July 14, 2020

5 เทรนด์การตลาด ที่เปลี่ยนไปในช่วง COVID19

เทรนด์การตลาด ปี 2020 ที่ผ่านมา เป็นอย่างไรบ้าง ?

โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ทำให้เทรนด์ต่าง ๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทรนด์การตลาด 2020 ที่ต้องนำกลยุทธ์มากมาย มาปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องหูตาไว และต้องให้ความสนใจกับกระแสต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อจะได้นำมาปรับกับธุรกิจของตัวเองให้เติบโตและอยู่รอด 

แต่แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อธุรกิจมากมายต้องประสบกับปัญหาสถานการณ์ COVID-19 ที่นอกจากจะกระทบกับเศรษฐกิจจนฉุดตัวเลข GDP ร่วงลงทั่วโลกแล้ว ก็ได้ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิต การซื้อสินค้าและการเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้องกักตัวอยู่บ้าน จากการออกไปทำงานข้างนอกก็ต้อง Work From Home เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

จากการเกิดขึ้นของไวรัส COVID-19 เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไป แล้วเทรนด์ Digital Marketing ในปี 2020 ที่ผ่านมานี้ มีผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เทรนด์ไหนรอด เทรนด์ไหนร่วง Cotactic ได้รวบรวม 5 เทรนด์ของ Digital Marketing 2020 หลังประสบกับปัญหา COVID-19 มาให้คุณได้รับรู้กัน เพื่อให้คุณได้เข้าใจ เตรียมตัว และปรับแผนเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผ่านบทความนี้ 


1. ความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากคอนเทนต์แบบ Share Story

Story เป็นเรื่องราวที่คุณอยากจะแชร์ในระยะเวลาสั้น ๆ และหายไปใน 24 ชั่วโมง อย่างที่เราเห็นกันใน Social Media อย่าง Facebook หรือ Instagram ซึ่งทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งสั้นลง และความสนใจต่อข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปตลอดเวลา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคอนเทนต์อย่าง Story ถึงเป็นที่นิยม เพราะว่ามันสั้น กระชับ น่าสนใจ ถึงขนาดบางคนใช้เวลาดู Story ต่อเนื่องกันได้เป็นชั่วโมง ๆ

และด้วยผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องกักตัวอยู่บ้าน ไม่สามารถออกไปเดินตลาด เดินห้าง หรือช้อปปิ้งได้เหมือนอย่างก่อนแล้ว จึงทำให้คนส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างในการเล่นโซเชียลเป็นหลัก อัพเดท Story ต่าง ๆ ที่ทำในชีวิตประจำวัน และยังมีธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งบางธุรกิจก็ได้เข้ามาใช้การ Share Story นี้ในการคิดคอนเทนต์ ขายสินค้า รวมถึงเทรนด์การตลาดต่าง ๆ เพราะเป็นช่องทางที่สามารถช่วยโปรโมทสินค้า และเข้าถึงผู้บริโภคได้มากที่สุด

อีกทั้งยังมีสติกเกอร์ “Stay Home หรือ อยู่บ้าน” เป็นของเล่นใหม่ที่ Instagram ได้มอบให้กับผู้ใช่งานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 เพื่อให้ผู้ใช้ได้ตระหนักถึงการสร้างระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) โดยผู้ใช้สามารถติดสติกเกอร์ดังกล่าวลงบน Story ของตัวเองได้ และระบบจะรวบรวม Story ชิ้นใหม่ที่มีชื่อ ‘Stay Home’ ไว้ให้ หากเพื่อนๆ ที่คุณกำลังติดตามอยู่นั้นใช้สติกเกอร์นี้ใน Story ซึ่งมันจะทำให้คุณรู้ได้ว่าเพื่อน ๆ ของคุณทำอะไรอยู่ที่บ้านกันบ้าง นับเป็นไอเดียสนุก ๆ ที่เล่นกันง่าย


2. ความไปได้สูงของ Social ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะกลุ่ม

จากที่ Facebook กับ Instagram ได้ครองโลก Social มานานหลายปี แต่ล่าสุดได้มี Social Media ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยฟีเจอร์ที่มาแรงแซงโค้งในปีนี้ คงหนีไม่พ้น Tik Tok ที่ได้เปิดตัวในปี 2016 และกำลังเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มวัยรุ่น

ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ส่งผลให้กราฟของผู้ใช้งาน Social Media จาก 1 มกราคา – 31 มีนาคม 2020 มียอดเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ Twitter ที่ก้าวกระโดดในช่วงไตรมาสที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาแพลตฟอร์มมากถึง 47 ล้านคนเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากกราฟ Digital 2020 Global Digital Overview โดย WeAreSocial x Hootsuite และคาดว่าเทรนด์นี้จะอยู่ไปอีกนานหลายปี 


3. Food Delivery ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด

“Delivery” เป็นกลยุทธ์แรกที่ทุกแบรนด์และเกือบทุกร้านหยิบมาใช้ เพราะนอกจากจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องการปิดสาขาตามห้างต่าง ๆ หรือการบริการที่ให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านเท่านั้นแล้ว ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ที่ชอบความสะดวกสบายได้เป็นอย่างดี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Food Delivery เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมไทย

จนกระทั่งเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ทำให้รัฐออกมาตรการควบคุมการระบาด มีจุดคัดกรอง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยขอความร่วมมือให้ประชาชนอยู่บ้านเป็นหลัก ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการรวมกันของคนจำนวนมาก เพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดขยายไปในวงกว้าง 

ซึ่งจากมาตรการดังกล่าว ทำให้ร้านอาหารไม่สามารถให้บริการภายในร้านได้ เหลือไว้เพียงบริการซื้ออาหารกลับบ้าน และส่งอาหารถึงบ้านเท่านั้น ธุรกิจร้านอาหารที่มีการให้บริการส่งอาหารแบบ Food Delivery จึงมีความได้เปรียบ โดยที่มียอดสั่งอาหารเพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดดจากที่ Google Trend และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินกราฟไว้ประมาณ 2-3 เท่าตัว ขณะเดียวกันก็มีผู้บริโภคซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้านเพิ่มมากขึ้นด้วย ตรงกันข้ามกับเวลาเปิดให้ใช้บริการ ที่ปกติ Food Delivery จะเปิดให้ใช้บริการ 24 ชม. แต่พอเข้าสู่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เลยต้องลดเวลาให้ใช้บริการลง เป็น 10.00 – 21.00 น.

ดังนั้น แม้จะผ่านพ้นสถานการณ์ COVID-19 ไปแล้ว แต่ก็กล้าฟันธงว่าเทรนด์การตลาด 2020 ของ “Food Delivery” ยังคงเป็นธุรกิจที่รุ่งแน่ ๆ เพราะ ณ วันนี้ อาหารเดลิเวอรี่ ไม่ได้แค่แก้ปัญหาช่วง COVID-19 เท่านั้น แต่ยังเป็นทางหลักทั้งในมิติการทำธุรกิจ หรือแม้แต่การดำเนินชีวิตของคนยุคใหม่ที่ต้องการกินอาหารอร่อยแต่ไม่เสียเวลารอคอย การใช้ชีวิตในบ้านเพื่อหลีกหนีมลพิษ หรือแม้แต่โรคภัย


4. Video Clip กำลังจะครองโลก

รู้หรือไม่ ว่าการค้นหาข้อมูลจาก Youtube กำลังเป็นที่นิยมรองมาจาก Google ซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกได้ว่า การดู Video Cilp มันสำคัญมากแค่ไหน ส่งผลให้การทำคอนเทนต์แบบ Video Cilp เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และมากกว่าการทำคอนเทต์ประเภทอื่น ๆ ซะอีก ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้น ๆ อย่าง Tik Tok , Facebook , Instagram Story หรือวีดีโอยาวๆ ใน Youtube ด้วยคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะนอกจากจะได้เรื่อง engagement แล้ว ยังทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์และสินค้าได้ดีขึ้นด้วย ทั้งนี้ จากรายงานของ breadnbeyond ระบุว่า

และเนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันเกี่ยวกับโรค Covid-19 ทำให้เราทุกคนจำเป็นจะต้องอยู่บ้าน งดการออกไปพบปะผู้คน งดการใช้ชีวิตภายนอก เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการกระจายของโรค แต่การที่เราจะต้องกักตัวเองในบ้านเป็นเวลาหลาย ๆ วัน ก็อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเครียด และหาเครื่องมือในการช่วยบรรเทาความเครียดนี้ ทำให้ในช่วงของสถานการณ์ที่ผ่านมา มีกระแสของการใช้งานแอปพลิเคชั่นหนึ่งที่นิยมเป็นอย่างมาก นั่นคือ “Tik Tok” นั่นเอง 

ด้วย Tik Tok ที่เป็นแอปพลิเคชั่นในการสร้างสรรค์วิดีโอสั้นๆ เน้นความสนุก ตลก ผ่อนคลายความเครียด ทำให้หลาย ๆ คนโหลดมาลองใช้ ลองอัดคลิปสนุก ๆ ระบายความเครียด รวมถึงหลาย ๆ คนก็ดาวน์โหลดมาเพื่อรับชม ช่วยผ่อนคลาย จนทำให้ Digital 2020 Global Digital Overview โดย WeAreSocial x Hootsuite ได้ออกมาสรุปยอดการดาวน์โหลดของแอพ ที่ขึ้นเป็นอันดับ 1 จากที่อยู่อันดับ 6 ของโลก 


5. การพัฒนา Social Commerce ที่เพิ่มมากขึ้น

หลายปีมานี้ ธุรกิจทั้งหลายต่างใช้ Facebook และ Instagram ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับเว็บไซต์และการขายหน้าร้าน ซึ่งเทรนด์การตลาดนี้ยังคงอยู่อีกนานและจะขยายเพิ่มมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ Social Media จึงให้ความสำคัญโดยมีการเพิ่มฟีเจอร์ที่เอื้อต่อการตลาดดิจิทัล และการขาย เช่น Facebook Page มีเทมเพลตให้เลือกตรงตามประเภทธุรกิจต่าง ๆ พร้อมทั้งให้ใส่รายการสินค้าต่าง ๆ เสมือนหน้าร้านออนไลน์ใน Social Media , ฟีเจอร์ Facebook Analytic ที่เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล Website Application Facebook Page โดยสามารถดูจำนวนผู้ใช้งาน ตัวเลขต่าง ๆ ที่ปรับแต่งได้ละเอียดมาก ๆ หรือจะเป็นฟีเจอร์ Automated Ads เพียงแค่กำหนดกลุ่มเป้าหมายและ Budget ที่คุณต้องการจะใช้แบบรายวัน จากนั้น Facebook จะ Optimzed Ads ของคุณให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นตามวัตถุประสงค์ที่คุณตั้งไว้ 

ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่ฟีเจอร์เหล่านี้มีส่วนช่วยให้การทำงานของคุณนั้นง่ายขึ้น เช่น อยากให้คนเข้าเว็บ อยากให้คนเห็นตัวโฆษณา หรืออยากให้คนซื้อสินค้าของแบรนด์ จากนั้น Facebook จะรายงานสรุปผลให้คุณ เสมือนคุณมีทีม Ads เป็นของตัวเอง


แต่ฟีเจอร์เหล่านี้จะไม่เกิดผลเลย หากคุณยังไม่รู้จักนิสัยความชอบ ความสนใจ ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายคุณมากพอ แนวทางการทำการตลาดของคุณผิด ไม่เหมาะกับ Platforms ที่คุณซื้อโฆษณาทำการตลาด หรือตัว Content ยังเป็นโพสต์เดิม ไม่น่าสนใจ น่าเบื่อ ลองให้ทาง Cotactic Media เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการดูแลด้าน Digital Marketing ให้คุณ ทำให้ธุรกิจของคุณมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น และเป็นธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง


 
Facebook Comment