วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

ปรับกลยุทธ์ SEO ของคุณให้เหมาะกับปี 2021 

เป็นที่ทราบกันดีว่าทางเว็บไซต์ Google ได้มีการอัพเดทอัลกอริทึม (Algorithm) เป็นประจำ ทำให้การจัดอันดับเว็บไซต์บนหน้าค้นหามีเงื่อนไขที่แตกต่างจากเดิม รวมถึงรายละเอียดเชิงเทคนิค ทำให้ SEO ต้องปรับเปลี่ยนตาม เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของเว็บ และต้องคอยติดตามการอัปเดตของ Google เสมอ หากใครที่มีธุรกิจหรือทำ SEO อยู่แล้ว ก็ต้องดูว่ากลยุทธ์ของคุณจะเหมาะสมกับปี 2021 นี้หรือไม่ โดยการเปรียบเทียบกับประเด็นที่เราจะกล่าวถึงของการทำ SEO ในปีนี้

จุดประสงค์ของ Search Engine คือการนำเสนอคอนเท้นท์ (Content) ที่มีคุณภาพดีที่สุดโดยมีเนื้อหาที่สัมพันธ์กับคำค้นหา (keyword) ที่กำหนดไว้ต่อผู้ใช้งาน ซึ่งคุณภาพนี้วัดจากคะแนนตามเงื่อนไขที่ Search Engine เป็นคนกำหนดขึ้นมา ซึ่งเราจะต้องทำเว็บไซต์ของเราให้เข้าข้อกำหนดเหล่านั้นมากที่สุด เพื่อที่ได้คะแนนสูงจาก Search Engine ในการมองว่าเป็นเว็บคุณภาพ และถูกจัดอันดับไว้แรกๆ จากหน้าแสดงผลการค้นหาคำเหล่านั้น

SEO พัฒนาอยู่เสมอ แล้วนักการตลาดควรโฟกัสที่อะไร ?

การแสดงผลการค้นหาของ Search Engine แตกต่างจากเดิมอย่างที่เคยเป็น เพราะการอัพเดทอัลกอริทึม (Algorithm) ของ Google ทำให้ปัจจัยการจัดอันดับเว็บไซต์จะยากและรายละเอียดเยอะขึ้น บวกกับการมีเว็บไซต์คู่แข่งที่เกิดขึ้นมาอีกจำนวนมาก หากหวังให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรกๆต่อไป เพียงแค่ทำเนื้อหากับออกแบบประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้ (UX, UI) ให้ดีที่สุดนั้นยังไม่เพียงพอ คุณต้องงัดกลยุทธ์การทำ SEO มาใช้ ซึ่งปี 2021 นี้กลยุทธ์การทำ SEO ที่จะเวิร์คหรือดีมีอะไรบ้าง Cotactic ได้รวบรวมมาเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ 

1.  SEO เชิงเทคนิค

ความรู้เชิงเทคนิคของ SEO ถูกให้คุณค่ามากขึ้น ยิ่งใครมีความรู้ในเชิงลึกยิ่งเป็นผลดี เนื่องจากการแสดงอันดับผลการค้นหาของเว็บไซต์มีเงื่อนไขและปัจจัยเพิ่มขึ้น ถือเป็นโอกาสสำหรับคนที่มีความเข้าใจในการทำงานของ Search Engine บวกกับเข้าใจถึงเว็บของตัวเองว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรและกลุ่มลูกค้าคือใครที่ต้องการให้พวกเขาค้นหาเจอ สิ่งสำคัญของการทำ SEO เชิงเทคนิคคือการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า (UX) ที่เกี่ยวข้องกับ Core Web Vitals ที่ทาง Google ได้อัพเดทมาล่าสุด ซึ่งจะถูกเริ่มนำมาใช้งานภายในเดือนพฤษภาคมปีนี้

Core Web Vitals คืออะไร ?

Core Web Vitals คือปัจจัยในการจัดอันดับเว็บไซต์เกี่ยวกับประสบการณ์ใช้งาน (UX) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงหน้าเพจ (Page Experience) ที่ประกอบไปด้วย ความเร็วในการโหลดเพจ (Page speed), การใช้งานบนมือถือ (Mobile Friendly), เว็บต้องได้รับรองความปลอดภัยของการเปิดใช้ HTTPS, มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน โดยจะแบ่งการวัดผลเป็น 3 แบบ ดังนี้

  • Largest Contentful Paint (LCP)

คือความเร็วในการโหลดเนื้อหาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในหน้านั้น (Element’s Size) ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ ซึ่งจะนับจากส่วนของเนื้อหาที่ใช้เวลาโหลดเยอะที่สุด ไม่ใช่นับรวมการโหลดทั้งหน้าเว็บไซต์

  • First Input Delay (FID)

คือระยะเวลาดีเลย์ Delay ของการกระทำใดๆ ระหว่างเว็บไซต์กับผู้ใช้งาน เช่น การกดปุ่มใดๆบนหน้าเว็บไซต์แล้วมีการตอบสนองทันที อาทิ ปุ่มเมนูลิงค์ไปยังหน้าเพจอื่นๆ ของเว็บ, ปุ่ม Dropdown List เป็นต้น 

  • Cumulative Layout Shift (CLS)

คือความไม่เสถียรของเลย์เอ้าท์  (Layout) หน้าเว็บไซต์จากการขยับหรือเคลื่อนไหว เช่น การที่เราเปิดหน้าเว็บขึ้นมาแล้วพอจะกดปุ่มหรือลิงค์ใดๆ ในหน้านั้นกลับไม่โดนเพราะการขยับของเลย์เอ้าท์หน้าเพจ ทำให้ตำแหน่ง Content เคลื่อนที่ไปจากเดิม

เราสามารถเช็ค Core Web Vitals ของเว็บไซต์ได้ด้วย Google Search Console โดยจะช่วยให้รู้ถึงจุดบกพร่องที่ควรแก้ไขปรับปรุงหรือพัฒนา ในการทำให้เว็บของเราติดอันดับง่ายขึ้น

บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress เพื่อ Page Speed และ Core Web Vitals ที่ดีที่สุด

2. กลยุทธ์การนำเสนอคอนเท้นท์ (Content Strategy)

  การทำ SEO นั้น Content Marketing เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ Content หรือเนื้อหาในเว็บไซต์เป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ Search Engine ค้นหาเว็บเราเจอและจัดอันดับไว้หน้าแรกๆ แต่เดิมการพิจารณาของ Search Engine จะดูความเกี่ยวข้องของเนื้อหาของเพจกับคำค้นหา (Keyword) แต่ไม่นานมานี้ Search Engine ได้ปรับการค้นหาใหม่ ซึ่งนอกจากคำค้นหาแล้วยังประเมินจากหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยของบทความที่มีความสัมพันธ์กันด้วย จึงต้องโฟกัสชื่อหัวข้อบทความที่จะใช้ในการสร้าง Content ให้ดี เพราะส่งผลต่อการจัดอันดับ SEO มาก 

ดังนั้นการวางกลยุทธ์ Content จึงสำคัญ คุณควรรู้ว่า Content แต่ละประเภทเหมาะกับช่องทางหรือลูกค้ากลุ่มใด การทำ Link-Building ไปยังแต่ละหน้าของเว็บ เพื่อเพิ่มยอด Traffic เป็นต้น Content ที่ดีนอกจากดึงดูดลูกค้าได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มยอดขายซึ่งประหยัดต้นทุนกว่า Traditional Marketing ด้วย  ซึ่งคุณสามารถศึกษาเทรนด์ Content Marketing ในปี 2021 เพิ่มเติมเองได้  แต่สำหรับวันนี้เรามีคำแนะนำ 3 ข้อสำหรับการทำคอนเท้นต์ดังนี้

  • ทำการ Research ก่อนสร้าง Content 

ก่อนทำการสร้างคอนเท้นท์ใดๆ ควรจะเช็คคำค้นหาที่จะใช้ รวมทั้งหัวข้อหลักและหัวข้อย่อยว่ามีปริมาณการค้นหาในเว็บเสิร์จสูงหรือไม่ หรือมีแนวโน้มอย่างไร เพื่อจะได้กำหนดชื่อหัวข้อได้ถูก

  • สร้างโฟลเดอร์สำหรับแชร์กลยุทธ์หลักๆ ในการนำเสนอ Content กับผู้อื่น

เป็นการช่วยแชร์ความคิดระหว่างคนในทีมด้วยกันทั้งเป้าหมาย, สไตล์หรือแนวทางการทำ, ทำ Research คำค้นหาและหัวข้อเนื้อหา รวมถึงการวางแผนงานไว้ในโฟลเดอร์หรือคลาวด์ (Cloud) ใดๆ เป็นอันเดียว จะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น หากคุณยังไม่เคยลองวิธีนี้ ได้เวลาทำแล้ว !

  • แก้ไขปรับปรุง และ แก้ไขปรับปรุง !

อะไรที่ดี อะไรที่ไม่ดี อะไรที่สามารถทำให้ดีขึ้นได้ มีอะไรใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราเข้ามาที่สามารถนำมาสร้าง Content ได้ โดยกลยุทธ์ของ Content ที่ดีจะต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์

3. โดดเด่น เหนือกว่าคู่แข่ง

การจะประสบผลสำเร็จและรักษาอันดับที่ดีของเว็บไซต์ในหน้าการค้นหาไว้ คุณจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของ SEO เสมอ หากมีการเปลี่ยนแปลงหรืออัปเดตการทำงานใหม่ๆของ Search Engine คุณก็ต้องสามารถปรับกลยุทธ์ที่ใช้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เพราะคงจะไม่ดีแน่หากคุณทำ SEO ไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้ดูคู่แข่งเลย ว่าเขาทำอย่างไร

3 ประเด็นที่ควรรู้ของการทำ SEO ในปี 2021 นี้ สามารถนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์ของธุรกิจคุณเพื่อตรวจสอบว่ากลยุทธ์ที่คุณใช้อยู่ ตรงกับประเด็นทั้งหมดที่เราได้กล่าวมาแล้วหรือไม่ หรือมีส่วนไหนที่ยังไม่ได้จัดการก็ควรเพิ่มเติมและปรับปรุง  แต่หากคุณไม่ถนัดในการทำ SEO แต่อยากให้เว็บไซต์อยู่อันดับต้นของ Search Engine สามารถให้ Cotactic Digital Marketing Agency ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดูแลและรับทำ SEO ในส่วนนี้ได้


 

บทความที่เกี่ยวข้อง

responsive web design

Responsive Web Design คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อเว็บไซต์ (2024)

LSI keywords

LSI Keywords คืออะไร? เผยเทคนิควิธีการใช้ให้ถูกหลัก SEO

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here