November 15, 2020

5 ฟีเจอร์เด็ดของ Ahrefs สุดยอดโปรแกรมทำ SEO ที่คุณต้องรู้

5 ฟีเจอร์สำคัญของ Ahrefs 

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Ahrefs คืออะไร แต่สำหรับคนที่ทำการตลาดออนไลน์หรือทำ SEO คงคุ้นเคยหรือคุ้นหูกับชื่อ Ahrefs นี้เป็นอย่างดี เพราะว่าเจ้านี่คือโปรแกรมสำหรับนักทำ SEO โดยเฉพาะ หากใครไม่คุ้นชื่อหรือไม่รู้จักวันนี้เราก็จะมาแนะนำตัวโปรแกรมให้ได้รู้จัก พร้อม 5 ฟีเจอร์เด็ดๆ ของเจ้า Ahrefs นี้กัน ว่าทำไมถึงถูกอกถูกใจและกลายเป็นโปรแกรมยอดนิยมสำหรับคนทำ SEO 

Ahrefs คืออะไร ?

Ahrefs อ่านว่า “เอช-เรฟ” หรือบางคนก็ติดอ่านเป็น “เอ-เอช-เรฟ”ก็ได้ไม่ว่ากัน คือโปรแกรม Analytic ที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับการทำ SEO โดยเฉพาะ เหมาะกับผู้ที่ทำเว็บไซต์หรือนักการตลาดออนไลน์ที่ใช้งานเป็นประจำ เนื่องจากตัวโปรแกรมสามารถวิเคราะห์และรายงานผลเชิงลึกได้อย่างละเอียด มีฟีเจอร์หลากหลายที่ช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้น อาทิเช่น Site Explorer, Content Explorer, Rank Tracker สำหรับเครื่องมือบางตัวนั้นก็สามารถใช้งานได้ฟรี หากชื่นชอบก็ไปทดลองใช้ตัว Trial ต่อได้ก่อนจะใช้แบบตัวเต็มที่ต้องจ่ายเงิน

ส่วนตัวมองว่าใช้งานง่ายเนื่องจาก Interphase ออกแบบมาให้ดูแล้วสบายตา แถมยังเคลมไว้ว่ามีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของลิงค์รวบรวมไว้มากกว่าโปรแกรมเจ้าอื่น แต่สำหรับวันนี้เราจะเสนอแค่ฟีเจอร์หลักๆ ที่เป็นจุดเด่นของโปรแกรม Ahrefs เท่านั้นว่ามีอะไรบ้าง มีอะไรที่โปรแกรมอื่นทำไม่ได้ เพราะวิธีการใช้งานมีอธิบายไว้ใน Channel Youtube Ahrefs ของเค้าหมดแล้ว ซึ่งสอนได้เข้าใจง่ายและอธิบายไว้ดีมากๆ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดูกันดีกว่าว่ามีฟีเจอร์เด็ดๆ อะไรบ้าง

5 ฟีเจอร์เด็ดของ Ahrefs

1. Site Explorer

ตรงนี้เราสามารถเช็ค Search Traffic หรือ Backlink (ลิงค์ใดๆ ของเว็บไซต์เราที่นำไปโพสต์ที่เว็บไซต์อื่นเพื่อให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาหน้าเว็บเรา) ของเว็บไซต์ได้ไม่ว่าจะเป็นของเราหรือคู่แข่ง ซึ่งตรงนี้ใช้งานได้ฟรี !  เจ๋งใช่มั้ยล่ะ เพียงแค่ใส่ Url ของหน้าที่เราต้องการตรวจสอบลงไป ซึ่งจะมีเมนูแบบ Dropdown 4 ข้อย่อยให้เลือก ช่วยให้เราเช็ค Domain และ Prefix Domain แยกย่อยของเว็บไซต์ได้ว่ามีการทำ Backlink จากที่ไหนบ้าง หรือคอยดูของคู่แข่ง มีประโยชน์ต่อการวางแผนทำ Backlink ของเราเองว่าควรทำอย่างไร จะปรับ Internal Link ให้สอดคล้องแบบไหนหรือสามารถไปทำกับใครได้บ้าง เช่น การไปติดต่อขอทำ Backlink กับเว็บไซต์ที่มีเจ้าอื่นไปทำด้วย เพื่อเพิ่มยอด Traffic หรืออย่างเมนู Content Gap ที่ไว้สำหรับตรวจสอบคีย์เวิร์ดของเราเปรียบเทียบกับคู่แข่งว่ามีคำไหนที่เราหรือคู่แข่งใช้แล้วติดอันดับบ้าง

2. Keyword Explorer

ในส่วนนี้เราสามารถใส่คีย์เวิร์ดที่เราต้องการตรวจสอบ Search Volume ลงไปได้เลย หรือใช้ช่วยหาคีย์เวิร์ดที่จะใช้ โดยจะมีแยกประเภทคำค้นหาของแต่ละ Web Search ให้ด้วย อย่างเช่น Google, Bing, Yahoo, Youtube ซึ่งก็จะมีแยกประเภทคีย์เวิร์ดไอเดียลงไปอีก ตรวจสอบคีย์เวิร์ดคู่แข่งได้ ช่วยให้เราสะดวกในการเลือกคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันมาใช้เวลาหาไอเดีย ซึ่งส่วนนี้ก็ใช้งานฟรี อย่างส่วนตัวจะใช้ Phrase Match กับ Having Same Terms บ่อย แต่จะไม่ค่อยเหมาะกับการใช้ค้นหาคำที่เป็นภาษาไทยเท่าไหร่ เนื่องจากมีข้อมูลคีย์เวิร์ดน้อยกว่าภาษาอังกฤษ

3. Site Audit

ส่วนนี้ไว้สำหรับเช็คประสิทธิภาพหน้าเว็บไซต์เราโดยรวม หรือรายงานค่า URLs Crawled (ค่าที่บอทจะไปเก็บตามแต่ละหน้าเว็บไซต์) ของ Internal Link ทั้งหมดภายในเว็บไซต์ ว่ามีส่วนใดเสียหาย ผิดปกติ โหลดช้า ไม่แสดงผล ฯลฯ พร้อมมีคำอธิบายวิธีการแก้ไข ซึ่งเราสามารถเลือกฟิลเตอร์เอาได้ว่าจะดูช่วงระยะเวลาใด โดยจะแสดงคะแนนรวมเป็น % ให้ทราบได้ง่ายๆ ว่าโครงสร้างเว็บอยู่ในระดับไหน เว็บที่มีคะแนนในส่วนนี้สูงคือไม่มีปัญหาผิดปกติในตัวอย่างที่ยกไปข้างต้น

4. Rank Tracker 

ส่วนนี้ไว้ตรวจสอบอันดับเว็บไซต์ที่เราทำ SEO ไปว่าอยู่อันดับที่เท่าไหร่ จะแสดงค่า Metric รายงานผล เหมาะกับการดูภาพรวมจากสิ่งที่เราทำไปแล้วว่ามีทิศทางหรือแนวโน้มแบบใด ซึ่งอันดับของเว็บคือจุดประสงค์ของการทำ SEO เป็นหลัก ยิ่งอันดับสูงคนก็ยิ่งมีโอกาสคลิกก่อนอันดับต่ำกว่า หากอันดับตกจะรู้ว่าเกิดปัญหาตรงไหน ช่วยให้แก้ถูกจุด เราสามารถเลือกฟิลเตอร์ดูได้ระหว่างคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือว่ามีการแสดงผลของหน้าเว็บไซต์เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง 

5. Content Explorer

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราตรวจสอบคอนเทนต์ของคู่แข่งได้ ซึ่งใช้ฟรีได้เช่นกันจากการใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการลงไป เหมาะสำหรับการหาไอเดียทำคอนเทนต์ของเราเองว่าเนื้อหาแบบใดที่คู่แข่งยังไม่มี เพื่อที่เราจะได้ทำ หรือตรวจสอบหัวข้อคอนเทนต์ที่จะเขียนว่าเรื่องใดมี Backlink ปริมาณขนาดไหน และมีคนคลิกเข้ามาเยอะหรือไม่ เพื่อโอกาสในการที่คนจะเข้ามาอ่านเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้มีฐานข้อมูลคอนเทนต์เยอะมากๆ หากอยากได้ไอเดียอะไร เพียงแค่มาดูตรงนี้รับรองว่าได้แน่ๆ

Ahrefs น่าใช้หรือไม่ ?

นอกจากฟีเจอร์เด่นๆ 5 หัวข้อแล้ว Ahrefs ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าใช้อีก อย่างเช่น Link Intersect ที่ไว้สำหรับตรวจสอบเว็บไซต์ของเราหรือคู่แข่งว่ามีการทำ Backlink มาจากที่เดียวกันบ้างหรือไม่ พูดได้ว่า Ahrefs ครอบคลุมการใช้งานแทบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นที่นิยมของนักการตลาดออนไลน์และหลายๆ เอเจนซี่รวมถึง Cotactic เอง เพราะมี Function การใช้งานสำคัญๆ เกือบหมด และจุดเด่นที่สำคัญคือสามารถเช็คเว็บไซต์คู่แข่งของเราได้ด้วย 

จึงสรุปได้ว่า Ahrefs เป็นโปรแกรม SEO ที่น่าใช้มาก ไม่ว่าจะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO หรือคนที่เชี่ยวชาญแล้ว เพราะใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจไม่นาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบอกว่าไม่มีโปรแกรมใดที่ดีที่สุด เนื่องจากแต่ละโปรแกรมก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป อยู่ที่ตัวเราเป็นหลักว่าลักษณะการใช้งานแบบไหน ค่อยเลือกหาโปรแกรมที่เหมาะสมมาใช้เพื่อประสิทธิภาพงานที่ดีที่สุด หากใครสนใจอยากเล่นอย่ากใช้งาน Ahrefs นี้สามารถไปลองดูที่หน้าเว็บไซต์ได้เลย นอกจากนี้ตัวโปรแกรมเองยังมีการอัพเดทอยู่เรื่อยๆ พร้อมทั้งทีมงานคอย Support อย่างดีหากเกิดปัญหาในการใช้งาน  จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หลายคนเลือกใช้ 

เหนือสิ่งอื่นใดเรื่องงบประมาณก็เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าจะใช้โปรแกรมไหนด้วย สำหรับ Ahrefs นั้นค่าบริการต่อเดือนอยู่ที่ 3,000 กว่าบาท ถือว่าสูงพอสมควร หากใครไม่ได้ใช้ทำงานอย่างจริงจังหรือเป็นอาชีพแล้วก็แนะนำว่าใช้แค่ฟีเจอร์ตัวฟรีที่มีให้หน้าเว็บไซต์ก็เพียงพอแล้ว เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของการทำเว็บไซต์ก็คือคุณภาพของคอนเทนต์นั่นเอง หากคอนเทนต์ดีแล้วการที่จะสร้างเว็บให้ติดอันดับก็ไม่ใช่เรื่องยาก


 
Facebook Comment