Affiliate Marketing คือ โมเดลธุรกิจแบบใหม่ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็น “นายหน้าออนไลน์” หน้าที่มีเพียงแค่ “แชร์ลิงก์” แนะนำสินค้าที่น่าสนใจ เมื่อมีคนกดซื้อผ่านลิงก์นั้น เราก็จะได้รับส่วนแบ่งไปด้วย
Affiliate Marketing คืออะไร?

Affiliate Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดออนไลน์ที่เน้นผลลัพธ์ (Performance-Based Marketing) โดยอาศัยตัวแทนในการช่วยขายหรือโปรโมทสินค้า ซึ่งตัวแทนเหล่านี้จะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของ “ค่าคอมมิชชั่น” เมื่อมีลูกค้าทำการสั่งซื้อสินค้า สมัครสมาชิก หรือทำกิจกรรมตามเงื่อนไขผ่านลิงก์แนะนำเพียงเท่านั้น
พูดง่าย ๆ ให้เห็นภาพเลย คือ การเป็นนายหน้าออนไลน์ที่ไม่ต้องลงทุนผลิตสินค้าเอง ไม่ต้องสต็อกของ ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการจัดส่ง หน้าที่เดียวคือแนะนำให้คนรู้จักและตัดสินใจซื้อ เมื่อขายได้ ก็ได้รับส่วนแบ่ง ถือว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นนักการตลาด และเปลี่ยนจากยอดไลค์ให้กลายเป็นรายได้จริง
กลไกการทำงานของ Affiliate Marketing
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น จะต้องรู้ก่อนว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ดังนี้
-
เจ้าของสินค้า Brand/Advertiser
คือ แบรนด์ ผู้ผลิต หรือร้านค้าที่ต้องการขายสินค้าและบริการ การเลือกจ้างคนมาช่วยขายแบบ Affiliate ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องงบโฆษณา เพราะแบรนด์จะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อ “ขายของได้แล้ว” เท่านั้น ต่างจากการยิง Ads ที่ต้องจ่ายเงินไปก่อนโดยไม่การันตียอดขาย โดยทางแบรนด์จะสร้างระบบหรือเข้าร่วมเครือข่าย เพื่อออกลิงก์เฉพาะ ให้กับเหล่าพาร์ทเนอร์นำไปโปรโมท
-
Publisher หรือ Affiliate Marketer
คือ คนกลาง อินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ หรือบุคคลทั่วไปที่นำสินค้าไปโปรโมท สร้างรายได้แบบ Passive Income โดยไม่ต้องลงทุนเรื่องสินค้าและความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ สร้างคอนเทนต์ รีวิว หรือแนะนำสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น TikTok, YouTube, Facebook หรือ Website เพื่อกระตุ้นให้คนคลิกลิงก์เข้ามา
-
Customer
คือ ผู้บริโภคที่ทำการซื้อสินค้าผ่านลิงก์ของ Publisher โดยลูกค้ามักจะตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นจากการดูรีวิวหรือคำแนะนำที่จริงใจจากคนที่ตนติดตาม เมื่อลูกค้าคลิกลิงก์และทำการสั่งซื้อ ระบบจะบันทึกข้อมูลและส่งยอดขายกลับไปที่แบรนด์โดยที่ลูกค้าจ่ายราคาปกติ หรือบางครั้งได้ส่วนลดพิเศษด้วย
-
Affiliate Network
คือ แพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่าง แบรนด์ และ ผู้ช่วยขาย เช่น Shopee Affiliate, TikTok Affiliate, ACCESSTRADE หรือ Involve Asia ช่วยจัดการเรื่องระบบติดตามผล (Tracking) การจ่ายเงิน และรวบรวมแคมเปญต่างๆ ไว้ในที่เดียว เป็นระบบหลังบ้านที่คอยตรวจสอบว่ายอดขายมาจากลิงก์ของใคร และคำนวณเงินให้ถูกต้อง
รูปแบบรายได้ของ Affiliate Marketing
- Pay Per Sale (PPS) จ่ายเมื่อขายได้ เป็นรูปแบบที่นิยมที่สุด ได้เงินเป็น % จากยอดขาย เช่น 5-10% ของราคาสินค้า
- Pay Per Lead (PPL) จ่ายเมื่อมีการสมัคร เหมาะกับธุรกิจบริการ บัตรเครดิต หรือประกัน โดยจะได้เงินเมื่อมีคนกรอกข้อมูลสมัครสมาชิกผ่านลิงก์
- Pay Per Click (PPC) จ่ายเมื่อมีคนคลิก รูปแบบนี้เริ่มน้อยลง แต่ยังพบเห็นได้ในบางแพลตฟอร์ม โดยจะจ่ายเงินตามจำนวนคนที่คลิกเข้าสู่เว็บไซต์
ทำไม Affiliate Marketing ถึงเป็นทักษะสำคัญในปี 2026 ?
1. ความเสี่ยงต่ำ เริ่มต้นได้ทันที
คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยเงิน 0 บาท ไม่ต้องกู้ยืมเพื่อสต็อกสินค้า ไม่ต้องเช่าที่ ไม่ต้องจ้างพนักงาน สิ่งที่ต้องลงทุนคือ “เวลา” และ “ความคิดสร้างสรรค์” ในการทำคอนเทนต์
2. พลังของ User-Generated Content
อัลกอริทึมของ Search Engine และ Social Media ในปัจจุบันให้ค่ากับ “ประสบการณ์จริง” (Experience ใน E-E-A-T) มากขึ้น การรีวิวสินค้าจากผู้ใช้จริงจึงมีน้ำหนักมากกว่าโฆษณาจากแบรนด์โดยตรง ทำให้ Affiliate Marketer กลายเป็นคนสำคัญใน Customer Journey
3. สร้างรายได้แบบ Passive Income ได้จริง
แม้ช่วงแรกต้องออกแรงสร้างคอนเทนต์ แต่หากทำ SEO บนเว็บไซต์ หรือทำคลิปวิดีโอที่ติดลมบน คอนเทนต์เหล่านั้นจะยังคงทำงานและสร้างรายได้ให้คุณตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในเวลาที่คุณหลับ
ขั้นตอนการเริ่มทำ Affiliate Marketing
Step 1 : เลือกกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
ไม่จำเป็นต้องขายทุกอย่าง การเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จะทำให้คุณดูน่าเชื่อถือและปิดการขายได้ง่ายกว่า เช่น แทนที่จะทำเรื่อง “อุปกรณ์ไอที” ให้เจาะจงไปเลยว่าเป็น Gadget สำหรับคนทำงาน Work from Home หรืออุปกรณ์ Gaming Gear ราคาประหยัด
Step 2 : เลือกช่องทางและสมัคร Affiliate Program
เลือกแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ และสมัครเข้าร่วมโปรแกรม เช่น Marketplace, Shopee Affiliate, Lazada Affiliate เหมาะกับสายรีวิวของใช้ทั่วไป หรือ Social Commerce TikTok Shop ที่เน้นคลิปสั้นและ Live ไปจนถึงสมัครกับแบรนด์โดยตรง เช่น Agoda Partner (ท่องเที่ยว) Hosting หรือ Software ต่าง ๆ
Step 3: สร้างคอนเทนต์คุณภาพ
Content is King ยังคงเป็นเรื่องจริง แต่ต้องเพิ่มบริบทของ Context is Queen เข้าไป คอนเทนต์ของคุณต้อง แก้ปัญหาว่า สินค้านี้ช่วยแก้ปัญหาอะไรให้คนดู? บอกทั้งข้อดีและข้อสังเกต ไม่เชียร์จนเวอร์ ไปจนถึงให้ความรู้หรือความบันเทิง ไม่ใช่แค่โพสต์ขายของดื้อ ๆ
Step 4: กระจายลิงก์
อย่าวางลิงก์มั่วซั่ว ให้วางในจุดที่คนพร้อมจะคลิก เช่น บทความ SEO แทรกลิงก์ในคำสำคัญที่เกี่ยวข้อง หรือทำปุ่ม Call to Action ที่ชัดเจน ส่วน Social Media ใช้ LinkTree หรือ Bio Link เพื่อรวบรวมลิงก์สินค้าหลายรายการไว้ในที่เดียว ป้องกันการถูกปิดกั้นการมองเห็นจากการแปะลิงก์ตรงๆ ในแคปชั่น
ข้อควรระวังและสิ่งที่คุณต้องรู้

เพื่อให้การทำ Affiliate อยู่ได้ยาว ๆ และไม่ผิดกฎแพลตฟอร์มอื่น ๆ จะต้องรู้และระวังไว้ด้วย เช่น
-
Cookie Duration
แต่ละโปรแกรมมีระยะเวลาจดจำลิงก์ต่างกัน บางเจ้าให้ 24 ชั่วโมง บางเจ้าให้ 30 วัน หากลูกค้าคลิกลิงก์แล้วยังไม่ซื้อทันที แต่กลับมาซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนดยังถือว่าเป็นยอดของคุณ แต่ถ้าเกินเวลาก็จะไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น
-
Last Click Wins
กฎส่วนใหญ่จะให้เครดิตกับ “ลิงก์สุดท้าย” ที่ลูกค้าคลิกก่อนซื้อ ดังนั้นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อทันที (Call to Action) จึงสำคัญมาก
-
กฎการเปิดเผยข้อมูล
ตามหลักจรรยาบรรณและการตลาดสากล ควรแจ้งให้ผู้ติดตามรู้ว่าลิงก์นี้เป็น Affiliate Link (เช่น ติดแฮชแท็ก #Ad หรือ #Affiliate) เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อใจระยะยาว
-
อย่า Spam Link
การแปะลิงก์รัว ๆ ในคอมเมนต์ของคนอื่น หรือในกลุ่มต่าง ๆ โดยไม่มีบริบท จะทำให้คุณดูเป็นสแปมและอาจถูกแบนจากแพลตฟอร์มได้
สรุป Affiliate Marketing สร้างรายได้บนโลกออนไลน์
Affiliate Marketing คือ ประตูบานใหญ่สู่โลกแห่งการสร้างรายได้ออนไลน์ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่การแชร์ลิงก์ แต่คือการส่งมอบคุณค่า และความจริงใจให้กับผู้ติดตาม เมื่อพวกเขามั่นใจในคำแนะนำของคุณ รายได้ก็จะตามมาเป็นผลพลอยได้ที่คุ้มค่านั่นเอง
หากคุณต้องการที่ปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์ Digital แบบครบวงจรและต้องการหา Partner ที่ตอบโจทย์ต่อธุรกิจคุณ Cotactic Media เป็น Digital Marketing Agency ที่พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ ให้คุณมั่นใจว่าทุกงบประมาณการตลาดของธุรกิจคุณ จะเปลี่ยนเป็นยอดขายที่วัดผลได้จริง
โทร. 065-095-9544
Inbox: m.me/cotactic
Line: @cotactic
ติดต่อ COTACTIC
