October 31, 2021

เจ้าของธุรกิจควรรู้ไว้ 5 ตำแหน่งงานเอเจนซี กู้ธุรกิจคุณยังไงได้บ้าง!

Reading Time: 3 minutes

ผู้ประกอบการหลายรายคงคุ้นเคยได้ยินคำว่า “เอเจนซีโฆษณา” หรือ “บริษัทโฆษณาออนไลน์” กันมาบ้าง และคงสงสัยกันมานักต่อนักแล้วว่า เอเจนซีแบบนี้ปกติเขามีโครงสร้างการทำงานกันยังไงนะ ตำแหน่งใดบ้างที่มีหน้าที่โดยตรงในการหาลูกค้า?

ในยุคนี้อะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิตทั้งเทรนด์โลกและการใช้ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันทันด่วน ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจต่างก็ให้ความสนใจกับการตั้ง In-house Digital Marketing เป็นของตัวเอง บางธุรกิจที่ยังไม่มีความถนัดในด้านนี้ก็ต้องเลือก Digital Marketing Agency ที่ดีที่สุดเพื่อสร้างการตลาดออนไลน์ให้เป็นที่นิยมมากขึ้น

ซึ่งถ้าเรามาเจาะลึกถึงโครงสร้างของ Digital Marketing กันดี ๆ แล้วล่ะก็จะพบว่าแผนกหรือองค์กรนี้มีองค์ประกอบแยกย่อยอยู่มากมายเหลือเกิน เรามาเริ่มต้นกันที่


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 
Account Executive

1. AE (Account Executive)

ถ้าคุณเป็นลูกค้าและอยากติดต่อกับเอเจนซีสักเจ้าหนึ่งหรือถ้าคุณเป็นเอเจนซีเองแล้วต้องการติดต่อหาลูกค้าใหม่ ปราการด่านแรกที่คุณต้องเข้าไปพูดคุยด้วยคือตำแหน่ง AE ย่อมาจาก Account Eecutive ที่จะเป็นตัวแทนของเอเจนซีคอยประสานงานจากลูกค้าและเอาเรื่องมาแจกแจงงานให้ฝ่ายอื่น ๆ ต่อไปอย่าง Media Buyer, Strategist, Content Creator และ Graphic รวมถึงคอยจัดสรรพนักงานคนไหนที่เหมาะกับลูกค้าแบบใดมากที่สุด ยกตัวอย่าง ผมเองเป็นคนที่ชอบการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันมาก จึงมักถูกดึงไปทำงานโฆษณาให้กับลูกค้าที่เป็นฟิตเนสบ่อย ๆ ครับ

หลังจากที่ได้งานตามที่ลูกค้าขอแล้ว ทีมงานจะวางโครงสร้างการโฆษณาให้ลูกค้าคร่าว ๆ ซึ่งในส่วนนี้จะประกอบไปด้วย โครงสร้างการโฆษณา ประเภทโฆษณา กลยุทธ์ที่จะใช้ ปริมาณ Lead รวมไปถึงคำนวณค่าใช้จ่ายต่าง ๆ คร่าว ๆ อีกด้วย พอข้อมูลในส่วนนี้สมบูรณ์แล้ว AE จะนัดหมายกับลูกค้าเพื่อนำเสนอหัวข้อต่าง ๆ (Pitching) รวมไปถึงข้อซักถามที่อาจเกิดขึ้นด้วย ในส่วนนี้ AE ควรมีข้อมูลที่สามารถตอบได้ หากไม่มีไม่เป็นไรสามารถขอตัวไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ (เพราะ AE ก็คือคนคนหนึ่ง ไม่สามารถตอบคำถามได้ทุกเรื่อง)

 

คุณสมบัติที่ AE ควรมี

  1. ทักษะการสื่อสารเป็นเลิศ

เนื่องจากตำแหน่งนี้ต้องใช้การติดต่อสื่อสารเป็นหลักระหว่างลูกค้า – ทีมงาน ไปจนถึงระดับผู้บริหารของ Agency หากมีการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนหรือตีความได้หลากหลาย จะสร้างความสับสนและได้เนื้องานที่ไม่ตรงกับที่ได้รับบรีฟมาได้

      2. ความอดทนต้องสูงรับความกดดันได้

เป็นเรื่องปกติที่การทำงานอาจผิดพลาดหรือเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างเนื้องาน ซึ่งต้องเผชิญกับอารมณ์หรือคอมเมนต์จุกจิกจากลูกค้าเป็นระยะ ๆ พ่วงด้วยตำแหน่ง AE ยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับบริษัทอีก ดังนั้นความอดทนและความสามารถจัดการกับอารมณ์จึงเป็นสิ่งที่ต้องการอย่างมากในตำแหน่งนี้

      3. ตามให้ทันโลก เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

บางครั้งตำแหน่งนี้เมื่อฟังบรีฟจากลูกค้า บางที่จะมีไอเดียใหม่ ๆ จากลูกค้าที่เอเจนซีอาจยังไม่เคยทำมาก่อน หาก AE พอมีความรู้ ทันต่อเหตุการณ์ในช่วงนั้น ๆ จะสามารถทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้เร็วและนำไปต่อยอดไอเดียกับทีมต่อได้

 

ค่าตอบแทน

เด็กจบใหม่เงินเดือนเริ่มที่ 18,000 – 25,000 บาทแล้วแต่ประเภทธุรกิจ หากบางที่ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ 3 ด้วย จะให้ค่าภาษาเพิ่มเติม รวมแล้วประมาณ 30,000 บาท

ถ้ามีประสบการณ์แล้ว ขยับขึ้นเป็น Senior AE จะได้เงินค่าประสบการณ์จากฐานเงินเดือนเดิม อยู่ที่ประมาณ 35,000+ สูงกว่านี้เป็น Account Manager อยู่ที่ราว ๆ 50,000+ จนไปสุดที่ Account Manager อยู่ที่ 70,000 – 200,000 บาท

Content Writer

2. Creative Content Creator / Content Writer

หลังจากได้รับปรีฟมาแล้ว Content Creator จะทำหน้าที่

  1. วางคอนเทนต์ Customer Journey เพื่อเพิ่มยอดขาย 
  2. ทำงานควบคู่กับ Graphic เพราะทั้งสองตำแหน่งนี้ต้องไปด้วยกัน ขาดกันไม่ได้
  3. เขียนคอนเทนต์ลงเว็บไซต์ บล็อก หรือโซเชียลมีเดียล่วงหน้า และส่งต่อคอนเทนต์ให้ฝั่ง Graphic และ Strategist Planner ตัดต่อรูป วิดีโอ และวางแผนการโพสต์อีกทีหนึ่ง
  4. วาง Guideline การเขียนคอนเทนต์และหา Keyword บางแห่ง Content จะต้องเรียนรู้การทำ SEO และการใช้งาน WordPress
  5. บางแห่ง Content จะดูแลถึงเรื่องบทพูดหรือโครงร่าง Story ของ Production ด้วย

 

คุณสมบัติการเป็น Content Creator

  1. มีความคิดสร้างสรรค์ ตามเทรนด์โลกทัน สืบหาข้อมูลเก่ง
  2. ทักษะการเขียนขายที่ดี มี Storytelling คนเลื่อนผ่านแล้วต้องสะดุดอ่าน
  3. ทักษะประสานงานเก่ง เพราะต้องคุยกับ Graphic เป็นหลัก AE และ Strategist
  4. ทักษะ Copywriter

 

ค่าตอบแทน

เด็กจบใหม่เริ่มต้นที่ 15,000 – 20,000 บาท หลังมีประสบการณ์ 1 – 5 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25,000 – 30,000 และหากมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปีขึ้นไปจะอยู่ที่ 30,000 – 40,000 บาท


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 
Graphic Designer

3. Graphic Design

อยู่คู่กันมาติด ๆ กับตำแหน่ง Graphic ที่ทำหน้าที่ออกแบบศาสตรและศิลป์ให้ออกมาอยู่ในรูปแบบที่คนทั่วไปสามารถรับรู้ได้โดยไม่ต้องไปตีความเพิ่มเติม ซึ่งผ่านการคิดครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งการออกแบบรูปภาพให้เป็นไปตาม CI Brand หรืองาน Production ต่าง ๆ อย่าง Video หรือ GIF เป็นต้น

 

