยที่แบรนด์ไม่จำเป็นต้องเสียเงินค่ายิงโฆษณาให้กับสื่อกลางอย่าง Facebook เหมือนแต่ก่อน เพียงแค่สร้างรถยนต์จำลองขึ้นมา เอาไปใส่ไว้ในแพลตฟอร์ม คิดคอนเทนต์นิดหน่อยให้ผู้คนสนใจและสามารถเอาสินค้าไปเล่นได้เหมือนเป็น NFT อีกแบบหนึ่งยังไงยังงั้น

virtual concert

คอนเสิร์ตเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มเกมออนไลน์มัลติเพลเยอร์ Fortnite ที่ได้นักร้อง Travis Scott มาขึ้นโชว์ ยอดวิวกว่า 172 ล้านวิว บน Youtube ที่มา : venturebeat.com

ทั้งนี้ยังมีอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากชิ้นหนึ่งที่กำลังกลายเป็นกระแสหลักเมื่อประมาณปี 2018 ที่ผ่านมากับการเปิดตัวนักร้องแบบ Vitual Pop หรือป็อปเสมือนจริงอย่างวง K/DA นักร้อง Hologram อ้างอิงต้นแบบตัวละครจากเกมเจ้าดัง League Of Legends หรือ LOL นำมาผสานกับเทคโนโลยีในยุคนี้เข้าไว้ด้วยกัน ควบคู่ไปกับการใช้อุปกรณ์ AV และ VR มาผนวกเข้ากับวงการเพลงป็อปเพื่อเพิ่มอรรถรสการฟังยิ่งขึ้น

K/DA

วง K/DA สร้างจากเทคโนโลยี Metaverse ที่ได้ตัวละครในเกม League Of Legends มาเป็นคาแรคเตอร์ต้นแบบ ที่มา : g-idle.famdom.com

ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา K/DA ได้ออกซิงเกิลใหม่ออกมามากมาย อย่างเพลง Pop/Stars ที่ฮิตถึงขึ้นติดอันดับ 1 World Digital Song Sales ของ Billboard พร้อมยอดวิวในวันนี้ (3 พ.ย. 2021) สูงถึง 468 ล้านวิวเข้าไปแล้ว และยิ่งไปกว่านั้นวงนี้ยังเคยมีคอนเสิร์ตแบบ Live Performance ที่ขึ้นร้องกับคนจริง ๆ บนเวทีเดียวกันมาแล้ว กดตามลิงก์นี้ไปได้เลย

ตอนนี้เราเริ่มเห็นแล้วว่าจริง ๆ แล้วเทคโนโลยีแบบ Meta เข้ามาในชีวิตของเราได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักกับในวงกว้างเท่าที่ควร มีเพียง Niche Market เท่านั้นที่รู้จักในช่วงแรก ภายหลังการประกาศเปลี่ยนชื่อ Facebook ของมาร์ค จึงกลายเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคมเริ่มให้ความสนใจในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้


ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

แล้วภาคธุรกิจควรรับมือกับ Metaverse ได้อย่างไร?

ตอนนี้เรือเดินสมุทรเริ่มเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือของตัวเองแล้ว แล้วกลุ่มเรือลำเล็กล่ะจะทำยังไงต่อ?

จริง ๆ Metaverse ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใหม่ล่าสุดเท่าไหร่ หนำซ้ำยังถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันบ้างแล้วอย่างที่ผมได้กล่าวไปในตอนต้น ดังนั้นหากนำคอนเซปต์ Meta มาปรับใช้กับภาคธุรกิจคงไม่ยากอะไร เพราะสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยมากกว่าเดิม รวมไปถึงการแพร่ระบาดในตอนนี้ที่เป็นปัจจัยเร่งส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ธุรกิจ E-commerce ก้าวหน้าได้มากกว่าเก่า

จากผลสำรวจการซื้อสินค้าออนไลน์ของประชาชนรอบ 3 เดือนปี 64 (ม.ค.-มี.ค.) ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ที่ได้ทำการสำรวจความเห็นของประชาชน จำนวน 7,499 คน จากทั่วประเทศ ระบุว่า ยอดใช้จ่ายการซื้อขายออนไลน์พุ่งสูงถึง 75,000 ล้านบาท / เดือน เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย. ปี 63 มีมูลค่าอยู่ที่ 52,000 ล้านบาท / เดือน เพิ่มขึ้นมาคิดเป็น 45.05% และยอดอัตราการซื้อของออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 68.97% จากปีที่แล้ว

จะเห็นได้ว่าแนวโน้มผู้บริโภคที่เข้ามาใช้จ่ายสินค้าในโลกออนไลน์เริ่มมีเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ภายในปีเดียว ประกอบกับการแพร่ระบาดที่เข้ามาเป็นตัวแปรหนึ่งของเหตุการณ์ ส่งผลให้ร้านค้าและห้างสรรพสินค้า On-site ปิดตัวลงชั่วคราวไปเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายประเทศเริ่มพัฒนาโครงการ ‘ห้างสรรพสินค้าเสมือนจริง’ หรือ ‘Virtual Mall’ บนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น คอนเซปต์ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่สร้างห้างสรรพสินค้าให้เป็น 3D ลงรายละเอียดแผนที่ ร้านค้าต่าง ๆ เสร็จสรรพ ออกโปรโมชั่น พร้อมปล่อยให้ผู้ใช้งานเดินเลือกชมงานเหมือนว่าได้ไปอยู่ในงานจริง ๆ เลย

ซึ่งห้างที่ว่านี้ในไทยก็มีให้บริการแล้วเช่นกัน มีชื่อว่า V-Avenue.Co ของ AIS ที่ยกศูนย์การค้าชั้นนำของไทยมาไว้ในเว็บไซต์เดียวทั้ง The Emporium, The Mall Lifestore เป็นต้น รวบรวมสินค้าหลากหลายประเภทไว้เหมือนเป็นห้างสรรพสินค้าจริง ๆ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง อุปกรณ์กีฬา Gourmet Market เครื่องใช้ไฟฟ้า มือถืออุปกรณ์ไอที และกลุ่มผู้ค้า SMEs ถึง 210 ร้านค้า สนใจลองไปเยี่ยมชมดูได้ ส่วนตัวผมเคยลองเข้าไปท่องดูแล้วให้บรรยากาศคล้ายห้างสรรพสินค้าจริง ๆ เลยที่ V-avanue.co 

V-Avanue

บรรยากาศภายใน Virtual Mall ของ V-Avanue ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้างจริง ๆ

 

แต่อย่างไรก็ตาม รูปแบบการให้บริการห้างสรรพสินค้าออนไลน์แบบนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนดาบสองคมมีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน

และหากกำลังกังวลว่าการเข้ามาของ Virtual Mall จะเข้ามาแทนที่ช่องทางการค้าแบบเดิมที่มีอยู่แบบเต็มตัวหรือเปล่า?

คำตอบคือ ไม่ตลอดไป เพราะ Virtual Mall ให้การรับรู้ผ่านการมองเห็นเท่านั้น ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าไปหยิบจับ ดม สัมผัส หรือฟังได้ด้วยตัวเองจึงยังขาดมิติของการรับรู้เพื่อเข้ามาใช้ประกอบการตัดสินใจอีกด้วย ทำให้ขาด “ประสบการณ์การชอปปิง” นอกเสียจากว่าทางผู้พัฒนาจะใส่เอฟเฟกต์ อย่าง เสียงเท้า เสียงพูดคุย หรือเสียงแคชเชียร์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับรู้ แต่อย่างไรเสียก็คงไม่สามารถสู้การเดินทางมาที่ห้างฯ จริง ๆ ได้

 

การเปลี่ยนชื่อของ Facebook นับเป็นอีเวนต์ที่คนทั้งโลกจับตามองเลยก็ว่าได้ และการมาของ Metaverse แบบเต็มตัวทำให้โลกของเราขยายขอบเขตความเข้าใจมากขึ้น นำพาเทคโนโลยีแบบใหม่มาใช้ในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น เช่นเดียวกันการทำธุรกิจก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น การตลาดแบบ Off-line อาจหาลูกค้าราย ๆ ใหม่ ได้ไม่ดีกว่าเดิม

——————————————————————–

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งในบริษัทโฆษณาออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Brand Awareness หรือ Lead Generation ก็ทำได้หมด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic

Line: @cotactic

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล :

weforum.org, thairath.co.th, washingtonpost.com, bbc.com, workpointtoday.com

 

Facebook Comment