Brand Equity หรือ คุณค่าของตราสินค้า คือ สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของอำนาจทางการตลาดของแบรนด์ที่มีเหนือคู่แข่ง
Brand Equity คืออะไร?

Brand Equity คือ มูลค่าเพิ่มที่เกิดจากชื่อเสียงและความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ไม่ใช่แค่เรื่องของราคาขาย แต่รวมถึงความเชื่อมั่น ความภักดี และอิทธิพลที่แบรนด์มีต่อการตัดสินใจซื้อ หากธุรกิจของคุณมี Brand Equity ที่สูง ลูกค้าจะยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับความไว้วางใจและประสบการณ์ที่ได้รับ แต่ในทาง Digital Marketing และการทำธุรกิจ Brand Equity สามารถเป็นได้ทั้งบวกและลบ
- Positive Brand Equity ลูกค้าเชื่อถือ ยอมรับสินค้าใหม่ ๆ ได้ง่าย และให้อภัยหากเกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อย เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
- Negative Brand Equity ลูกค้ามีทัศนคติลบต่อแบรนด์ อาจเกิดจากข่าวเสีย สินค้าไม่ได้มาตรฐาน หรือการบริการที่แย่ ทำให้ต้องใช้งบการตลาดมหาศาลเพื่อดึงลูกค้ากลับมา
ทำไมธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับ Brand Equity ?
การสร้างแบรนด์ในยุค AI ต้องมองข้ามแค่การยิงโฆษณา แต่ต้องสร้าง Digital Footprint ที่แข็งแรง เพื่อให้ทั้งคนและ Algorithm ของ Search Engine ยอมรับ
กำหนด Brand Identity ให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ
ต้องตอบให้ได้ว่าแบรนด์ยืนหยัดเพื่ออะไร ไม่ว่าลูกค้าจะเจอคุณบน Facebook, Website หรือหน้าร้าน อารมณ์และข้อความที่สื่อสารต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
สร้าง Content ที่ตอบโจทย์ E-E-A-T
Google และ AI Overviews ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง หากแบรนด์ของคุณผลิตคอนเทนต์ที่ให้ความรู้ แก้ปัญหาได้จริง และเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ แบรนด์จะถูกมองว่าเป็น “Authority” ในด้านนั้น ๆ ทันที ซึ่งเป็นการเพิ่ม Brand Equity ในโลกดิจิทัลโดยตรง
สร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ไร้รอยต่อ
ทุก Touch Point ตั้งแต่แชทคุยกับแอดมิน การใช้งานเว็บไซต์ที่ลื่นไหล ไปจนถึงการแกะกล่องสินค้า ต้องสร้างความประทับใจ เพราะประสบการณ์ที่ดีจะถูกเปลี่ยนเป็นรีวิว และรีวิวจะถูกเปลี่ยนเป็น Brand Reputation
สร้าง Emotional Connection
แบรนด์ที่อยู่ในใจคน มักไม่ใช่แบรนด์ที่พูดเรื่องฟังก์ชันสินค้า แต่เป็นแบรนด์ที่สื่อสารเรื่อง “ความรู้สึก” การเล่า Storytelling ที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์หรือความเชื่อของกลุ่มเป้าหมาย
องค์ประกอบหลักของ Brand Equity
การทำความเข้าใจโครงสร้างของการสร้างมูลค่าแบรนด์ เราต้องถอดรหัสผ่านโมเดลการสร้างแบรนด์ โดยแบ่งออกเป็น 4 เสาหลักที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนี้
1. Brand Awareness
คือ จุดเริ่มต้นที่ลูกค้า “รู้จัก” และ “จำได้” ว่าแบรนด์ของคุณคือใคร ขายอะไร และอยู่ในหมวดหมู่ไหน หากลูกค้าไม่รู้จัก ก็ไม่มีทางเกิดการซื้อ การทำให้แบรนด์เป็นชื่อแรกที่ลูกค้านึกถึงเมื่อต้องการสินค้าประเภทนั้น ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้เมื่อเห็นโลโก้ สี หรือสโลแกน ทั้งนี้การทำ SEO ให้ติดหน้าแรก Google ก็นับว่าเป็นวิธีสร้าง Awareness ยุคใหม่ที่ดีที่สุด
2. Brand Association
คือ สิ่งที่ลูกค้านึกเชื่อมโยงเมื่อได้ยินชื่อแบรนด์ ทั้งในแง่คุณสมบัติสินค้า อารมณ์ หรือภาพลักษณ์ เป็นตัวกำหนด Positioning ของแบรนด์ว่าแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร การสร้าง Personality ให้ชัดเจน โดยสามารถใช้ Influencer หรือ Brand Ambassador ที่มีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์ จะช่วยส่งเสริมการเชื่อมโยงนี้ได้
3. Perceived Quality
คือ ความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพสินค้าหรือบริการ ซึ่งอาจจะตรงหรือไม่ตรงกับคุณภาพทางเทคนิคจริง ๆ ก็ได้ แต่ถือว่าเป็นเหตุผลหลักที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจซื้อ และเป็นปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่งได้ ดังนั้น จึงควรรักษามาตรฐานสินค้าให้สม่ำเสมอ และการใช้ Social Proof เช่น รีวิวจากผู้ใช้จริง หรือรางวัลการันตีคุณภาพ (E-E-A-T) เพื่อยืนยันคุณภาพ
4. Brand Loyalty
คือ ขั้นสุดของการสร้างแบรนด์ เมื่อลูกค้าซื้อซ้ำ บอกต่อ และปกป้องแบรนด์แทนเรา การรักษาลูกค้าเก่า จึงใช้งบน้อยกว่าการหาลูกค้าใหม่ถึง 5-7 เท่า และลูกค้ากลุ่มนี้คือฐานรายได้ที่มั่นคงที่สุด สามารถสร้าง Loyalty Program หรือ CRM ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง
ข้อควรระวังในการสร้าง Brand Equity

- สัญญาเกินจริง การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเกินกว่าคุณภาพสินค้าจริง จะนำไปสู่ความผิดหวัง และทำลาย Brand Equity ได้เร็วกว่าการไม่สร้างแบรนด์เลย
- ขาดความสม่ำเสมอ เดี๋ยวเปลี่ยนโลโก้ เดี๋ยวเปลี่ยนแนวทางคอนเทนต์ ทำให้ลูกค้าสับสนและจำแบรนด์ไม่ได้
- ละเลยวิกฤต ในยุคโซเชียลมีเดีย ดราม่าเกิดง่ายและแพร่กระจายเร็ว การเพิกเฉยต่อคำร้องเรียนหรือแก้ปัญหาช้า จะทำให้ Positive กลายเป็น Negative ในข้ามคืน
สรุป Brand Equity สร้างมูลค่าแบรนด์ที่ไม่สิ้นสุด
Brand Equity คือ การสะสมแต้มความเชื่อมั่นในใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านคุณภาพสินค้า การบริการ และการสื่อสารที่จริงใจ เมื่อแบรนด์ของคุณมีมูลค่าสูง ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือคู่แข่งจะตัดราคาแค่ไหน แบรนด์ของคุณก็จะยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเสมอ
หากปัญหาที่คุณกำลังเจอคือ ยอดขายไม่เติบโต ต้องการหา Partner ที่ตอบโจทย์ต่อธุรกิจคุณ Cotactic Media เป็น Digital Marketing Agency ที่พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยคุณวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางการตลาดให้ตรงจุด เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน
โทร. 065-095-9544
Inbox: m.me/cotactic
Line: @cotactic
ติดต่อ COTACTIC