คุณสมบัติ

  1. มีความคิดสร้างสรรค์ พอ ๆ กับ Content Creator คือสร้างงานออกแบบขึ้นมาจากจินตนาการ จนสามารถสร้างมันออกมาเป็นรูปธรรมได้
  2. ทักษะการใช้เครื่องมือตัดต่อ
  3. ช่างสังเกต เรียนรู้สิ่งใหม่เสมอ ที่ต้องช่างสังเกตเพราะบางครั้งงานโฆษณาที่ได้รับมอบหมายงานมาจะต้องดู CI Brand จากลูกค้าด้วย ซึ่งอาจมีจุดผิดพลาดเล็กน้อยที่เผลอมองข้ามไป การเรียนรู้สิ่งใหม่สม่ำเสมอจะทำให้งานออกแบบที่ได้มีความหลากหลายสูง ทันโลก ไม่ดูล้าหลังเกินไป
  4. มีความอดทนสูง เนื่องจากเป็นงานที่มี Deadline เป็นตัวตั้งตัวตี ต้องใช้ความตั้งใจและความทุ่มเทสูง รวมถึงคอมเมนต์จากลูกค้า จึงทำให้ต้องอดหลับอดนอนหรือทำงานล่วงเวลากันบางครั้ง

 

ค่าตอบแทน

จบใหม่เริ่มต้นที่ 15,000 – 25,000 จะเป็นตำแหน่ง Junior Graphic Designer สูงขึ้นมาในระดับ Senior เรตเงินเดือนอยู่ที่ 25,000 – 35,000 ขยับเข้ามาที่ตำแหน่ง Design Manager หัวหน้าใหญ่ของทีม Graphic อยู่ที่ 45,000 – 60,000 และหัวหน้าสูงสุดของฝ่ายออกแบบ Art Director หรือ Creative Director เงินเดือนแตะ 60,000 – 90,000 บาท

Media Buyer

4. Media Buyer / Media Planner 

ผู้จัดซื้อสื่อโฆษณา คอยสำรวจช่องทางการตลาด เทรนด์โลกตอนนี้สามารถใช้สื่อไหนในการขยายขอบเขตโฆษณาออกไปได้ในราคาได้คุ้มที่สุด และทำการติดต่อซื้อขายช่องทางสื่อกับเจ้าของโดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังต้องสำรวจกลุ่มเป้าหมาย เอามาเขียนแผนเพื่อนำไป Pitching กับลูกค้าอีกที

 

คุณสมบัติการเป็น Media Buyer

  1. ทักษะการต่อรอง มองหาจุดที่คุ้มทุนที่สุดระหว่างเงินที่เสียไปกับพื้นที่โฆษณาที่จะได้กลับมา
  2. รู้จักเครื่องมือการทำงานที่ซับซ้อน ทั้งอุปกรณ์การ Bid, Analytics และการดึงข้อมูลสำหรับ Report
  3. สังเกตคู่แข่ง รู้จัก Implementation รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง ปรับแผนการโฆษณาไปตามสถานการณ์หรือเทรนด์ที่เกิดขึ้น
  4. คุ้นเคยกับการทำงานกับตัวเลขและ Excel เพราะต้องจัดทำ Report อ่านค่าต่าง ๆ ให้ได้และส่งให้กับลูกค้า

 

ค่าตอบแทน

เริ่มต้นเด็กจบใหม่ 18,000 – 25,000 บาท มาพร้อมประสบการณ์จะอยู่ที่ 30,000 – 40,000 ประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป 50,000 – 80,000 


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 
Strategist Planner

5. Strategic Planner

ตำแหน่งนี้เป็นสายงานที่มีความต้องการสูงมากในวงการการตลาดของบริษัทเอเจนซีต่าง ๆ เป็นผู้วางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ คิด สร้าง และวางแผนแคมเปญบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ ควบคุมดูแลภาพรวมของงานโฆษณาตั้งแต่รับบรีฟจากลูกค้า ขั้นตอนการจัดทำ ไปจนถึงการ Pitching ทั้งยังช่วยเหลือฝ่าย Media Buyer / Planner ในการจัดทำ Report รายงานแก่ลูกค้า โดยหน้าที่หลัก ๆ ได้แก่

 

  1. วิเคราะห์แบรนด์ Positioning, Keyword, Character ต่าง ๆ
  2. วิเคราะห์ข้อดีข้อด้อย จุดอ่อนจุดแข็ง SWOT ของแบรนด์ตัวเอง (บริษัทเอเจนซีก็นับเป็นธุรกิจประเภทหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องมีการโปรโมทตัวเองสม่ำเสมอ) และของลูกค้า
  3. กำหนดขอบเขตสรุปเนื้อหางานให้ทีมฟัง
  4. วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า วิธีการหาลูกค้าใหม่ ช่องทางหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่สามารถใช้ในการตามหาลูกค้าใหม่ได้ สร้าง Customer Journey, Cutomer Persona, Insights, Customer Segmentation
  5. สามารถติดตาม Report ต่าง ๆ และวัดค่า KPI ในแคมเปญการหาลูกค้าใหม่ได้

 

คุณสมบัติที่ Strategic Planner ต้องมี

  1. เชี่ยวชาญด้านตัวเลข เนื่องจากต้องคลุกคลีอยู่กับตัวเลข ค่าการวัดและประเมินผลต่าง ๆ นานามากมาย ผู้ที่มีความรู้ทางด้านสถิติ หรือสาขาการโฆษณามาโดยเฉพาะ จะได้เปรียบกว่า
  2. ทักษะการเจรจาต่อรอง เอาไว้ติดต่อกับลูกค้าเรื่องการหาลูกค้า Lead KPI Reach impression ต่าง ๆ เป็นต้น
  3. ความรู้ความเข้าใจในการใช้โซเชียลมีเดีย โซเชียลมีเดียโดยปกติถ้าไม่ได้ทำการตลาดออนไลน์เป็นอาชีพหลัก จะไม่รู้เลยว่า เครื่องมือต่าง ๆ บนแอปฯ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการหา Insight จากกลุ่มลูกค้าได้ ด้วยเครื่องมือที่ถูกซ่อนอยู่
  4. ทักษะการคิด วางแผน ทั้งการตลาดออนไลน์และออฟไลน์  บางครั้งเวลารันแคมเปญไปแล้วเกิดพลิกล็อกยอด Reach ตก Impression หาย CPR พุ่งสูง ก็ต้องใช้ทักษะการคิดฉับพลันในการแก้ปัญหาเร่งด่วนเหล่านี้
  5. โต้รุ่งได้ ข้อนี้ไม่จำเป็นหากบางงานสามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาที่กำหนด

 

ค่าตอบแทน

เนื่องจากเป็นอาชีพใหม่มาแรง ค่าตอบแทนสูง เริ่มต้นที่ 20,000 บาท หลังมีประสบการณ์แล้ว 1 – 5 ปี จะอยู่ที่ 25,000 – 45,000 ประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป 50,000 – 85,000 บาท

 

จบกันไปแล้วนะครับกับ 5 ตำแหน่งงานช่วยหาลูกค้า ฟื้นฟูธุรกิจของคุณที่บริษัทเอเจนซีโฆษณาออนไลน์อยากบอกต่อ หากน้อง ๆ หรือไม่ว่าใครก็ตามที่อยากลองทำตามฝัน ค้นหาอาชีพที่ใช่ ตำแหน่งที่ชอบแล้วล่ะก็วันนี้ Cotactic ได้นำเสนอทางเลือกมาให้ทุกคนในบทความนี้กันแล้วครับ

ทั้งนี้ที่ผมนำมายกตัวอย่างตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ได้หมายความว่ามีอยู่แค่นี้จริง ๆ ยังมีตำแหน่งงานอื่น ๆ ที่สามารถเจาะลึกต่อยอดเข้าไปได้มากกว่านี้อีกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้คุณสามารถค้นหาลูกค้าได้มากขึ้น และหากใครที่สนใจงานด้านการโฆษณาออนไลน์ต้องการให้ Agency ช่วย ติดต่อหาเราได้เลย เรามีทุกตำแหน่งที่ว่ามารอช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่

 

——————————————————————–

 

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งใน บริษัทโฆษณาออนไลน์ ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Brand Awareness หรือ Lead Generation ก็ทำได้หมด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

 

——————————————————————–

 

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

https://stepstraining.co/strategy/digital-marketing-4 

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC