วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

5 ฟีเจอร์สำคัญของ Ahrefs 

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Ahrefs คืออะไร แต่สำหรับคนที่ทำการตลาดออนไลน์หรือการทำ SEO คงคุ้นเคยหรือคุ้นหูกับชื่อ Ahrefs นี้เป็นอย่างดี เพราะว่าเจ้านี่คือโปรแกรมสำหรับผู้เชี่ยวชาญรับทำ SEO หรือผู้ทำ SEO โดยเฉพาะ หากใครไม่คุ้นชื่อหรือไม่รู้จักวันนี้เราก็จะมาแนะนำตัวโปรแกรมให้ได้รู้จัก พร้อม 5 ฟีเจอร์เด็ดๆ ของเจ้าโปรแกรมตัวนี้กัน ว่าทำไมถึงถูกอกถูกใจและกลายเป็นโปรแกรมยอดนิยมสำหรับคนทำ SEO 

Ahrefs คืออะไร ?

Ahrefs อ่านว่า “เอช-เรฟ” หรือบางคนก็ติดอ่านเป็น “เอ-เอช-เรฟ”ก็ได้ไม่ว่ากัน คือโปรแกรม Analytic ที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับการทำ SEO โดยเฉพาะ เหมาะกับผู้ที่ทำเว็บไซต์หรือนักการตลาดออนไลน์ที่ใช้งานเป็นประจำ เนื่องจากตัวโปรแกรมสามารถวิเคราะห์และรายงานผลเชิงลึกได้อย่างละเอียด มีฟีเจอร์หลากหลายที่ช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้น อาทิเช่น Site Explorer, Content Explorer, Rank Tracker สำหรับเครื่องมือบางตัวนั้นก็สามารถใช้งานได้ฟรี หากชื่นชอบก็ไปทดลองใช้ตัว Trial ต่อได้ก่อนจะใช้แบบตัวเต็มที่ต้องจ่ายเงิน

ส่วนตัวมองว่าใช้งานง่ายเนื่องจาก Interphase ออกแบบมาให้ดูแล้วสบายตา แถมยังเคลมไว้ว่ามีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของลิงค์รวบรวมไว้มากกว่าโปรแกรมเจ้าอื่น แต่สำหรับวันนี้เราจะเสนอแค่ฟีเจอร์หลักๆ ที่เป็นจุดเด่นของโปรแกรมเท่านั้นว่ามีอะไรบ้าง มีอะไรที่โปรแกรมอื่นทำไม่ได้ เพราะวิธีการใช้งานมีอธิบายไว้ใน Channel Youtube Ahrefs ของเค้าหมดแล้ว ซึ่งสอนได้เข้าใจง่ายและอธิบายไว้ดีมากๆ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดูกันดีกว่าว่ามีฟีเจอร์เด็ดๆ อะไรบ้าง

5 ฟีเจอร์เด็ดของ Ahrefs

1. Site Explorer

ตรงนี้เราสามารถเช็ค Search Traffic หรือ Backlink (ลิงค์ใดๆ ของเว็บไซต์เราที่นำไปโพสต์ที่เว็บไซต์อื่นเพื่อให้ผู้อ่านคลิกเข้ามาหน้าเว็บเรา) ของเว็บไซต์ได้ไม่ว่าจะเป็นของเราหรือคู่แข่ง ซึ่งตรงนี้ใช้งานได้ฟรี !  เจ๋งใช่มั้ยล่ะ เพียงแค่ใส่ Url ของหน้าที่เราต้องการตรวจสอบลงไป ซึ่งจะมีเมนูแบบ Dropdown 4 ข้อย่อยให้เลือก ช่วยให้เราเช็ค Domain และ Prefix Domain แยกย่อยของเว็บไซต์ได้ว่ามีการทำ Backlink จากที่ไหนบ้าง หรือคอยดูของคู่แข่ง มีประโยชน์ต่อการวางแผนทำ Backlink ของเราเองว่าควรทำอย่างไร จะปรับ Internal Link ให้สอดคล้องแบบไหนหรือสามารถไปทำกับใครได้บ้าง เช่น การไปติดต่อขอทำ Backlink กับเว็บไซต์ที่มีเจ้าอื่นไปทำด้วย เพื่อเพิ่มยอด Traffic หรืออย่างเมนู Content Gap ที่ไว้สำหรับตรวจสอบคีย์เวิร์ดของเราเปรียบเทียบกับคู่แข่งว่ามีคำไหนที่เราหรือคู่แข่งใช้แล้วติดอันดับบ้าง

2. Keyword Explorer

ในส่วนนี้เราสามารถใส่คีย์เวิร์ดที่เราต้องการตรวจสอบ Search Volume ลงไปได้เลย หรือใช้ช่วยหาคีย์เวิร์ดที่จะใช้ โดยจะมีแยกประเภทคำค้นหาของแต่ละ Web Search ให้ด้วย อย่างเช่น Google, Bing, Yahoo, Youtube ซึ่งก็จะมีแยกประเภทคีย์เวิร์ดไอเดียลงไปอีก ตรวจสอบคีย์เวิร์ดคู่แข่งได้ ช่วยให้เราสะดวกในการเลือกคีย์เวิร์ดอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันมาใช้เวลาหาไอเดีย ซึ่งส่วนนี้ก็ใช้งานฟรี อย่างส่วนตัวจะใช้ Phrase Match กับ Having Same Terms บ่อย แต่จะไม่ค่อยเหมาะกับการใช้ค้นหาคำที่เป็นภาษาไทยเท่าไหร่ เนื่องจากมีข้อมูลคีย์เวิร์ดน้อยกว่าภาษาอังกฤษ

