September 19, 2022

6 ค่า Google Ads Metrics พื้นฐานที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้ก่อนเริ่มยิงแอด

Reading Time: 2 minutes

อย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อเราเริ่มยิงแอด เราก็จำเป็นที่จะต้องรู้ผลลัพธ์ของสิ่งที่เราทำไป ฉะนั้นในบทความนี้ Cotactic จึงได้รวบรวม 6 Google Ads Metrics พื้นฐาน มาให้ทุกคนได้อ่านและลองศึกษากันดูครับ   

                             

Google Adwords คือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพมากในยุคปัจจุบัน เพราะมันถือเป็นการซื้อโฆษณาแบบดิจิทัลที่จะแสดงเว็บไซต์ของตัวธุรกิจให้ผู้บริโภคเห็น เมื่อมีการค้นหา Keyword ที่เรากำหนดไว้บน Search Engine ทำให้ตัวธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างทันที เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว ชัดเจน และสามารถวัดผลผ่านตัวชี้วัดต่าง ๆ ได้   ฉะนั้นสำหรับเจ้าของธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้นยิงแอดอาจจะมีความสับสนว่า Metrics มากมายที่ได้มานั้นมีตัวไหนจำเป็นและสำคัญบ้าง ดังนั้นเรามาดูกันที่ตัวแรกเลย!

1.Impr. (Impression) 

 

Impression คือจำนวนครั้งที่โฆษณาของเราถูกแสดงบนหน้าผลการค้นหา ยิ่งค่านี้สูงมากเท่าไหร่ ก็แสดงว่ามีคนเห็นโฆษณามากเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญ เพราะมันจะทำให้เราได้รู้ว่า แอดที่ยิงออกไปนั้นถูกกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ และ Keyword ที่เราใช้มีความเหมาะสมมากแค่ไหน โดยในปัจจุบันทาง Google ก็ได้เพิ่ม Metrics ที่เกี่ยวข้องกับ Impressions ขึ้นมาอีก 2 ตัวคือ

 

  • Impr. abs. top ตัวชี้วัดที่แสดงเปอร์เซ็นต์เมื่อโฆษณาของเราอยู่อันดับที่ 1 บนหน้าค้นหา
  • Impr. top ตัวชี้วัดที่แสดงเปอร์เซนต์เมื่อโฆษณาของเราอยู่อันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา (เหนือกว่า Organic Search ทั่วไป)

Google Ads Metrics Impression

 

2.Click

 

Click คือ จำนวนครั้งที่มีคนคลิกโฆษณาของเราเพื่อเข้าสู่ Landing page หรือหน้าเว็บไซต์ของตัวธุรกิจที่เรากำหนดไว้ ยิ่งค่านี้สูงมากเท่าไหร่ก็หมายความว่า โฆษณาที่เรายิงออกไปดึงดูดคนได้มากเท่านั้น โดยมันอาจจะเกิดจากการที่เรายิงโฆษณาได้ถูกกลุ่มเป้าหมาย หรือมีการทำ Copywriting ที่น่าสนใจจนตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ใช้งาน Search Engine ตัวชี้วัดนี้ถือเป็น Google Ads Metrics พื้นฐานที่ตรงตัวไม่มีอะไรซับซ้อน ค่านี้มีความสัมพันธ์กับค่า Impression อย่างมีนัยยะ เพราะยิ่งตัว Ads มีคนเห็นมากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่คนจะคลิกเข้ามาดูมากเท่านั้น

 

3.CTR (Click through rate)

 

Click Through Rate หรือ CTR คือ จำนวนคลิกต่อจำนวนครั้งที่โฆษณาถูกเห็น ตัวชี้วัดนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากค่ายิ่งสูงมากเท่าไหร่ นั่นก็หมายความว่า Ads ของคุณถูกคลิกเข้ามาดูทุกครั้งที่มีคนผ่านมาเห็น ทำให้เราทราบได้อย่างทันทีว่าตัวแคมเปญโฆษณามีประสิทธิภาพมากน้อยขนาดไหน ซึ่งหากค่านี้ต่ำนั่นก็แสดงว่าตัว Ads ยังคงดึงดูดความสนใจผู้ใช้งานได้ไม่ดีพอ อาจต้องมีการแก้ไขในส่วน Copywriting เพิ่มเติม ถึงจะทำงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

 

CTR Click through rate

 

4.CPC (Cost per click)

 

Cost per click หรือ CPC คือค่าเฉลี่ยที่แสดงถึงราคาที่ต้องจ่ายต่อ 1 คลิกโฆษณา ถือเป็นตัวชี้วัดที่มีความสำคัญอย่างมาก เพราะตัวธุรกิจสามารถใช้งานค่านี้ในการคำนวณต้นทุน เพื่อคาดคะเนงบประมาณที่จะถูกใช้จ่ายในการซื้อโฆษณาได้ โดยทาง Google Ads จะคิดราคา CPC ในรูปแบบของการประมูล Keyword หากแบรนด์ไหนให้ราคาในการประมูลสูงสุด โฆษณาของพวกเขาก็จะได้อันดับ Ad Rank ที่สูงขึ้น ทำให้ตัวเว็บไซต์มีโอกาสถูกเห็นและถูกคลิกมากกว่านั่นเอง

 

5.CPM (Cost per impression)

 

Cost per impression หรือ CPM คือค่าเฉลี่ยที่แสดงถึงราคาที่ต้องจ่ายเมื่อโฆษณาแสดงผลครบ 1,000 ครั้ง (Impression) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่นำไปใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายและงบประมาณในการโฆษณา ว่าตัวแบรนด์ต้องเสียเงินเท่าไหร่หากต้องการให้ Ads เข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก

อ่าน 4 เทคนิคปั้นโฆษณา Google Ads เพิ่มเติมได้ที่นี่!

 

Google Ads Metrics CPM (Cost per impression)

 

6.Quality Score

 

Quality Score คือคะแนนคุณภาพของตัวโฆษณาที่ถูกคิดจากค่า CTR, ความเกี่ยวข้องของตัวโฆษณากับ Keyword, คุณภาพของตัวเว็บไซต์ (Landing page) และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) โดยตัวคะแนนจะมีตั้งแต่ 1-10 ซึ่งถ้าต้องการให้ตัว Ads อยู่ในอันดับที่ดีก็ต้องมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7-10 ขึ้นไป Quality Score จึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยดันให้โฆษณาของเราอยู่ในอันดับที่สูงขึ้น เพราะตัว Google นั้นเป็น Search Engine ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลได้ง่ายที่สุด เร็วที่สุด และถูกต้องมากที่สุดนั่นเอง

 

จะเห็นได้ว่าตัวชี้วัดแต่ละอย่างนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาใช้งานต่อยอดได้ทั้งหมด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแคมเปญของเราจะต้องการ Google Ads Metrics ทุกอันเสมอไป เพราะบางอย่างก็ไม่เกี่ยวข้องและไม่จำเป็นต้องใช้ ดังนั้นการพิจารณาว่าตัวชี้วัดไหนสำคัญและจำเป็น คงต้องหันกลับมาดูว่าเป้าหมายหลักของแคมเปญนั้นคืออะไร ต้องการรายงานตัวไหนมาช่วยปรับปรุงโฆษณาให้มีประสิทธิภาพ และพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของตัวธุรกิจมากที่สุด

——————————————————————–

 

หากคุณต้องการที่ปรึกษา หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

Reading Time: 2 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

 

——————————————————————–

ขอบคุณข้อมูลจาก

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC