September 28, 2021

เจ้าของธุรกิจต้องรู้! Inbound Marketing คืออะไร ทำไม Digital Agency ถึงแนะนำ

Reading Time: 3 minutes

ใครหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Inbound Marketing มาบ้างไม่มากก็น้อย บ้างก็ว่าเป็นแนวทางการทำการตลาดในยุคสมัยใหม่ บ้างก็ว่าเป็นแนวคิดสำคัญในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ แต่ความหมายที่แท้จริงคืออะไรล่ะ? แล้วมันส่งผลกับการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันแค่ไหน? ทำไมเหล่า Digtial Agency มืออาชีพถึงเลือกแนะนำให้เหล่าผู้ประกอบการได้ลองใช้?

แต่ก่อนที่คุณจะเข้าใจถึงความหมายและหลักการทำงานของ Inbound Marketing ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง คุณจำเป็นต้องรู้จัก Outbound Marketing ก่อนครับว่ามันคืออะไร ต่างกับ Inbound Marketing ตรงไหน วันนี้ Cotactic อยากชวนทุกคนมาไขข้อสงสัยทั้งหมดนี้ด้วยกันครับ

 

Outbound Marketing คืออะไร?

Outbound Marketing คือ การทำการตลาดแบบแรงผลัก มีรูปแบบคือการผลักหรือนำเสนอข้อมูลของสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด โดยไม่ได้สนใจว่ากลุ่มเป้าหมายจะสนใจโฆษณาที่สื่อสารออกไปหรือไม่ ยกตัวอย่างได้ง่าย ๆ เช่น โฆษณาในโทรทัศน์ โฆษณาในวิทยุ โฆษณาใน Youtube เว็บแบนเนอร์ โฆษณาบนป้ายบิลด์บอร์ดหรือโฆษณาบนหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

 

Outbound Marketing

 

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นสื่อกระแสหลัก ๆ ที่เข้าถึงคนจำนวนมากในอดีต เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งการทำการตลาดในรูปแบบนี้นั้นอาจดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้เพียงชั่วขณะ อีกทั้งยังอาจจะสร้างความรำคาญใจให้แก่ลูกค้าที่ไม่ต้องการเห็นโฆษณาอีกด้วย

 

Inbound Marketing คืออะไร?

Inbound Marketing คือ การทำการตลาดที่เน้นสร้างแรงดึงดูดให้กับลูกค้า ให้คนหันมาสนใจอยากเข้าหาแบรนด์ผ่านการสร้างคุณค่าและคุณประโยชน์ให้แก่ผู้คนที่กำลังประสบปัญหาต่าง ๆ ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ได้ ทำให้พวกเขารู้ว่าธุรกิจคุณมีตัวตนที่น่าเชื่อถือ หลังจากนั้นจึงค่อย ๆ เปลี่ยนให้กลุ่มเป้าหมายนั้นหันมากลายเป็นลูกค้า ทำให้พวกเขาอยากซื้อสินค้าและบริการจากคุณ

ซึ่ง Inbound Marketing เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการทำการตลาดที่น่าสนใจ เพราะในยุคปัจจุบันนี้ เราจะเห็นได้ว่ามันเป็นยุคสมัยที่ผู้คนสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย และในอินเตอร์เน็ตก็มีข้อมูลและสื่อมากมายให้เราค้นหาได้ตามความต้องการ เวลามีคำถามหรือข้อสงสัยอะไร เราก็สามารถที่จะหาคำตอบเองได้เลย บนอินเตอร์เน็ตจึงเต็มไปด้วยความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ไหลเวียนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา

 

inbound Marketing

 

หากมองในมุมของการทำธุรกิจ นั่นเท่ากับว่า ลูกค้าหรือผู้บริโภคมีอำนาจในการเลือกซื้อสินค้าบริการมากกว่าแต่ก่อน พวกเขาสามารถหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกซื้อได้ สามารถเปรียบเทียบคุณภาพและราคาได้จากการรีวิวต่าง ๆ ที่อยู่บนโลกออนไลน์ พวกเขาอาจจะเลือกซื้อในสิ่งที่พวกเขาต้องการและคิดว่าดีเท่านั้น ฉะนั้นการทำการตลาดอย่าง Outbound Marketing อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีอีกต่อไป ขั้นตอนการโฆษณาโดยการส่งสารออกไปทางเดียวจึงกลายเป็นตัวเลือกที่พวกเขาปฏิเสธได้ หากพวกเขารำคาญหรือไม่ต้องการเห็นก็แค่กดข้ามหรือปิดไปเท่านั้นเอง

แตกต่างจากการทำ Inbound Marketing ที่ตัวธุรกิจจะเป็นเหมือนคำตอบในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการได้อย่างตรงประเด็น อาจไม่ได้มาในแง่ของการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการในทันที แต่เป็นการส่งมอบสิ่งที่มีประโยชน์หรือมีคุณค่าดี ๆ ให้กับพวกเขาก่อน และเมื่อผู้บริโภคเริ่มชื่นชอบแบรนด์ พึงพอใจในสิ่งที่พวกเขาได้ พวกเขาก็จะเป็นฝ่ายเข้ามาหาแบรนด์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ผ่านการยัดเยียดขายหรือยัดเยียดโฆษณาจนทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด แต่เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างตัวธุรกิจและผู้บริโภคในระยะยาวนั่นเอง

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

หลักการสำคัญของ Inbound Marketing

 

1.Attract ดึงดูดคนแปลกหน้าให้เป็นผู้ชม

เริ่มต้นด้วยการดึงดูดคนแปลกหน้าให้กลายมาเป็นผู้ชมของเรา คนแปลกหน้าที่เรากำลังพูดถึงนี้คือกลุ่มเป้าหมายที่ตัวธุรกิจต้องการจะเปลี่ยนให้มาเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในอนาคต เป็นกลุ่มคนที่ต้องศึกษาวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี โดยอาจทำผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  • Social Media สื่อสังคมออนไลน์ที่กลายเป็นรากฐานสำคัญที่รวมผู้คนจากทั่วทั้งโลกเข้าไว้ด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งช่องทางยอดนิยมที่นักการตลาดนิยมใช้กันในปัจจุบัน
  • Blog ในยุคสมัยนี้ผู้คนมักหาคำตอบจากสิ่งที่ตัวเองสงสัยผ่านอินเตอร์เน็ตเสมอ ซึ่งบล็อกก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางง่าย ๆ ที่เราสามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ออกมาเพื่อรองรับความต้องการตรงนี้ได้ทันที โดยอาจไม่ต้องใช้ต้นทุนอะไรมากมายนัก อีกทั้งยังช่วยเรื่อง Traffic ให้กับเว็บไซต์ของตัวธุรกิจได้อีกด้วย

 

strategie inbound marketing

 

2.Convert เปลี่ยนจากผู้เข้าชมให้กลายเป็นว่าที่ลูกค้า

หลังจากดึงดูดผู้ชมให้เข้ามาได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเปลี่ยนให้ผู้เข้าชม (Visitor) กลายเป็นว่าที่ลูกค้า (Lead) โดยผ่านวิธีการเชื้อเชิญที่ถูกวางกลยุทธ์ไว้เป็นอย่างดี

  • Call to action การกระตุ้นให้เกิดความสนใจ ผ่านการยื่นข้อเสนอให้ผู้รับสารตอบสนองด้วยการทำอะไรบางอย่าง โดยการใช้ดีไซน์หรือคอนเทนต์เข้ามาช่วยเหลือ นับเป็นวิธีการที่มีความสำคัญในระดับหนึ่งเพราะมันจะพาให้ผู้ใช้เหล่านั้นไปสู่ขั้นตอนถัดไปได้ง่ายขึ้นหากเราสร้างความน่าสนใจได้มากพอ
  • Landing pages หลังจากผู้เข้าชมตอบสนองโดยคลิ๊กที่ Call to action แล้ว Landing pages คือหน้าถัดไปที่พวกเขาต้องเจอ ความสำคัญของหน้านี้คือเราต้องสามารถให้ในสิ่งที่ลูกค้าคาดหวังให้ได้ เช่น ข้อเสนอดี ๆ ที่จะช่วยพวกเขาแก้ปัญหาที่กำลังเจอหรือต้องการแก้ไข
  • Forms แบบฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยน Visitors ให้กลายเป็น Leads เลยทีเดียว เพราะข้อมูลที่เราได้มานั้นจะสามารถนำไปต่อยอดเพื่อเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นลูกค้าได้ในที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ คำถามในแบบฟอร์มนั้นเหมาะสมกับข้อเสนอที่ผู้เข้าชมจะได้ไปหรือไม่ เพราะถ้าคำตอบคือไม่ ผู้เข้าชมก็จะลังเลและเลือกที่จะปฏิเสธการกรอกแบบฟอร์มไปในที่สุด

 

Digital Marketing

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

3.Close สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับว่าที่ลูกค้า (Lead)

หลังจากที่เราสามารถเปลี่ยนให้ผู้เข้าชมมาเป็นว่าที่ลูกค้าได้แล้วนั้น ขั้นตอนต่อไปก็คือการเปลี่ยนให้พวกเขากลายเป็นลูกค้าจริง ๆ ของแบรนด์ให้ได้ โดยอธิบายง่าย ๆ ก็คือการเปลี่ยนจากคนที่สนใจเรามาเป็น “ชอบ” เราให้ได้ โดยที่เราต้องคอยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับคนกลุ่มนี้อยู่เสมอ คอยส่งมอบตัวเลือก ข้อเสนอ หรือคอนเทนต์ดี ๆ ให้กับพวกเขา

4.Delight ทำให้ลูกค้าหลงรักในสินค้าหรือบริการจนเกิดการบอกต่อ

เมื่อว่าที่ลูกค้าได้กลายเป็นลูกค้าอย่างสมบูรณ์แล้ว จงจำไว้ว่าลูกค้าคือนักโปรโมตที่ดีที่สุดที่คุณจะมีได้ เพราะเมื่อลูกค้าเกิดความพึงพอใจต่อสินค้าหรือบริการ ได้รับประโยชน์ ได้รับสิ่งที่คาดหวังไว้ พวกเขาก็จะเริ่มบอกต่อสิ่งดี ๆ ที่ได้รับมา ซึ่งนั่นเป็นกระบวนการที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการทำการตลาดในปัจจุบัน ฉะนั้นคุณต้องหาวิธีทำให้พวกเขาพึงพอใจมากที่สุดแม้จะเกิดการซื้อขายสินค้าบริการไปแล้วก็ตาม อย่าลืมที่จะสร้างขั้นตอนให้กลุ่มลูกค้าของคุณยินดีที่จะเข้ามาโปรโมตสินค้าให้กับคุณ

 

Digital Agency

 

Inbound Marketing VS Outbound Marketing อะไรกันแน่ที่ดีกว่ากัน?

จะเห็นได้ว่าความแตกต่างหลัก ๆ ของ Inbound Marketing และ Outbound Marketing นั้นจะอยู่ที่วิธีการเข้าหาลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย ตัวของ Outbound นั้นจะมุ่งเน้นไปที่การกระจายข้อความไปหาผู้คนจำนวนมากผ่านสื่อกระแสหลักที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่สนว่าใครต้องการจะเห็นหรือไม่ก็ตาม แต่ในส่วนของ Inbound นั้นจะมุ่งเน้นไปที่การขออนุญาตกลุ่มเป้าหมายก่อนที่จะรับสาร ซึ่งการที่จะทำให้มีคนอนุญาตนั้น ก็อยู่ที่วิธีการทำการตลาดให้กลุ่มเป้าหมายอยากเข้าหาเราเอง โดยการตลาดทั้งสองแบบยังมีความแตกต่างที่สามารถแยกให้เห็นได้ชัด ๆ อีกดังนี้

  • Outbound Marketing เป็นการสื่อสารทางเดียวจากแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย เน้นพูดเรื่องของตัวเอง เรื่องที่ธุรกิจต้องการจะเล่าหรือโฆษณาออกมา เช่น สินค้า บริการ แต่ Inbound Marketing เป็นการสื่อสารสองทางระหว่างแบรนด์และลูกค้า สามารถพูดคุยสื่อสารกันได้ตามช่องทางต่าง ๆ ที่ตัวธุรกิจเลือกใช้
  • Outbound Marketing เป็นการตลาดที่มุ่งเน้นเข้าถึงกลุ่มคนหมู่มากโดยไม่สนว่าใครจะได้รับสารไปบ้าง เน้นขายสินค้าและบริการเป็นหลัก แต่ Inbound Marketing จะมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะกว่า มุ่งเน้นการสร้างช่องทางที่แข็งแกร่งในระยะยาวจนกลายเป็นช่องทางสื่อสารหลักระหว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย (ซึ่งส่วนมากจะเป็นโซเชียลมีเดีย) ที่สามารถแบ่งปันโพสต์หรือบทความต่าง ๆ ให้แก่คนที่ติดตามได้
  • Outbound Marketing มักจะมี Content ที่ขาดความน่าสนใจ มุ่งเน้นเรื่องสินค้าบริการ โปรโมชั่น ข้อเสนอการขายเป็นหลัก ไม่ได้รับฟังความต้องการของผู้คน แต่ Inbound Marketing จะเน้นรับฟังความต้องการหรือปัญหาของลูกค้า เพื่อที่จะนำไปผลิตเป็น Content ที่มีประโยชน์พร้อมตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เป็นขั้นตอนเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่แบรนด์ สร้างความน่าเชื่อถือไว้วางใจ ให้กลุ่มเป้าหมายชื่นชอบและต้องการจะเข้าหาแบรนด์เอง
  • Outbound Marketing ส่วนมากจะอยู่บนสื่อกระแสหลักยุคเก่า มักอยู่ในพื้นที่ออฟไลน์ เน้นสร้างการรับรู้ในระยะสั้น แต่ Inbound Marketing ส่วนมากจะอยู่ในพื้นที่ออนไลน์ มุ่งเน้นสร้างการรับรู้ในระยะยาวที่มั่นคงแข็งแรงกว่า

 

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

แล้วการตลาดแบบไหนดีที่สุด?

ความจริงแล้วการทำ Outbound Marketing ก็ยังมีให้เห็นอยู่ในยุคปัจจุบันไม่ได้หายไปไหน ถึงจะบอกว่า Inbound Marketing เป็นเหมือนการตลาดยุคใหม่ที่ถูกคิดขึ้นเพื่อให้การทำธุรกิจสามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องไปกับบริบทของสังคมออนไลน์ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ทำ Inbound Marketing แล้วจะได้ผลเสมอไป มันยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นตัวแปรสำคัญ อย่างเป้าหมายของตัวธุรกิจ หรือ ลักษณะของประเภทสินค้าและบริการ ที่ต้องทำความเข้าใจอยู่อีกด้วย

ฉะนั้นจากที่กล่าวไปข้างต้น มันก็พอสรุปได้ว่า การตลาดทั้งสองแบบล้วนมีข้อดีและจุดเด่นในตัวของมันเอง อยู่ที่วิธีการเลือกใช้ให้เข้ากับตัวแบรนด์ล้วน ๆ หรือไม่บางที ถ้าธุรกิจคุณมีทรัพยากรที่เพียงพอก็อาจประยุกต์ใช้ทั้งสองอย่างผสมกันไปเลยก็ได้ โดยใช้ Inbound Marketing ในการส่งมอบคุณค่าและประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหา สร้างรากฐานอันแข็งแรงให้กับช่องทางของตัวธุรกิจในระยะยาว ประกอบกับใช้ Outbound Marketing เป็นตัวเสริมให้ลูกค้าใหม่และเก่าได้เห็นคุณค่าในสิ่งที่คุณทำ มันก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยแม้แต่น้อย

 

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังมองหาที่ปรึกษาทางการตลาด หรือต้องการพาร์ทเนอร์มาช่วยวางแผนกลยุทธ์ใหม่ ๆ ในการทำ Digital Marketing ให้ทันตามเทรนด์ปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ติดต่อร่วมงานกับ Cotactic ได้ที่

Call: 065-095-9544
Inbox: https://m.me/cotactic
Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.g-able.com/digital-review/enterprise-transformation/digital-marketing/inbound-vs-outbound-marketing/

https://thegrowthmaster.com/blog/inbound-marketing-101

https://rb.gy/yvfxc2

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC