October 15, 2020

Graphic Tips ที่ใช้ใน Online Marketing เพื่อเพิ่มยอดขาย

Reading Time: 3 minutes

หลายคนอาจสงสัยว่า กราฟิกนั้นมีความสำคัญต่อการตลาดมากขนาดนั้นจริงหรือ คำตอบก็คือ สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะกราฟิกนั้นเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสื่อสารกับลูกค้า แถมยังต้องดึงดูดความสนใจ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของ ป้ายโฆษณา Banner, Infographic, หรือ Web page 

ถ้าหากสินค้าของเรามี กราฟิกที่สวยและเข้าใจง่าย ก็จะทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือ และลูกค้าจะจดจำแบรนด์ของเราได้มากขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อ ส่งผลให้สินค้าของเรามียอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยวันนี้เรามี 4 เทคนิคที่จะทำให้ภาพโฆษณาดูน่าสนใจมากขึ้น


 1. ขนาดของ Banner โฆษณา

ก่อนอื่นเราต้องรู้ว่าโฆษณาของเรานั้นจะไปเผยแพร่ที่ไหน และ Platform ใด เพื่อเลือก ขนาดของงานให้เหมาะสมกับ Platform นั้นๆ ตัวอย่างเช่น Facebook หากเราใช้ภาพที่ผิดขนาด ภาพถูกยืดหรือบีบลงจากภาพที่ควรจะเป็น จะทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนหรือคลาดเคลื่อน และอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้ 

จากข้อมูล (CTR) การลงภาพแนวนอนนั้นทำให้เกิดความสนใจมากกกว่ารูปที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส

*CTR หรือ Click-Through Rate เป็นตัวเลขที่บอกถึงความน่าสนใจของโฆษณา เช่น CTR ของ Desktop Landscape อยู่ที่ 1.31% หมายถึง หากมีโฆษณาแสดง 100 ครั้ง จะมีคนคลิ๊กโฆษณาประมาณ 1.31 ครั้ง หรือประมาณ 1 ครั้ง แสดงว่ายิ่ง CTR สูง หมายถึง โฆษณาของเรามีความน่าสนใจมากขึ้น ทำให้คนที่เห็นโฆษณาสนใจและคลิ๊กเข้ามานั่นเอง  จากตารางข้างล่างสรุปได้ว่า ภาพแนวนอนนั้นมีปริมาณผู้คนที่คลิกมากกว่าขนาดอื่นๆ ทำให้เป็นขนาดที่มีความนิยมมากที่สุดในการทำ Banner โฆษณา

ที่มา: Adespresso.com 
ตัวอย่าง: Size ของโพสต์บน Facebook

2. จิตวิทยาการใช้สี (Psychology of Color)

2.1 สีแทนความรู้สึก

สีนั้นสำคัญต่อความรู้สึกโดยรวมของรูปภาพเป็นอย่างมาก เพราะสีแต่ละสีเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สียังสามารถแสดงถึงตัวตนของธุรกิจไปยังตัวลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ถ้าเราเลือกสีให้ตรงกับแบรนด์และความรู้สึกที่แบรนด์อยากจะสื่ออกมาได้ดี ก็จะช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำและติดตามแบรนด์ของเราได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเห็นสีเหลืองก็จะนึกถึงแบรนด์ McDonald แต่ถ้าเห็นสีแดงก็จะนึกถึงแบรนด์ CocaCola เป็นต้น นอกจากนั้นการเลือกใช้สียังสามารถทำให้ข้อความหรือสินค้าของเราดูโดดเด่นขึ้นได้อีกด้วย 

ตัวอย่าง: การใช้สีของแบรนด์ต่างๆและความหมายของแต่ละสี
ตัวอย่าง: การใช้สีที่ตัดกับตัวสิ่งของ ทำให้ตัวสิ่งของดูน่าสนใจ และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

2.2 อีกหนึ่งเทคนิคของการใช้สีคือ การลดความสว่างของสีพื้นหลัง

ถ้าหากโฆษณาของเรามีข้อความเยอะ และมีสีที่สว่างฉูดฉาดตา คนที่เห็นจะรู้สึกว่าล้นเกินไปทำให้ไม่มีจุดโฟกัส อ่านยาก และไม่มีแรงดึงดูดต่อสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอ เพราะฉะนั้นบางครั้งเราจึงควรลดความสว่างของสีพื้นหลัง เท่านี้โฆษณาของเราก็จะเด่นมากขึ้น และสามารถมองเห็นข้อความได้ง่ายขึ้น

3. การเลือกใช้ฟอนต์ และการจัดวางข้อความให้ชัดเจน

3.1 การเลือกฟอนต์ที่ถูกต้อง 

เราควรเลือกฟอนต์ที่อ่านง่ายและตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพราะจะทำให้คนที่อ่านเข้าใจในสิ่งที่เราอยากจะสื่อ และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของเรา 

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ คือปริมาณตัวอักษรไม่ควรจะมีมากเกินไป เพราะถ้าตัวอักษรเยอะเกินไป จะทำให้คนไม่อยากอ่าน และอาจมองข้ามโฆษณาของเราไป 

ตัวอย่าง: ของการใช้ฟอนต์ที่ผิด
ที่มา: Buzzfeed

ถ้าเราใช้ฟอนต์ที่ผิด ความหมายอาจจะผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้ เช่น จากในรูปตัวอย่าง fast taco กลายเป็น fart taco ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่แบรนด์อยากสื่อ 

การเลือกใช้ sub heading ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ดีในการใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะบางครั้งแค่หัวข้ออาจจะอธิบายได้ไม่ละเอียดพอ เพราะฉะนั้นการใส่ sub heading จะช่วยให้ลูกค้าเข้าใจมากขึ้นว่าเราต้องการที่จะสื่อสารอะไร แต่ตัวหนังสือต้องไม่ใหญ่เกินไปจนแย่งซีนหัวข้อหลักของตัวโฆษณา 

ตัวอย่าง: การใช้ Subheading

3.2 การเน้นข้อความให้ดึงดูดความสนใจ

การจัดวางลำดับความสำคัญของข้อความก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ข้อความที่สำคัญควรมีขนาดตัวหนังสือที่ใหญ่กว่าข้อความอื่น เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า เราจะได้มั่นใจว่าลูกค้าเห็นข้อความที่ต้องเราการสื่อได้อย่างชัดเจน เช่น ข้อความที่สื่อถึงความรู้สึก ควรมีขนาดใหญ่กว่าข้อความทั่วไป เพราะข้อความที่มีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่น จะทำให้ข้อความนั้นสะดุดตา เป็นจุดรวมสายตาของผู้อ่าน สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เพราะคนจะหยุดมองและตั้งใจอ่านข้อความที่เหลือในโฆษณาของเรา คำที่เราจะเน้นนั้นต้องเป็นคำที่สามารถชักจูงลูกค้าที่กำลังจะข้ามโฆษณาของเรา ให้หยุดดูโฆษณาและอ่านข้อมูลของสินค้าหรือบริการ ดังนั้น การลำดับข้อความจึงสำคัญเป็นอย่างมาก หากเลือกข้อความที่ต้องการเน้นได้ถูกต้องก็มีโอกาสสูงที่ลูกค้าจะเข้ามาเลือกใช้สินค้าและบริการเพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง: การเน้นข้อความ
ที่มา: Birdy

3.3 การวางรูปและกราฟิกไว้ทางซ้าย

จากผลวิจัยพบว่าคนเราสามารถรับข้อมูลผ่านการอ่านจากซ้ายไปขวาได้ดีกว่า เพราะฉะนั้นการวางรูปและข้อความควรเริ่มวางรูปจากทางด้านซ้ายก่อน และตามด้วยข้อมูลสินค้า ภาพที่นำมาใช้ในการโฆษณาออนไลน์ไม่ว่าจะในสื่อไหนก็ตาม ไม่ควรเป็นรูปภาพที่เข้าใจยากหรือต้องใช้เวลาในการคิดนานถึงจะเข้าใจ ควรจะเป็นรูปภาพที่เรียบง่าย แต่สื่อถึงสินค้าหรือบริการได้อย่างชัดเจน

3.4 ตำแหน่งการวางโลโก้ 

การจัดวางตำแหน่งโลโก้ที่นิยมใช้กันคือมุมขวาล่าง เพราะสมองด้านขวาจะประมวลผลจากการรับข้อมูลผ่านการอ่านจากซ้ายไปขวา เมื่อลูกค้าอ่านข้อมูลจบ สายตาจะมองเห็นโลโก้เป็นตำแหน่งสุดท้าย เป็นตำแหน่งที่เห็นได้ง่ายที่สุด พยายามอย่าให้โลโก้ของแบรนด์ใหญ่ หรือเล็กจนเกินไป

4. การเลือกรูปภาพสินค้า และการวางองค์ประกอบ

4.1 ความชัดของรูปภาพสินค้า

การเลือกภาพสินค้านั้น สำคัญต่อการโฆษณาเป็นอย่างมาก รูปที่นำมาใช้ในโฆษณาต้องเป็นรูปที่อธิบายสินค้าหรือบริการ ของเราได้อย่างชัดเจน มีความละเอียดของภาพสูง เพราะรูปภาพเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ลูกค้าใช้ในการตัดสินใจ ว่าจะซื้อสินค้าหรือบริการนั้นหรือไม่ ดังนั้นนอกจากข้อความที่ใช้ในการดึงดูดคน รูปภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจของลูกค้าเช่นกัน

ตัวอย่างความละเอียดของรูปสูงกับต่ำ

สุดท้ายนี้การทำกราฟิกก็มีจุดประสงค์เดียวกันกับการทำการตลาด นั่นคือการเพิ่มยอดขาย ผ่านการออกแบบ สร้างความน่าสนใจให้กับสินค้าและบริการ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า รูปภาพและสีสันยังจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์อีกด้วย

ถ้าเราสามารถทำตามองค์ประกอบทุกข้อที่กล่าวไว้ รับรองว่าจะทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือ เกิดแรงจูงใจในการซื้อ และสินค้าของเราจะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutesCOTACTIC