Hyperlink คือ จุดเชื่อมโยงที่พาผู้ใช้งานจากหน้าเว็บหนึ่งไปยังอีกหน้าเว็บหนึ่ง หรือตำแหน่งต่าง ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต แค่คลิกที่ข้อความ รูปภาพ หรือปุ่ม การเข้าใจกลไกนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดของการทำเว็บไซต์และการตลาดออนไลน์
Hyperlink คืออะไร?

Hyperlink (ไฮเปอร์ลิงก์) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Link” คือ ส่วนอ้างอิงหรือจุดเชื่อมโยงข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อติดตาม ไปยังแหล่งข้อมูลปลายทางได้ทันที หากไม่มีการทำ Hyperlink ภายในเว็บไซต์ Google Bot ก็จะไม่สามารถเดินทางไปเก็บข้อมูลเว็บไซต์หน้าต่าง ๆ ได้เลย
ทั้งนี้รูปแบบของ Hyperlink ไม่ได้จำกัดแค่ข้อความเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น Image Link ปุ่ม Button หรือองค์ประกอบอื่น ๆ บนหน้าเว็บ ที่เมื่อคลิกแล้วจะเกิดการตอบสนองตามที่กำหนดไว้
Hyperlink ทำงานอย่างไร?
การทำงานของ Hyperlink จะเกิดขึ้นได้ ต้องผ่านชุดคำสั่งภาษา HTML ที่สั่งให้เว็บเบราว์เซอร์รู้ว่า “วัตถุนี้เชื่อมต่อไปที่ไหน” ในเชิงเทคนิค ระบบจะทำงานผ่านแท็กคำสั่งที่เรียกว่า Anchor Tag (<a>) โดยมีขั้นตอนการทำงานและโครงสร้างดังนี้
- โครงสร้างโค้ด ใช้คำสั่ง href เพื่อระบุ URL ปลายทาง เช่น <a href=”https://www.example.com”>คลิกที่นี่เพื่อไปหน้าแรก</a>
- การแสดงผล เมื่อเบราว์เซอร์อ่านเจอรหัสนี้ จะแปลงข้อความ “คลิกที่นี่เพื่อไปหน้าแรก” ให้มีความแตกต่างจากข้อความปกติ เช่น เป็นสีน้ำเงิน หรือมีขีดเส้นใต้ เพื่อบอกผู้ใช้ว่าจุดนี้คลิกได้
- การตอบสนอง เมื่อผู้ใช้งานทำการคลิก ระบบจะส่งคำขอ HTTP Request ไปยัง Server ของ URL ปลายทาง เพื่อดึงข้อมูลหน้านั้นกลับมาแสดงผลบนหน้าจอทันที
องค์ประกอบสำคัญของ Hyperlink ที่ต้องรู้
-
Anchor Text
Anchor Text คือ ข้อความหรือตัวอักษรที่ปรากฏให้เราเห็นและสามารถคลิกได้ ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับ SEO เพราะ AI ของ Google ใช้ข้อความนี้เพื่อตีความว่า หน้าปลายทางเกี่ยวกับเรื่องอะไร หากคุณใช้คำว่า “คลิกที่นี่” AI จะไม่เข้าใจบริบท แต่ถ้าใช้คำว่า “บริการรับทำ SEO” AI จะเรียนรู้ทันทีว่าปลายทางเกี่ยวข้องกับบริการ SEO ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหน้าปลายทาง สื่อความหมายชัดเจน และดูเป็นธรรมชาติในประโยค
-
Destination URL
Destination URL คือ ที่อยู่เว็บไซต์หรือหน้าเพจที่เราต้องการพาผู้ใช้งานไปถึง URL ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ใช้งานก่อนที่จะคลิก และช่วยให้ Search Engine จัดเก็บหมวดหมู่ข้อมูลได้ง่ายขึ้น ดังนั้น ควรใช้ Clean URL ที่สั้น กระชับ เป็นภาษาอังกฤษ และสื่อความหมาย (เช่น …/what-is-seo) หลีกเลี่ยง URL ที่เต็มไปด้วยรหัสยาวเหยียดหรือภาษาต่างดาวที่อ่านไม่รู้เรื่อง
-
Target Attribute
Target Attribute คือ การกำหนดพฤติกรรมของเบราว์เซอร์เมื่อผู้ใช้งานคลิกลิงก์ ส่งผลต่อระยะเวลาที่คนอยู่บนหน้าเว็บไซต์ (Time on Page) หากตั้งค่าผิดอาจทำให้คนออกจากเว็บเราไปเลย ใช้ target=”_self” (เปิดในหน้าเดิม) สำหรับ Internal Link เพื่อให้การใช้งานลื่นไหลต่อเนื่อง ใช้ target=”_blank” (เปิดในแท็บใหม่) สำหรับ External Link เพื่อรักษาผู้ใช้งานให้ยังคงเปิดหน้าเว็บของเราค้างไว้อยู่
ประเภทของ Hyperlink
AI Overviews ให้ความสำคัญในการประเมินคะแนน E-E-A-T ของเว็บไซต์ต่างกัน การวางกลยุทธ์ลิงก์จึงแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
1. Internal Link
คือ การเชื่อมโยงจากหน้าหนึ่งไปยังอีกหน้าหนึ่ง ภายในโดเมนเดียวกัน ช่วยให้ Google Bot ไต่เก็บข้อมูล Crawl ได้ทั่วถึงทุกหน้า และช่วยกระจายคะแนนความน่าเชื่อถือ จากหน้าหลักไปยังหน้าย่อย โดยใช้เทคนิค Topic Clusters โดยเขียนบทความหลัก แล้วส่งลิงก์เชื่อมโยงไปยังบทความย่อยที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงความเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ
2. External / Outbound Link
การส่งลิงก์จากหน้าเว็บของเราไปยังเว็บไซต์อื่น โดยการอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือสูง เช่น เว็บไซต์หน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา หรือเว็บไซต์ข่าวใหญ่ ๆ ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับบทความของคุณว่ามีที่มาที่ไป ไม่ได้นั่งเทียนเขียนเอง โดยหาลิงก์ออกไปหาต้นทางของข้อมูลเสมอ และหลีกเลี่ยงการลิงก์ไปหาเว็บพนัน หรือเว็บคุณภาพต่ำ เพราะจะฉุดคะแนนเว็บเราลงไปด้วย
3. Backlink / Inbound Link
คือการให้เว็บไซต์อื่น ทำลิงก์ส่งกลับมาหาเรา ถือว่าเป็นการทำ SEO ที่ทรงพลังที่สุด ยิ่งได้ลิงก์จากเว็บที่มีชื่อเสียง Google จะยิ่งมองว่าเว็บเราเป็นตัวจริงในวงการนั้น ๆ โดยเริ่มจากการสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูง จนคนอยากแชร์ต่อ หรือทำ PR Marketing เพื่อให้สำนักข่าวหรือบล็อกเกอร์พูดถึงและใส่เครดิตลิงก์กลับมา
ข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องรู้

การใช้งาน Hyperlink อย่างผิดวิธีอาจส่งผลเสียร้ายแรงกว่าที่คิด แม้ลิงก์จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่หากบริหารจัดการไม่ดี อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำลายประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX) และทำให้อันดับ SEO ร่วงลงเหวได้ ดังนั้นนี่คือ 3 กับดักที่คุณต้องระวัง
1. Broken Link
Broken Link คือ ลิงก์ที่คลิกไปแล้วไม่เจอเนื้อหา หรือเจอหน้าแจ้งเตือน Error 404 (Not Found) ถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของการทำเว็บไซต์ ซึ่ง Google จะมองว่าเว็บไซต์ขาดการดูแลรักษา และลดอันดับการแสดงผลลงได้ ดังนั้น ควรตรวจสอบสุขภาพเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ หากเจอลิงก์เสียต้องรีบแก้ไข ลบออก หรือทำ Redirect 301 ไปยังหน้าใหม่ที่เกี่ยวข้องทันที
2. Over-Optimization
คือ การพยายามยัดเยียด Keyword หลักลงใน Anchor Text มากจนผิดธรรมชาติ หรือการใส่ลิงก์ถี่ยิบในทุกบรรทัดจนลายตา ซึ่ง Google มีอัลกอริทึมที่คอยตรวจจับพฤติกรรม Spam หากพบว่ามีการจงใจสร้างลิงก์เพื่อปั่นอันดับมากเกินไป เว็บไซต์อาจโดนลงโทษ ให้หายไปจากหน้าการค้นหา ดังนั้น ควรใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ ผสมผสานคำที่หลากหลาย และใส่ลิงก์เฉพาะจุดที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านจริง ๆ เท่านั้น
3. Nofollow Links
คือการใส่โค้ด rel=”nofollow” กำกับไว้ในลิงก์ เพื่อบอกบอทว่า “ไม่ต้องตามไปให้คะแนนหน้านี้” ไม่ใช่ทุกลิงก์จะช่วยดันอันดับ SEO เสมอไป โดยปกติลิงก์จากคอมเมนต์ เว็บบอร์ด หรือ Sponsored มักจะถูกกำหนดเป็น Nofollow เพื่อป้องกัน Spam แต่ถึงแม้จะไม่ได้รับคะแนน SEO แต่ลิงก์เหล่านี้ยังช่วยดึง Traffic เข้าเว็บได้ ดังนั้น ไม่ต้องกังวลหากได้ Nofollow บ้าง เพราะการมี Link ที่ผสมผสานทั้ง Dofollow และ Nofollow คือสิ่งที่ Google ชื่นชอบ
สรุป Hyperlink สำคัญมากขึ้นใน AI Overviews
Hyperlink คือ ลิ้งก์ที่เชื่อมโยงทุกส่วนของเว็บไซต์เข้าด้วยกัน โดยไม่ใช่การโยงมั่ว ๆ แต่โยงอย่างมีคุณภาพ ดังนั้น การมีโครงสร้างลิงก์ที่แข็งแรงไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย แต่ยังเป็นที่ชื่นชอบของ AI Overviews ที่จะใช้ลิงก์เหล่านี้ไปประเมิน และถูกหยิบยกไปแสดงผลเป็นคำตอบที่ดีที่สุดบนหน้า Search Engine นั่นเอง
หากคุณมองว่าการวางกลยุทธ์ SEO ดูแลโครงสร้างเว็บไซต์เป็นเรื่องซับซ้อน และต้องการหา Partner ที่ตอบโจทย์ต่อธุรกิจคุณ Cotactic Media เป็น Digital Marketing Agency ที่พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยคุณวางแผนและต่อยอดเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน
โทร. 065-095-9544
Inbox: m.me/cotactic
Line: @cotactic
ติดต่อ COTACTIC
