วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

หากคุณมีเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน แน่นอนว่าคุณต้องอยากให้เว็บหรือแอปของคุณมีประสิทธิภาพ โหลดหน้าเว็บหรือแอปได้เร็ว มีความปลอดภัย ไม่ล่ม ไม่ถูกโจมตี บทความนี้จะแนะนำให้คุณรู้จักกับ Cloudflare ซึ่งจะเป็นคำตอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

Cloudflare คืออะไร

คลาวด์แฟลร์ หรือ Cloudflare คือ ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้เข้าชม (Vistor) และ ที่เก็บข้อมูล (Server) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความรวดเร็วในการเปิดหน้าเว็บไซต์ ซึ่งมีทั้งแบบใช้งานได้ฟรี และแบบเสียเงิน

 

การทำงานของ Cloudflare

ปกติแล้วการโหลดหน้าเว็บขึ้นมาโดยใช้อินเทอร์เน็ต จะมีการเรียกข้อมูลและส่งข้อมูลไปกลับระหว่างคอมพิวเตอร์กับเซิร์ฟเวอร์โดยตรง แต่เซิร์ฟเวอร์มักมีทรัพยากรในการรับส่งข้อมูลจำกัด ทำให้เมื่อเราเปิดหน้าเว็บขึ้นพร้อมกันหลายแท็บ จะทำให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานหนักเกิดการโหลดหน้าเว็บได้ช้าและเว็บล่ม 

ด้วยเหตุนี้ Cloudflare จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดปัญหาเซิร์ฟเวอร์ทำงานหนัก โหลดช้า เว็บล่ม และมีคุณประโยชน์ในการเพิ่มความปลอดภัยขึ้นอีกชั้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากการแฮคเซิร์ฟเวอร์หรือถูกโจมตี ทำให้ Cloudflare โดดเด่นในบริการด้าน CDN

Content Delivery Network หรือ CDN บน Cloudflare คือ

CDN คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่กระจายคอนเทนต์บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อ ไปยังเครือข่ายรอบโลกภายในเวลาอันรวดเร็วและใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด โดยจะทำการรวบรวม Content พวกรูปภาพ วิดีโอ ตัวอักษร บนเว็บไซต์หรือแอปของเรา จัดเก็บเป็น Cache File และกระจายออกไปยังจุดต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนก็จะโหลดเว็บได้เร็วขึ้น เพราะสามารถส่งข้อมูลจากจุดที่ใกล้ที่สุดไปให้ผู้ใช้ได้ และไม่ต้องใช้ทรัพยากรของเครื่อง Server หลักที่เราใช้ 

 

ประโยชน์หลัก ๆ ของ Cloudflare 

  • โหลดเว็บไซต์ได้เร็วขึ้น

  • ลดการเกิดเว็บไซต์ล่ม

  • เพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์

 

วิธีการสมัครและติดตั้ง Cloudflare บนเว็บไซต์

อันดับแรกเลยคือเราจะต้องมีเว็บไซต์และโดเมนของตนเองก่อน โดยที่โดเมนนั้นจะต้องมีการสั่งซื้อ ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว และเราจะต้องเป็นผู้ถือสิทธิ์ดูแลโดเมนโดยตรงจากนั้นก็ทำการสมัคร Cloudflare โดยสร้างบัญชีและย้ายระบบจัดการโดเมนมาที่ Cloudflare ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. สมัครและเลือกแพ็กเกจ

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ Cloudflare ( https://dash.cloudflare.com/sign-up ) จากนั้นคลิก Sign Up และกรอก Email ตั้ง Password กดปุ่ม Create Account เพื่อสมัครใช้งาน Cloudflare
  • ผูกเว็บไซต์ของเรากับ Cloudflare โดย Login เข้าระบบและกดปุ่ม Add Site
  • พิมพ์ชื่อโดเมนเว็บไซต์ที่ต้องการใช้บริการ Cloudflare จะมีให้เลือกแพ็กเกจ (Select Plan) ในหน้านี้จะมีทั้ง

แบบ Free ไม่มีค่าใช้จ่าย 

เหมาะกับเว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีบริการหลัก ๆ คือ ป้องกันการถูกโจมตี หรือ DDos Attack และยังสามารถ Block Traffic ที่ไม่ต้องการให้ออกไปจากเว็บไซต์ได้ ทั้งยังสามารถ

  • ใช้บริการ SSL หรือ https:// ได้ฟรี ทำให้เว็บมีความน่าเชื่อถือ
  • ช่วยให้โหลดเว็บได้เร็วขึ้น
  • จัดการค่า DNS ได้ทุกรูปแบบ
  • ซ่อน IP ของเครื่อง Server ทำให้เว็บหรือ Server มีความปลอดภัยมากขึ้น
  • ใบรับรองความปลอดภัย
  • เปิดเข้าเว็บจากทุกที่ทั่วโลกได้เร็วขึ้นด้วย CDN

แบบ Pro

ราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 870 บาท) เหมาะกับเว็บไซต์ที่ต้องการความเป็นมืออาชีพ จะได้ฟีเจอร์ที่เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น เช่น WAF และฟีเจอร์ที่จะทำให้เว็บโหลดเร็วมากขึ้นอีก 

แบบ Business

ราคา 250 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ประมาณ 8,700 บาท) เหมาะกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซขนาดเล็กหรือธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยและประสิทธิภาพขั้นสูง มีการันตี Uptime 100% และระบบป้องกันบอทขั้นสูง

แบบ Enterprise

เหมาะกับองค์กร สามารถใช้ได้เต็มที่ทุกฟีเจอร์ สามารถติดต่อกับทาง Cloudflare ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนราคาจะเป็นการคุยกับเซลล์โดยตรง ไม่มีการกำหนดราคาที่แน่นอนก่อน

(ข้อมูลอัปเดต ปี2023)

 

2. ใช้งาน DNS และ SSL บน Cloudflare 

  • เมื่อเลือก Plan แล้วจะเจอหน้า DNS Records สามารถกด Continue ต่อได้เลย เพื่อลดระยะเวลาในการตั้งค่า เพราะในส่วนนี้สามารถมาตั้งค่าและแก้ไขภายหลังได้ และหากต้องการกลับมาแก้ไข DNS ที่ Cloudflare สร้างให้  ก็สามารถกดเข้าแท็บ DNS ด้านซ้ายและกด Edit (ใต้หัวข้อ Action) ใน Record ที่ต้องการแก้ เมื่อเสร็จแล้วกด Save แต่ถ้าหากต้องการเพิ่ม Record DNS ให้กดปุ่ม +Add Record ใส่ข้อมูลที่ต้องการเพิ่ม และกด Save
  • ในหน้า Change Your Nameservers จะให้เราจัดการเปลี่ยน Name Server โดยกด Click To Copy ในหัวข้อ Cloudflare’s Nameservers ไปใส่ในหน้า Nameserver ที่จดโดเมนเว็บตอนแรก (ระบบจัดการโดเมนเดิมของเว็บ) ลบโดเมนอันเดิม และใส่โดเมนอันใหม่ที่ได้จาก Cloudflare หลังจากนั้นคลิกปุ่ม Done, Check Nameservers จากนั้นรอ Nameserver อัปเดตประมาณ 24 ชั่วโมง ความรวดเร็วขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ให้บริการโดเมน
  • คลิกที่แท็บด้านซ้าย SSL/TLS > Overview เลือกหัวข้อ Full (Strict)
  • คลิกที่แท็บด้านซ้าย Speed > Optimization  จากนั้นเลื่อนไปที่หัวข้อ Auto Minify และกดเลือกทั้งหมด (JavaScript, CSS, HTML)
  • นอกจากนี้ ถ้ามีการจ้างทำเว็บไซต์หรือต้องการเพิ่ม Member ให้คนอื่นสามารถเข้ามาช่วยตั้งค่าต่างๆใน Cloudflare ก็สามารถเพิ่ม Member ได้ โดยไปที่แท็บ Manage Account > Members ด้านล่าง จากนั้นในหัวข้อ Invite Members สามารถเพิ่ม Email ของผู้ที่เราจะเชิญ แล้วกด Invite ได้เลย
  • ตรวจสอบว่า Cloudflare อัปเดต Name Server แล้ว ด้วยการคลิกที่โลโก้ Cloudflare มุมซ้ายบน ถ้าขึ้นว่า Active ก็เป็นอันเรียบร้อย

 

สรุป

หากคุณมีเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Cloudflare เป็นอีกบริการที่คุณควรพิจารณาใช้ เพราะจะทำให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของคุณโหลดได้เร็วขึ้น ลดอัตราการถูกแฮค การโจมตี หรือการเกิดเว็บล่ม เพิ่มความปลอดภัย ทำให้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญ ฟีเจอร์และบริการสำคัญ ๆ ก็ใช้ได้ฟรีอีกด้วย


หากคุณต้องการที่ปรึกษาการรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

——————————————————————–

บทความที่เกี่ยวข้อง

WordPress Theme

อัปเดต 20 WordPress Theme ยอดนิยมสำหรับทำเว็บไซต์ 2024

WordPress Hosting ยอดนิยมในไทย

10 WordPress Hosting ยอดนิยมในไทย อัปเดตล่าสุด 2024

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here