3. Site Audit

ส่วนนี้ไว้สำหรับเช็คประสิทธิภาพหน้าเว็บไซต์เราโดยรวม หรือรายงานค่า URLs Crawled (ค่าที่บอทจะไปเก็บตามแต่ละหน้าเว็บไซต์) ของ Internal Link ทั้งหมดภายในเว็บไซต์ ว่ามีส่วนใดเสียหาย ผิดปกติ โหลดช้า ไม่แสดงผล ฯลฯ พร้อมมีคำอธิบายวิธีการแก้ไข ซึ่งเราสามารถเลือกฟิลเตอร์เอาได้ว่าจะดูช่วงระยะเวลาใด โดยจะแสดงคะแนนรวมเป็น % ให้ทราบได้ง่ายๆ ว่าโครงสร้างเว็บอยู่ในระดับไหน เว็บที่มีคะแนนในส่วนนี้สูงคือไม่มีปัญหาผิดปกติในตัวอย่างที่ยกไปข้างต้น

4. Rank Tracker 

ส่วนนี้ไว้ตรวจสอบอันดับเว็บไซต์ที่เราทำ SEO ไปว่าอยู่อันดับที่เท่าไหร่ จะแสดงค่า Metric รายงานผล เหมาะกับการดูภาพรวมจากสิ่งที่เราทำไปแล้วว่ามีทิศทางหรือแนวโน้มแบบใด ซึ่งอันดับของเว็บคือจุดประสงค์ของการทำ SEO เป็นหลัก ยิ่งอันดับสูงคนก็ยิ่งมีโอกาสคลิกก่อนอันดับต่ำกว่า หากอันดับตกจะรู้ว่าเกิดปัญหาตรงไหน ช่วยให้แก้ถูกจุด เราสามารถเลือกฟิลเตอร์ดูได้ระหว่างคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือว่ามีการแสดงผลของหน้าเว็บไซต์เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง 

5. Content Explorer

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราตรวจสอบคอนเทนต์ของคู่แข่งได้ ซึ่งใช้ฟรีได้เช่นกันจากการใส่คีย์เวิร์ดที่ต้องการลงไป เหมาะสำหรับการหาไอเดียทำคอนเทนต์ของเราเองว่าเนื้อหาแบบใดที่คู่แข่งยังไม่มี เพื่อที่เราจะได้ทำ หรือตรวจสอบหัวข้อคอนเทนต์ที่จะเขียนว่าเรื่องใดมี Backlink ปริมาณขนาดไหน และมีคนคลิกเข้ามาเยอะหรือไม่ เพื่อโอกาสในการที่คนจะเข้ามาอ่านเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงนี้มีฐานข้อมูลคอนเทนต์เยอะมากๆ หากอยากได้ไอเดียอะไร เพียงแค่มาดูตรงนี้รับรองว่าได้แน่ๆ

Ahrefs น่าใช้หรือไม่ ?

นอกจากฟีเจอร์เด่นๆ 5 หัวข้อแล้ว Ahrefs ยังมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าใช้อีก อย่างเช่น Link Intersect ที่ไว้สำหรับตรวจสอบเว็บไซต์ของเราหรือคู่แข่งว่ามีการทำ Backlink มาจากที่เดียวกันบ้างหรือไม่ พูดได้ว่าโปรแกรม SEO ตัวนี้ครอบคลุมการใช้งานแทบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นที่นิยมของนักการตลาดออนไลน์และหลายๆ เอเจนซี่รวมถึง บริษัท Cotactic เอง เพราะมี Function การใช้งานสำคัญๆ เกือบหมด และจุดเด่นที่สำคัญคือสามารถเช็คเว็บไซต์คู่แข่งของเราได้ด้วย 

จึงสรุปได้ว่า Ahrefs เป็นโปรแกรม SEO ที่น่าใช้มาก ไม่ว่าจะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO หรือคนที่เชี่ยวชาญแล้ว เพราะใช้เวลาศึกษาทำความเข้าใจไม่นาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องบอกว่าไม่มีโปรแกรมใดที่ดีที่สุด เนื่องจากแต่ละโปรแกรมก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป อยู่ที่ตัวเราเป็นหลักว่าลักษณะการใช้งานแบบไหน ค่อยเลือกหาโปรแกรมที่เหมาะสมมาใช้เพื่อประสิทธิภาพงานที่ดีที่สุด หากใครสนใจอยากเล่นอยากใช้งานโปรแกรมนี้สามารถไปลองดูที่หน้าเว็บไซต์ได้เลย นอกจากนี้ตัวโปรแกรมเองยังมีการอัพเดทอยู่เรื่อยๆ พร้อมทั้งทีมงานคอย Support อย่างดีหากเกิดปัญหาในการใช้งาน  จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หลายคนเลือกใช้ 

เหนือสิ่งอื่นใดเรื่องงบประมาณก็เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาว่าจะใช้โปรแกรมไหนด้วย สำหรับ ราคา นั้นค่าบริการต่อเดือนอยู่ที่ 3,000 กว่าบาท ถือว่าสูงพอสมควร หากใครไม่ได้ใช้ทำงานอย่างจริงจังหรือเป็นอาชีพแล้วก็แนะนำว่าใช้แค่ฟีเจอร์ตัวฟรีที่มีให้หน้าเว็บไซต์ก็เพียงพอแล้ว เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของการทำเว็บไซต์ก็คือคุณภาพของคอนเทนต์นั่นเอง หากคอนเทนต์ดีแล้วการที่จะสร้างเว็บให้ติดอันดับก็ไม่ใช่เรื่องยาก


 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

responsive web design

Responsive Web Design คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อเว็บไซต์ (2024)

LSI keywords

LSI Keywords คืออะไร? เผยเทคนิควิธีการใช้ให้ถูกหลัก SEO

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here