Reading Time: 2 Mins
2 Mins
Jul 14, 2020

เทคนิค Lead Generation หาลูกค้าเพิ่ม แม้ไม่มีหน้าเว็บไซต์

5  Step ที่ลูกค้าหาธุรกิจคุณเจอ ฉบับไม่ต้องพึ่งเว็บไซต์

ในปี 2020 มีผลสำรวจว่าใน 1 เดือนมี 2.4 พันล้านคนใช้ Facebook และ ราวๆ 1 พันล้านคนใช้ Instagram หรือผลสำรวจที่บอกว่าตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจ เจ้าของธุรกิจ หรือหัวหน้าฝ่ายในบริษัท ใช้เวลากับการเล่น Facebook มากกว่าผู้ใช้ทั่วไปถึง 74% ยิ่งไปกว่านั้นในปี 2020 พบผู้เล่น Instagram อย่างน้อย 200 ล้านรายชื่อ เข้าชม Instagram ธุรกิจร้านค้าอย่างน้อย 1 ร้านต่อวัน และอีก 60% ของผู้ใช้พบสินค้าและบริการใหม่ๆ บน Instagram 

จากตัวเลขผลสำรวจข้างต้นจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ใช้ทั้ง Facebook และ Instagram มีมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงเปอร์เซ็นต์ที่ผู้ใช้งานที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็มีมากขึ้นเช่นกัน 

แต่ถ้าธุรกิจของคุณไม่ได้เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตเหมือนในผลสำรวจ ยอดขายไม่กระดิกขึ้น ไม่มีหน้าร้าน แถมเว็บไซต์แบรนด์ของตัวเองก็ไม่มี มีแค่ช่องทาง Facebook หรือ Instagram เท่านั้น แล้วอย่างนี้จะมีวิธีไหนบ้างที่ทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้ทั้งใน Facebook และ Instagram?


Lead Generation วิธีช่วยเพิ่มยอดขายให้กับคุณ

Lead Generation คือกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในตัวสินค้าหรือบริการของแบรนด์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นลูกค้าของแบรนด์ในอนาคต ดังนั้นหากแบรนด์ของคุณอยู่ในพื้นที่ Facebook หรือ Instagram การลองใช้ Lead Generation ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย 

มีผลสำรวจระบุ 67% ของธุรกิจแบบ B2B บอกว่า Facebook และ Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่มีโอกาสปิดการขายได้สูงกว่าแพลตฟอร์ม Linkedin และ Google อีกทั้งยังพบว่า 88% ของผู้กรอกโฆษณา Lead บน Facebook มาจากสมาร์ทโฟน ซึ่งมากกว่าหน้าเดรสท็อป ที่มีแค่ 44% 

ซึ่งผลสำรวจเหล่านี้เป็นจุดเน้นย้ำว่าการสร้าง Lead Generation บนโฆษณา Facebook และ Instagram มีโอกาสช่วยผลักดันยอดขายของธุรกิจให้เติบโต ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าการสร้าง Lead Generation บน Facebook มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง 

  • เริ่มต้นใช้งาน Facebook Business Manager

Facebook Business Manager เป็นเครื่องมือใน Facebook ที่ช่วยจัดการกับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการจัดแคมเปญต่างๆ จัดการเพจและจัดการโฆษณา และการจัดการเหล่านี้นอกจากจะช่วยคุณจัดการเรื่องโฆษณาแล้ว ยังมีส่วนช่วยจัดการงบและวิเคราะห์ผลของโฆษณาเพื่อให้คุณพัฒนาธุรกิจของคุณได้ดีขึ้น

  • Lead Generation เลือกกลุ่มที่คาดว่าจะเป็นลูกค้า

อย่างที่บอกไปว่า Facebook Business Manager เป็นตัวช่วยจัดการกับธุรกิจคุณ รวมถึงช่วยจัดการกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณได้เช่นกัน โดยเครื่องมือนี้คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายในเชิงลึก หรือที่เรียกว่าการสร้าง Lead Generation คือ‘การหา Lead ให้เพิ่มมากขึ้น’ หรือที่เรียกง่ายๆว่า การหาลูกค้าที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าของคุณจริงๆ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยคัดกรอง กลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพ กลุ่มลูกค้าที่สนใจแบรนด์ของคุณ ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายมากด้วย ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีที่เหล่าเจ้าของแบรนด์ต้องมี

  • กำหนดค่า Ads Set ให้ตรงเป้าหมาย

ขั้นตอนต่อไปคือตั้งค่า Ad set หรือเรียกว่าการตั้งค่าผู้ใช้ที่คุณต้องการให้เห็นโฆษณาของแบรนด์คุณ โดยคุณสามารถสร้าง Audience ตามที่คุณต้องการ เลือก Location หรือพื้นที่ที่ต้องการให้โฆษณาปรากฎ เลือก Age Range กลุ่มอายุที่ต้องการให้เห็นโฆษณา รวมถึง Campaign Budget Optimization ตั้งค่างบประมาณที่เราต้องการใช้ทั้งแคมเปญ เพื่อให้ระบบนำงบไปใช้กับโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 

  • สร้าง Ad ให้น่าสนใจ เพิ่มยอดขายให้กับคุณ 

หลังจากตั้งค่า Ad Set เรียบร้อย ลำดับถัดไปคือการกำหนดเพจและรูปแบบโฆษณาที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้า โดยการสร้าง Ad คุณสามารถเลือกได้ว่าจะแสดงโฆษณาที่ไหนบ้าง ใน Facebook อย่างเดียว หรือเชื่อมกับ Instagram ก็ย่อมได้ 

ทั้งนี้การเลือกรูปแบบโฆษณา Facebook มีให้เลือก 4 แบบ ได้แก่ Carousel (โฆษณาแบบภาพสไลด์), Single Image (โฆษณารูปแบบ 1 ภาพ), Single Video (โฆษณารูปแบบวิดีโอ), Slideshow (โฆษณาด้วยสไลด์โชว์แบบวนลูป) ซึ่งทั้ง 4 รูปแบบนี้คุณสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของแบรนด์คุณ ตามความต้องการที่คุณอยากสื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจ

  • Lead Generation Form ที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและแบรนด์ 

หลายธุรกิจมักจะละเลยในส่วนของ Lead Form แต่รู้ไหมว่าการทำ Lead Form ที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจของคุณได้ข้อมูลลูกค้า และช่วยให้ปิดการขายได้ไวขึ้น ทั้งนี้การทำ Lead Form ที่ดีขึ้นอยู่กับการตั้งคำถาม หากคุณถามคำถามเยอะเกินไป อาจทำให้ลูกค้าเบื่อหน่ายและหมดความสนใจ เราขอแนะนำให้ใช้คำถามจำนวนน้อยและตรงประเด็น จะทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากตอบและเพิ่มโอกาสในการปิดการขายอีกด้วย

และนี่ก็คือ 5 Step ในการทำ Lead Generation บน Facebook หากคุณสงสัยหรืออยากสอบถามเพิ่มเติม คุณสามารถสอบถามพวกเราได้ทันที หรือถ้าคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญในการทำ Lead Generation ให้เป๊ะปัง ลูกค้าเพิ่ม ยอดขายทะลุเป้าละก็ เล่าธุรกิจของคุณให้ Cotactic Digital Marketing Agency แล้วเราจะจัดการ Lead Generation ให้กับธุรกิจของคุณพร้อมทั้งยังมีบริการรับทำเว็บไซต์ WordPress ที่ดีต่อการตลาดของคุณอีกด้วย 


 

[wpdevart_facebook_comment curent_url="https://www.cotactic.com/" order_type="social" title_text="Facebook Comment" title_text_color="#000000" title_text_font_size="22" title_text_font_famely="Montserrat" title_text_position="left" width="100%" bg_color="#d4d4d4" animation_effect="random" count_of_comments="3" ]

บทความที่เกี่ยวข้อง

Customer Experience คืออะไร? สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

ในการสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญที่นักการตลาดและเจ้าของกิจการต้องคิดถึงคือ ‘ประสบการณ์ของลูกค้า’ หรือ Customer Experience (CX) การสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าคือหัวใจที่ทำให้ธุรกิจคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะจะทำให้ลูกค้าทุกคนที่ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่ดีจากธุรกิจเกิดการซื้อซ้ำและพัฒนาไปสู่ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องทำความเข้าใจว่าอะไรบ้างที่ทำให้ธุรกิจสามารถสร้าง Customer Experience ได้ และ Customer Experience แตกต่างจาก ‘ประสบการณ์ผู้ใช้’ หรือ User Experience (UX) อย่างไร   Customer Experience คือ อะไร ? Customer Experience (CX) คือการปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดของลูกค้าที่มีกับแบรนด์ รวมถึงการค้นหาในเว็บไซต์, การซื้อสินค้าหรือบริการ, การให้บริการหลังการขาย ฯลฯ ซึ่งในการปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ของเรานั้น ช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ ซึ่งหลอมรวมกันกลายเป็นประสบการณ์และภาพจำทั้งหมดของแบรนด์ แตกต่างจาก User Experience (UX) อย่างไร หลายคนอาจสับสนระหว่าง ‘ประสบการณ์ของลูกค้า’ Customer Experience (CX) และ ‘ประสบการณ์ผู้ใช้งาน’ User Experience (UX) […]

Conversion คืออะไร? สำคัญกับธุรกิจออนไลน์อย่างไร พร้อมวิธีวัดผล

การทำ Digital Marketing ต้องอาศัยการวัดผลที่ตรงกับการดำเนินงานอย่างแม่นยำ จะเกิดอะไรขึ้นหากธุรกิจไม่มีการวัดผลการดำเนินงาน ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะสูญเสียงบประมาณไปโดยที่ไม่รู้ว่าจ่ายไปกับกิจกรรมการตลาดใดบ้าง มีใครมาสนใจสั่งซื้อสินค้าเท่าไหร่ Conversion Tracking จึงเข้ามามีบทบาทต่อการวัดผล เช่น วัดผลการซื้อสินค้า การสมัครสมาชิก การสมัครรับข้อมูลข่าวสารทางอีเมล การเข้ามาอ่านบทความ การดาวน์โหลด หรือการกระทำต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ การวัดผลเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าสินค้าใดหรือ Landing Page หน้าไหนมีคนคลิกเข้ามาสนใจมากที่สุด Conversion คืออะไร? Conversion คือการกระทำใด ๆ ของกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ที่สนใจสินค้าบริการของเรา ที่เราได้วางเงื่อนไขในการเก็บข้อมูลของแต่ละ Conversion ไว้ เพื่อวัดผลลัพธ์ในการทำงาน เช่น การทำ Call to Action (CTA) เพื่อ Tracking, ข้อมูลในส่วนของ Purchase : จำนวนการสั่งซื้อ, Leads : ลูกค้าใหม่ที่เข้ามา, Sign up : จำนวนคนที่สมัครสมาชิกเข้ามาใหม่ หรือ Submit form […]