December 19, 2022

Heading Tag ตัวช่วยสำคัญ ที่เพิ่มความแข็งแกร่งให้การทำ SEO

Reading Time: 3 minutes

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการทำ Search Engine Optimization คือ (SEO) การจัดลำดับเนื้อหาในเว็บไซต์ให้สวยงาม สะอาดตา ดูเป็นมืออาชีพ และดึงดูดให้ผู้อ่านใช้เวลาอยู่บนหน้าเว็บไซต์นาน ๆ ซึ่งเครื่องมือสำคัญสำหรับขั้นตอนนี้ คือการใช้ Heading Tag หรือที่คนทำ SEO เรียกติดปากว่าการใช้ H1 H2 H3 นั่นเอง แท้จริงแล้ว Heading Tag มีวิธีการใช้งานอย่างไร? และมีผลต่อการพิจารณาจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google หรือไม่? หาคำตอบไปพร้อม ๆ กันได้ในบทความนี้

 

Code heading Tag

 

ทำความรู้จัก Heading Tag คืออะไร?

Heading Tag คือ HTML Tag ที่ใช้สำหรับกำหนดหัวข้อของเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ ว่าหัวข้อใดคือหัวข้อหลัก หัวข้อรอง หรือหัวข้อย่อย โดยทั่วไปจะประกอบด้วย H1 – H6 เรียงกันตามลำดับ อย่างไรก็ดี H1 H2 H3 ไปจนถึง H6 ล้วนมีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังจะอธิบายต่อไปนี้

 

Heading Tag มีทั้งหมดกี่ประเภท และ มีวิธีใช้งานอย่างไร?

H1 Tag – ชื่อเรื่อง ชื่อบทความ

ในบรรดา Heading ทั้งหมด H1 คือองค์ประกอบสำคัญที่ทุกหน้าเว็บเพจต้องมี เพราะใช้วางในตำแหน่งที่เป็นชื่อเรื่อง หรือ Title ของหน้าเพจนั้น ๆ และเป็นตัวแปรที่ทำให้ Google รู้ว่าเนื้อหาในหน้าเว็บเพจนี้เกี่ยวกับอะไร และต้องการโฟกัสที่ Keyword อะไร

H2 Tag – หัวข้อใหญ่

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ H2 ใช้วางในตำแหน่งที่เป็นหัวข้อใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญรองจากชื่อเรื่อง (H1) ตัวอย่างเช่น ในบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่ในขณะนี้ เราใช้ H1 ที่ชื่อบทความ “Heading ตัวช่วยสำคัญ ที่เพิ่มความแข็งแกร่งในการทำ SEO” และใช้ H2 ในหัวข้อใหญ่ เช่น “Heading Tag คือ” และ “Heading Tag มีกี่ประเภท” เป็นต้น

H3 – H6 Tag – หัวข้อย่อยรองจาก H2

โดยปกติแล้ว บางหน้าเว็บไซต์อาจจะมีเพียงแค่ H1 และ H2 แต่หากต้องการอธิบายเนื้อหาให้สมบูรณ์และน่าอ่านมากยิ่งขึ้น ก็อาจใช้ H3 – H6 ประกอบด้วยได้ ตัวอย่างเช่น หากเขียนเนื้อหาในหัวข้อใหญ่ (H2) แล้วพบว่า เนื้อหานั้นสามารถแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อย ๆ ได้อีก ก็อาจใช้ H3 เป็นหัวย่อยรองจาก H2 Tag ได้

 

Heading Tag H1 H2 H3

ที่มา: hubspot

 

เพื่อให้เห็นภาพการจัดลำดับหัวข้อบนหน้าเว็บไซต์มากขึ้น ลองใช้เมาส์คลุมดำหัวข้อใดก็ได้ในบทความของเรา จากนั้นคลิกขวา เลือก Inspect คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่า หัวข้อนั้นถูกจัดลำดับด้วย Heading ประเภทใด

ตัวอย่างเช่น ภาพจากบทความ “What Is SEO / Search Engine Optimization?” ด้านล่างนี้ เมื่อเราเลือกตรวจสอบหัวข้อ “How Does SEO Work” ก็จะพบว่า หัวข้อนี้เป็นหัวข้อใหญ่ จึงถูกจัดลำดับไว้ด้วย H2 นั่นเอง

 

How Does SEO Work

 

How Does SEO Work 2

ที่มา: Search Engine Land

 

เทคนิคการใช้งาน Heading Tag

1. ควรใช้ H1 Tag แค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น

เพราะ H1 Tag ช่วยบอก Algorithm ของ Google ว่าเนื้อหาในหน้าเพจนั้น ๆ เกี่ยวข้องกับอะไร ควรจัดอยู่ในหมวดหมู่ไหน ดังนั้น เพื่อไม่ให้ Algorithm ของ Google ทำงานสับสน จึงควรใช้ H1 ไว้ที่ชื่อเรื่อง หรือ Title เพียงตำแหน่งเดียว

2. หลีกเลี่ยงการใช้ Heading Tag สลับตำแหน่งกัน

ผู้เชี่ยวชาญรับทำ SEO หลายคนยืนยันว่า ลำดับของการใช้งาน Heading มีผลต่อการจัดอันดับของ Google ดังนั้น ในหน้าเว็บเพจไม่จำเป็นต้องมีครบทั้ง H1 – H6 ก็ได้ แต่พยายามอย่าใช้งานสลับตำแหน่งกัน ตัวอย่างเช่น การใส่ H1 ในตำแหน่ง Title และใช้ H3 หรือ H4 ในตำแหน่งหัวข้อใหญ่ แทนที่จะเป็น H2 เป็นต้น

3. พยายามใส่ Keyword ลงไปใน Heading Tag ด้วย

เพื่อให้หน้าเว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้น ๆ บน Google ได้ง่ายขึ้น ลองใส่ Keyword ลงไปใน H1 ซึ่งเป็นชื่อเรื่อง และ H2 ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม คุณไม่จำเป็นต้องใส่ Keyword ลงไปในทุกตำแหน่งของ Heading เพื่อประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน และเพื่อไม่ให้ Google มองว่า นั่นเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมชาติ และจัดเป็นสแปม

 

ใส่ Keyword ลงไปใน Heading Tag

 

4. ปรับโครงสร้างให้อ่านง่าย รองรับ Featured Snippets

Featured Snippets คือ การแสดงผลลัพธ์การค้นหาในอันดับ 0 (Zero Position) หรือตำแหน่งที่สูงกว่าอันดับ 1 โดย Google จะดึงเนื้อหาบางส่วนบนหน้าเว็บไซต์มาแสดงบนหน้าผลการค้นหาด้วย ซึ่งจะช่วยดึงดูดคนให้อยากคลิกเข้าไปอ่านมากขึ้น และทำให้เว็บไซต์นั้นมีจำนวนการคลิกเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ทั้งนี้ แน่นอนว่า Featured Snippets จะพิจารณาจากการจัดลำดับเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ด้วย คุณจึงต้องจัดลำดับความสำคัญของเนื้อหาให้ดี และทำให้หน้าเพจอ่านง่าย สบายตา มากที่สุด

 

Heading Tag มีความสำคัญต่อการทำ SEO

 

Heading Tag สำคัญต่อการทำ SEO อย่างไร?

1. ปรับเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ให้น่าอ่าน

ประโยชน์ที่เด่นชัดที่สุดของการใช้ Heading คือ การทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกประทับใจ และอ่านเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์ต่อได้จนจบ และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งาน ว่าเป็นเว็บไซต์ที่ดูเป็นมืออาชีพ น่าเชื่อถือ นำไปสู่การเพิ่มยอดการเข้าชมเว็บไซต์ (Traffic) และดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน Google ได้ในที่สุด

2. ช่วยให้ Google จัดอันดับเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น

การใส่ Heading จะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และยังทำให้ Algorithm ของ Google สามารถจับ Keyword ที่คุณต้องการจะใช้ และเข้าใจลำดับเนื้อหาได้ดี นำไปสู่การพิจารณาจัดอันดับเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ

3. ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัด Website Structure

การมี Heading ช่วยให้คุณสามารถจัด Website Structure ได้ดีขึ้น ทำให้ทั้งฝ่ายออกแบบเว็บไซต์และฝ่ายที่ต้องเขียนเนื้อหาลงบนเว็บไซต์ทำงานง่าย ลดความสับสนและความผิดพลาดในการสื่อสาร

 

เพราะหัวใจสำคัญของการทำ SEO คือการปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ให้มีคุณภาพทั้งสำหรับ Google และสำหรับผู้ใช้งาน ดังนั้น เขียนเนื้อหาลงบนหน้าเว็บไซต์ครั้งต่อไป อย่าลืมใช้ H1 เป็นชื่อเรื่อง ใช้ H2 – H6 ให้ถูกต้องโดยไม่สลับตำแหน่งกัน และที่สำคัญ อย่าลืมใส่ Keyword ลงไปใน Heading อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้อ่าน และเพิ่มโอกาสในการติดอันดับแรก ๆ ของการค้นหาบน Google ต่อไป


หากคุณต้องการที่ปรึกษา หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

——————————————————————–

ขอบคุณข้อมูลจาก:

 

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

Ads Extension ฟีเจอร์เด็ด ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับโฆษณา

Reading Time: 3 minutes ปัจจุบัน Google Ads เป็นอีกหนึ่งช่องทางโฆษณาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่ม Traffic เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเพิ่มยอดขายบนเว็บไซต์ได้จริง อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการใช้งาน โฆษณา Google Ads ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Ads Extension ฟีเจอร์เสริมพิเศษ สำหรับการทำโฆษณาประเภท Search Ad รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ศึกษาได้จากบทความนี้! Ads Extension คืออะไร Ads Extension หรือที่เรียกกันว่า “ส่วนขยายโฆษณา” คือ ฟีเจอร์พิเศษที่อนุญาตให้คุณใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ลิงก์อื่น ๆ เบอร์โทรศัพท์ หรือสถานที่ตั้ง เพื่อให้โฆษณาบนหน้า Search Ad ของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น เพิ่มคะแนนคุณภาพโฆษณา รวมถึงเพิ่มอัตราการคลิกเข้าชมหน้า Landing Page ซึ่งจะนำไปสู่การจ่ายค่าโฆษณาที่ถูกลงนั่นเอง   ประเภทของ Ads Extension   1. Sitelinks Extension  Sitelinks […]

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC