Google AI Studio คือเครื่องมือจาก Google ที่จะช่วยเปลี่ยนให้การสร้าง AI Application จากเรื่องยาก ให้กลายเป็นเรื่องง่าย และเปลี่ยนจาก “ไอเดียบนกระดาษ” ให้กลายเป็น “Code ที่ใช้งานได้จริง” ด้วยคำสั่ง AI ได้ในเวลาไม่กี่นาที
Google AI Studio คืออะไร ?

Google AI Studio คือ แพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ (Web-based IDE) ที่พัฒนาโดย Google DeepMind ออกแบบมาให้เป็น “พื้นที่ทดลอง” (Playground) สำหรับนักพัฒนาและผู้เริ่มต้น ให้สามารถสร้าง ทดสอบ และปรับแต่ง Prompt ด้วยโมเดล Gemini รุ่นล่าสุดได้ทันทีโดยไม่ต้องเขียนโค้ดแม้แต่บรรทัดเดียว
ปกติแล้วการจะทดสอบ API โมเดล AI ต้องมีการตั้งค่า Environment ที่ยุ่งยาก แต่ Google AI Studio ตัดขั้นตอนเหล่านั้นทิ้งทั้งหมด คุณสามารถเริ่มโปรเจกต์ได้ฟรี (Free Tier) มีความรวดเร็วในการทำต้นแบบ (Fast Prototyping) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนก่อนเริ่มสร้างโปรดักต์จริง
เปรียบเทียบ Google AI Studio ต่างจาก Gemini และ Vertex AI อย่างไร?
| คุณสมบัติ | Gemini (App/Web) | Google AI Studio | Vertex AI |
| กลุ่มผู้ใช้ | ผู้ใช้งานทั่วไป (End User) | นักพัฒนา / SME / Creator ทั่วไป | องค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) |
| เป้าหมาย | หาข้อมูล, ช่วยคิดงาน, แชทเล่น | สร้างแอป, จูน Prompt, ขอ API | สเกลระบบใหญ่, Security สูง |
| Export Code | ทำไม่ได้ | ทำได้ (Python, cURL ฯลฯ) | ทำได้ (MLOps เต็มรูปแบบ) |
| ค่าใช้จ่าย | ฟรี / สมาชิกรายเดือน | ฟรี (Free Tier) / Pay-as-you-go | จ่ายตามจริง (Pay-as-you-go) |
Google AI Studio ทำอะไรได้บ้าง ?
1. ออกแบบ Logic ของ Chatbot ให้ “ฉลาด”
แทนที่จะเขียน Code if-else ซับซ้อน คุณสามารถใช้ Google AI Studio ทดสอบ Logic การตอบคำถามของ Chatbot ได้ล่วงหน้า เช่น การตั้งเงื่อนไขให้ AI ตอบกลับลูกค้าที่มาเคลมสินค้าอย่างสุภาพแต่หนักแน่น หรือการเทรนให้ AI เป็น “Admin ตอบแชท” ที่ปิดการขายได้จริง
2. เปลี่ยน “ข้อมูลดิบ” ให้เป็น “Database”
นี่คือฟีเจอร์ทีเด็ดสำหรับ Dev! คุณสามารถโยนข้อความยาวๆ, อีเมลสมัครงาน, หรือรีวิวลูกค้า เข้าไปแล้วสั่งให้ AI “ดึงข้อมูลออกมาเป็น JSON” เพื่อนำไปเก็บลง Database ต่อได้ทันที ไม่ต้องมานั่งกรอกเองหรือเขียน RegEx ให้ปวดหัว
3. วิเคราะห์ภาพและวิดีโอ
ใช้โมเดล Gemini 1.5 Pro วิเคราะห์สิ่งที่มองเห็น เช่น อัปโหลดรูป “ใบเสร็จค่าอาหาร” แล้วให้ AI แยกรายการอาหาร ราคา และภาษีออกมาเป็นตาราง หรืออัปโหลดวิดีโอสาธิตสินค้า แล้วให้ AI เขียนคำบรรยาย (Caption) สำหรับลง Social Media ให้
4. แปลงไอเดียเป็น Code
สั่งให้เขียนโปรแกรมได้จริง เช่น “เขียนฟังก์ชัน Python สำหรับคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม” หรือ “สร้าง HTML สำหรับหน้า Landing Page ขายครีมกันแดด” AI Studio จะเจนโค้ดให้คุณ Copy ไปใช้ได้ทันที ช่วยลดเวลา Coding ได้มหาศาล
ฟีเจอร์เด็ดที่ทำให้ Google AI Studio เหนือกว่า Chatbot ทั่วไป
System Instructions สั่งบทบาท AI ให้ “เป๊ะ”

คือคำสั่งกำกับบทบาท (Persona) ที่เราป้อนให้ AI “จำ” ไว้ตลอดการสนทนา เพื่อแก้ปัญหา AI ตอบกว้างเกินไป หรือลืมบริบทเมื่อคุยไปนานๆ และช่วยควบคุม Tone & Voice ให้ตรงกับแบรนด์ได้
ตัวอย่างเช่น ในช่อง System Instructions พิมพ์ว่า “คุณคือ Senior Python Developer ที่เชี่ยวชาญด้าน Data Science อธิบายโค้ดด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและกระชับ” ผลลัพธ์คือ AI จะสวมวิญญาณผู้เชี่ยวชาญคนนั้นทันที ไม่ว่าจะถามอะไรไปก็ตาม
Multimodal Capability อ่านภาพ-เสียง-วิดีโอ

คือความสามารถในการประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบพร้อมกัน (Text, Image, Video) ผ่านโมเดล Gemini 1.5 Pro ช่วยให้ AI เข้าใจบริบทของข้อมูลได้ลึกซึ้งกว่าแค่การอ่านข้อความอย่างเดียว ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดของ Gemini Model
คู่มือเริ่มต้นใช้งาน Google AI Studio แบบ Step-by-Step
Step 1 : เข้าสู่ระบบ
เข้าไปที่ aistudio.google.com แล้วคลิก “Sign in” ด้วยบัญชี Google ของคุณ จากนั้นกด “Create New” มุมซ้ายบนเพื่อเริ่มโปรเจกต์
Step 2 : เลือกประเภท Prompt ให้ตรงโจทย์
- Chat Prompt สำหรับทำ Chatbot โต้ตอบ
- Freeform Prompt สำหรับงานเขียนทั่วไป หรือสั่งงานครั้งเดียวจบ
- Structured Prompt สำหรับงานที่ต้องการผลลัพธ์เป็นตารางหรือ Data
Step 3 : เลือกโมเดลที่ใช่
ที่แถบฝั่งขวา เลือกโมเดลตามความเหมาะสม
- Gemini 1.5 Flash เน้น ความเร็ว และประหยัด เหมาะกับงานง่าย ๆ
- Gemini 1.5 Pro เน้น ความฉลาด และวิเคราะห์ซับซ้อน เหมาะกับงานเอกสารยาว ๆ
Step 4 : เริ่มปรังแต่ง Prompt
ใส่ System Instructions (ถ้ามี) และพิมพ์คำสั่งลงในช่อง User Input จากนั้นกด “Run” หรือ Ctrl+Enter เพื่อดูผลลัพธ์แบบ Real-time
เทคนิคจูน AI ให้แม่นยำ และตรงใจมากที่สุด
ด้านขวาของจอคือ “แผงควบคุม” ที่จะทำให้ AI ฉลาดกว่าของคนอื่น
Temperature คุมความแม่นยำ vs ความคิดสร้างสรรค์

ค่าความสุ่มของการเลือกคำตอบ (0.0 – 2.0) งานแต่ละประเภทต้องการ “นิสัย” AI ที่ต่างกัน
ปรับต่ำ (0.0 – 0.2) สำหรับงาน Fact, Coding, บัญชี (เน้นความจริง ห้ามมั่ว)
ปรับสูง (0.7 – 1.0): สำหรับงาน Creative, แต่งนิยาย, ระดมสมอง (เน้นความแปลกใหม่)
Token Count บริหารหน่วยความจำ

ปริมาณข้อมูลเข้า-ออกที่ AI รองรับได้ หากต้องโยนไฟล์ PDF 100 หน้าให้ AI สรุป ให้เลือกโมเดลที่มีคำว่า “Pro” หรือ “1M/2M Context” เพื่อให้รองรับ Token ได้เพียงพอ ป้องกันปัญหา AI “ลืม” หรือ error กลางทาง
วิธี Export Code ใน 3 คลิก
ฟีเจอร์แปลงการตั้งค่าหน้าเว็บให้เป็น Source Code ภาษาต่างๆ (Python, JavaScript, cURL) ช่วยลดเวลาเขียนโค้ดเชื่อมต่อ API (Boilerplate) ทำให้นักพัฒนานำไปใช้งานต่อได้ทันที
- คลิกปุ่ม “Get API key” มุมซ้ายบน สร้างและเก็บรหัสไว้ให้ดี
- จูน Prompt จนพอใจ แล้วคลิก “<> Get Code” มุมขวาบน
- เลือกภาษา (เช่น Python) แล้ว Copy ไปวางใน Code Editor ของคุณพร้อมรันได้เลย
ข้อควรระวังก่อนใช้งาน Google AI Studio
- ห้ามป้อนข้อมูลลูกค้า รหัสผ่าน หรือความลับบริษัทลงใน Prompt (โดยเฉพาะรุ่นฟรี) เพราะข้อมูลอาจถูกนำไปพัฒนาต่อ
- ห้ามฝัง API Key ไว้หน้าเว็บไซต์หรือแอปโดยตรง ต้องซ่อนไว้ที่ Server ฝั่งหลังบ้านเท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกขโมย
- AI อาจให้ข้อมูลผิด (Hallucination) โดยเฉพาะตัวเลขและโค้ดซับซ้อน ควรมีคนตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้จริง
ดังนั้น Google AI Studio คือแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับนักพัฒนาและผู้ที่สนใจสร้างแอปพลิเคชัน AI กับโมเดล Gemini ได้อย่างอิสระ ซึ่งต่างจากการใช้งาน Chatbot ทั่วไป ตรงที่คุณสามารถกำหนดบทบาทและควบคุมความแม่นยำของคำตอบได้ดั่งใจ และเมื่อได้ผลลัพธ์ที่พอใจแล้ว ระบบยังสามารถแปลงสิ่งที่คุณทดลองให้กลายเป็นโค้ดโปรแกรมเพื่อนำไปใช้งานจริงได้ทันที และไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโปรแกรมใดๆ
หากคุณมองเห็นโอกาสแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มวางแผน Digital Strategy อย่างไรให้ตอบโจทย์ธุรกิจ Cotactic Media เป็น Digital Marketing Agency พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยคุณวางแผนและต่อยอดเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน
โทร. 065-095-9544
Inbox: m.me/cotactic
Line: @cotactic