July 27, 2021

6 ส่วนสำคัญเปลี่ยนเว็บไซต์ให้กลายเป็น Lead Generator

Reading Time: 2 minutes

กว่า 96% ของลูกค้าบนเว็บไซต์ธุรกิจเป็นคนที่ยังไม่พร้อมจะซื้อสินค้า/บริการจากธุรกิจในทันที

ข้อมูลจาก Marketo

กว่า 63% ของลูกค้าที่เข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากธุรกิจ จะยังไม่ทำการซื้อสินค้า/บริการเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน  ข้อมูลจาก Marketing Donut


ข้อมูลที่น่าสนใจเหล่านี้สำคัญต่อธุรกิจและการทำ Lead Generation อย่างไร?

หากธุรกิจมีเว็บไซต์ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมข้อมูลให้กลายเป็นลูกค้าที่สามารถทำกำไรให้ธุรกิจได้ แล้วจะมีเว็บไซต์ไปทำไมกัน ถูกต้องไหมครับ? กลยุทธ์ Lead Generation จึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่สำคัญต่อธุรกิจในยุคนี้ที่หลายต่อหลายต่อหลายแบรนด์นำมาใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่สามารถนำไปต่อยอด สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายจนสามารถปิดการขายได้ในอนาคต

เว็บไซต์ธุรกิจ อย่างเช่น คอร์สเรียนออนไลน์, คลินิก, อสังหาริมทรัพย์, ยานยนต์ ฯลฯ ที่ไม่ใช่รูปแบบ E-commerce จะไม่สามารถปิดการขายได้ด้วยตัวมันเอง บางทีเราจึงเห็นหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลติดต่อ ไม่ว่าจะทาง Facebook, เบอร์โทร, หรือไลน์ แต่ส่วนใหญ่กว่าลูกค้าจะหาข้อมูลติดต่อตรงนี้เจอ ก็อาจจะเสียอารมณ์จนกดออกจากเว็บไซต์ได้ 

การทำ Lead Generation หรือการสร้างแบบฟอร์มให้ลูกค้ากรอกเพื่อให้ธุรกิจติดต่อกลับบนหน้าเว็บไซต์จึงเป็นเทคนิคการตลาดที่ทำให้ลูกค้าและธุรกิจเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสที่ธุรกิจสามารถปิดการขายได้ เพราะลูกค้าที่เข้ามากรอกแบบฟอร์ม (หรือที่เรียกว่า Lead) มีความสนใจในธุรกิจระดับหนึ่งและพร้อมให้ธุรกิจโทรมาเพื่อขายสินค้า/บริการอยู่แล้ว และถึงแม้จะปิดการขายไม่ได้ในทันที แต่อย่างน้อยคุณก็มีข้อมูลลูกค้าที่สามารถใช้ในการ Follow-up และช่วยให้ปิดการขายได้ในอนาคต

แล้วแบบนี้ถ้าคุณมีเว็บไซต์อยากเริ่มทำ Lead Generation ต้องทำยังไงบ้างละ? วันนี้ Cotactic จึงจะมาแนะนำ 7 องค์ประกอบสำคัญว่าการมีเว็บไซต์สำหรับ Lead Generation ที่ดีมันหน้าตาเป็นยังไงและในแต่ละส่วนสามารถช่วยให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มได้อย่างไร

องค์ประกอบเว็บไซต์ Lead Generation ที่มีประสิทธิภาพมีอะไรบ้าง?

  1. Lead Form
  2. Call to action
  3. Educational Content
  4. User Experience
  5. Testimonial
  6. Nurture Strategies

1. Lead Form: สร้างแบบฟอร์มให้น่าสนใจ

แน่นอนว่าอยากจะทำเว็บไซต์ Lead Generation สิ่งแรกที่ต้องมีก็คือ Lead Form หรือ แบบฟอร์มเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายกรอกข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และข้อมูลอื่นๆที่มีความจำเป็นต่อการปิดการขาย การมี Lead form คุณภาพ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีอยู่หลักๆ 4 อย่างด้วยกันดังนี้ครับ

  • คำถามคัดกรอง: โดยปกติแล้ว Lead Form ที่ดีจะต้องสามารถทำให้ทีมขายสามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น หากคุณมีเพียง คำถามทั่วไป เช่น ชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมขายเข้าใจลูกค้าได้ เช่น Lead Form ธรุกิจอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับคอนโด อาจเพิ่มคำถาม ประเภทห้อง และ งบประมาณ เป็นต้น แต่อย่าสร้างคำถามที่มากจนเกิดไป เพราะกลุ่มเป้าหมายจะรู้สึกว่าการกรอกข้อมูลต้องใช้เวลามากเกินไปจนกดออกระหว่างทางได้
  • ข้อเสนอ: การมีข้อเสนอที่น่าดึงดูดเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้ว่าถ้าพวกเขาให้ข้อมูลไป แล้วจะได้อะไรกลับมา ยิ่งข้อเสนอน่าดึงดูดเท่าไหร่โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะยอมให้ข้อมูลกับธุรกิจก็จะมีมากขึ้น เช่น ลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิ์รับโปรโมชั่น หรือลงทะเบียนทดลองขับรถของเราวันนี้!! เป็นต้น
  • Call-to-action: เมื่อมีข้อเสนอและคำถามที่ดีแล้ว ก็ต้องมีปุ่มเพื่อกระตุ้นให้อยากกดส่งข้อมูลครับ อย่างในตัวอย่างรูปภาพด้านบนนี้ ปุ่มเหลืองๆที่มีคำว่า รับกลยุทธ์จาก Digital Expert นี้เองครับ ที่เรียกว่าปุ่ม Call-to-action เป็นปุ่มที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายที่กรอก Lead form รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป 
  • ตำแหน่งของ Lead Form: เรื่องของตำแหน่งเป็นอะไรที่ต้องทำการ Testing เพื่อค้นหาว่าตำแหน่งไหนที่ทำให้กลุ่มเป้าหมายกรอก Lead Form มากที่สุดสำหรับเว็บไซต์คุณ แต่ทาง Cotactic ขอแนะนำว่าควรจะอยู่ด้านบนสุด เพราะหลายๆครั้งที่กลุ่มเป้าหมายใช้เวลาในการอ่านข้อมูลแต่ไม่กรอกฟอร์มเนื่องจากไม่รู้ว่ามีฟอร์มให้กรอก

2. Call to Action: ย้ำปุ่มกระตุ้นการกระทำ

คุณคงจะได้คุ้นกับคำว่า Call-to-action มาบ้างแล้วจากข้อที่ 1 แต่ Call-to-action จริงๆแล้วเป็นแค่ปุ่มอย่างนั้นหรอ? ทำไมถึงสำคัญมากเพื่อให้มีคนกรอก Lead Form มากขึ้น 

CTAs หรือ Call to action คือการใช้คำ เสียง หรือตัวอักษรเพื่อช่วยให้เกิดการกระตุ้นการตัดสินใจ ซึ่งเราอาจจะได้เห็นบ่อยๆในการโฆษณา เช่น สั่งซื้อเลย, ทักแชทเลย, โทรเลย เป็นต้น

สิ่งๆนี้สำคัญมากครับ ที่จะต้องมีในทุกๆหน้าของเว็บไซต์เพื่อเตือนใจให้เกิดการกระตุ้นการกรอก Lead Form ของคนที่เข้ามาในเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นหน้า Homepage, หน้าบทความ, หน้าข้อมูลติดต่อ ฯลฯ

อย่างเช่นรูปภาพในตัวอย่างด้านบนเป็นหน้าเว็บไซต์หนึ่งของ Cotactic จะสังเกตเห็นได้ว่าในกรอบแดงนี้คือ Call to Action ทั้งหมด หรือจะทำเป็น “ปรึกษาเอเจนซี่โฆษณา” ที่เป็นลิงค์ตัวอักษรแบบนี้ก็ได้ครับ เว็บไซต์ที่สามารถเปลี่ยนคนบนเว็บให้กลายเป็น Lead ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องบริหาร Call to action บนแต่ละส่วนของเว็บไซต์ให้ดีครับ

3. Educational Content: คอนเทนต์ให้ความรู้เปลี่ยนคนไม่รู้จักเป็นว่าที่ลูกค้า

หากต้องการเพิ่มจำนวนคุณภาพ Lead บนเว็บไซต์การทำคอนเทนต์ให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอ, บทความ, Infographic และอื่นๆ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะการที่ลูกค้าจะไว้ใจมอบข้อมูลให้กับธุรกิจได้ง่ายขึ้น ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ว่าเขารู้จักคุณมากแค่ไหน ผ่านคอนเทนต์เหล่านี้แหละครับ สถิติจาก Hubspot ระบุว่าการทำ Content Marketing สามารถเพิ่มจำนวน Lead ได้มากถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับการโฆษณา 

และในขณะเดียวกันการทำคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอยังเป็นผลดีต่อเว็บไซต์ในด้านของ SEO เป็นส่วนหนึ่งของเทคนิคการตลาดเพื่อทำให้เว็บไซต์ติดอันดับผลการค้นหาของ Google ส่งผลให้จำนวนเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น และสุดท้ายเพิ่มโอกาสคนกรอก Lead และอย่าลืมใส่ Call to Action เข้าไปในทุกๆคอนเทนต์ด้วยครับ

4. User Experience: ปรับเว็บไซต์ให้น่าใช้งาน

เว็บโหลดช้า? ข้อความยาวไม่น่าอ่าน? Interface บนมือถือดูไม่สวยงาม? หากคุณเจอปัญหาเหล่านี้ระหว่างใช้งานเว็บไซต์ คุณจะยังคงอยู่บนเว็บไซต์ต่อหรือไม่ครับ? ดังนั้นการให้ความสำคัญกับ User Experience หรือ ประสบการณ์การใช้งานของกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม รวมไปถึงออกแบบเว็บไซต์ให้มีความ User-friendly ด้วยเช่นกัน

โดยปกติแล้ว ผู้ใช้งานออนไลน์จะกดออกจากเว็บไซต์นั้นทันทีหากเว็บไม่โหลดภายใน 5 วินาที ซึ่งนี้หมายถึงการสูญเสียจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Website Traffic) ไปฟรีๆ และส่งผลไปถึงจำนวนการกรอก Lead Form

ทั้งนี้ปัจจัยการเพิ่ม User-experience ของเว็บไซต์ในเบื้องต้น เช่น

  • ความเร็วการโหลดเว็บไซต์ และรูปภาพ
  • Mobile Friendly
  • การจัดเรียงคอนเทนต์ หัวข้อ H1,H2,H3 และเนื้อหา ให้อ่านง่าย
  • การจัดเรียงปุ่ม Call to Action ให้กลุ่มเป้าหมายได้เจอสิ่งที่ต้องการค้นหาได้ง่ายขึ้น

5. Testimonial: รีวิวลูกค้าต้องบอกให้รู้!!

Testimonial หรือ รีวิวจากลูกค้าเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่ถูกยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงมาอย่างยาวนาน เพราะ สามารถสร้างความไว้วางใจให้กลุ่มเป้าหมาย และชื่อเสียงให้กับแบรนด์ อีกทั้งยังสร้างความเป็นผู้เชี่ยวชาญให้กับคุณได้ ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายมีความมั่นใจที่จะกรอก Lead Form และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หากคุณมีข้อความหรือวิดีโอประสบการณ์ใช้งานสินค้า/บริการจากลูกค้า อย่าลืมเอามาวางไว้บนหน้าเว็บไซต์และบอกให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้หละ

6. Nurturing Strategies:  กลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์ไปสู่ปิดการขาย

มาถึงขั้นตอนสุดท้าย ถ้าหากคุณได้เติมส่วนประกอบต่าง ๆ ตามที่เราแนะนำไปในข้อ 1-5 นี้ แล้วเริ่มมีจำนวนคนกรอก Lead Form เข้ามาทำให้ชื่นใจบ้าง ปัญหาหนึ่งที่ทุกธุรกิจจะต้องเจอก็คือ การที่กลุ่มเป้าหมายมีความสนใจสินค้าแต่ยังไม่พร้อมที่จะใช้สินค้า/บริการตอนนี้ หากเจอกับปัญหาแบบนี้อย่าท้อแท้ใจไปครับ เพราะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแค่คุณจำเป็นจะต้องมีวิธีการพัฒนา Lead ให้กลายเป็นลูกค้าอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการทำ Line Marketing, Email Marketing, Social Media Marketing ก็ตาม เป็นการส่งคอนเทนต์ให้ความรู้, กิจกรรมของแบรนด์, โปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษ 

เพราะระยะเวลาการตัดสินใจซื้อของลูกค้าแต่ละคนไม่เท่ากัน บางที อาจใช้เวลา 1 อาทิตย์, 1 เดือน, 3 เดือน หรือเป็นปี

กลยุทธ์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเป็นการ Follow-up ลูกค้าที่ยังไม่พร้อมใช้สินค้า/บริการ หรือยังตัดสินใจไม่ได้ ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มโอกาสที่จะเป็นลูกค้าธุรกิจในอนาคต

————————————————————

ถึงตาของคุณแล้ว!! เริ่มสร้างเว็บไซต์ Lead Generation วันนี้ หากคุณไม่มีเวลาทำด้วยตัวเอง ลองแชร์ธุรกิจให้เราฟังและ รับแผนการตลาด 

หรือติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://bit.ly/cotactic

 
Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

Ads Extension ฟีเจอร์เด็ด ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับโฆษณา

Reading Time: 3 minutes ปัจจุบัน Google Ads เป็นอีกหนึ่งช่องทางโฆษณาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่ม Traffic เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเพิ่มยอดขายบนเว็บไซต์ได้จริง อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการใช้งาน โฆษณา Google Ads ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Ads Extension ฟีเจอร์เสริมพิเศษ สำหรับการทำโฆษณาประเภท Search Ad รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ศึกษาได้จากบทความนี้! Ads Extension คืออะไร Ads Extension หรือที่เรียกกันว่า “ส่วนขยายโฆษณา” คือ ฟีเจอร์พิเศษที่อนุญาตให้คุณใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ลิงก์อื่น ๆ เบอร์โทรศัพท์ หรือสถานที่ตั้ง เพื่อให้โฆษณาบนหน้า Search Ad ของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น เพิ่มคะแนนคุณภาพโฆษณา รวมถึงเพิ่มอัตราการคลิกเข้าชมหน้า Landing Page ซึ่งจะนำไปสู่การจ่ายค่าโฆษณาที่ถูกลงนั่นเอง   ประเภทของ Ads Extension   1. Sitelinks Extension  Sitelinks […]

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

Reading Time: 2 minutesCOTACTIC