วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” คำนี้ไม่เกินจริงสำหรับคนทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรายย่อยหรือรายใหญ่ ต่างก็มีคู่แข่งทางการตลาดกันทั้งนั้น หากไม่รู้จักคู่แข่งมากพอก็อาจโดนแย่งยอดขายและส่วนแบ่งทางการตลาดไปได้ง่าย ๆ บทความนี้รวบรวมความหมายและความสำคัญของ Competitor Analysis พร้อมทั้งแชร์ตัวอย่าง Framework เพื่อให้คุณเข้าใจวิธีการวิเคราะห์คู่แข่งมากยิ่งขึ้น

 

Competitor Analysis คืออะไร?

Competitor Analysis คือ การรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์คู่แข่งทางการตลาด ทั้งคู่แข่งทางตรงและทางอ้อม โดยทำการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง สินค้า กลยุทธ์ทางการตลาดของคู่แข่ง ซึ่งรวมถึงการเปรียบเทียบยอดขาย ส่วนแบ่งทางการตลาด ราคา ความนิยม การสื่อสารการตลาดและประเด็นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมธุรกิจ  และนำมาสู่การวางกลยุทธ์และหาโอกาสในการทำธุรกิจของเรา

 

ทำไมธุรกิจควรทำ Competitor Analysis

แม้แต่วงการกีฬาหรือการทหารที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการเอาชนะ ต่างก็ให้ความสำคัญในการวิเคราะห์คู่แข่งกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ กลวิธี จุดอ่อน จุดแข็ง การทำธุรกิจก็เช่นกัน การวิเคราะห์คู่แข่งหรือการทำ Competitor Analysis จะช่วยให้คุณรู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเองและคู่แข่ง รู้ว่าตำแหน่งทางการตลาดและภาพลักษณ์ของเราเป็นแบบไหน รวมไปถึงทิศทางแนวโน้มตลาดของธุรกิจ เทรนด์ของอุตสาหกรรม เพื่อช่วยพัฒนาสินค้าใหม่หรือหาวิธีทำการตลาด การสื่อสารที่ดีกว่าเดิม และช่วยให้คุณระบุตัวชี้วัดในการเติบโตของธุรกิจคุณได้ด้วย

 

ตัวอย่าง Framework วิธีในการวิเคราะห์คู่แข่ง

การวิเคราะห์คู่แข่งสามารถทำได้หลายวิธี บางบริษัทก็ใช้หลาย Framework ร่วมกันเพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลคู่แข่งให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้คุณอาจเลือกใช้ Framework ดังต่อไปนี้เพื่อวิเคราะห์คู่แข่งและธุรกิจของคุณได้

  • SWOT Analysis

SWOT

SWOT Analysis คือ การวิเคราะห์แบรนด์ตัวเองและแบรนด์คู่แข่ง ซึ่งเป็นวิธีวิเคราะห์ธุรกิจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การทำ SWOT Analysis จะช่วยให้คุณเข้าใจปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายใน ภายนอกในการดำเนินธุรกิจ และสามารถนำมาตัดสินใจหรือวางกลยุทธ์ให้กับธุรกิจหรือการทำโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างจุดแข็ง ลดจุดอ่อน นำโอกาสมาใช้ให้เป็นประโยชน์ และวางแผนรับมือกับอุปสรรค

SWOT Analysis ประกอบไปด้วย 4 อย่าง ได้แก่

    • Strengths (จุดแข็ง)

Strengths

จุดที่ทำได้ดีหรือได้เปรียบคู่แข่ง ทั้งในด้านสินค้า การดำเนินงาน หรือความแตกต่างจากคู่แข่งที่ทำให้มีความได้เปรียบ เช่น ราคาสินค้า การได้รับรางวัลการันตี ที่ตั้งอยู่ในจุดที่ลูกค้าเป้าหมายเดินทางไปได้สะดวกกว่า

    • Weakness (จุดอ่อน) 

Weaknesses

จุดที่เป็นข้อด้อย ข้อเสียเปรียบ หรือไม่ดีเท่าคู่แข่ง เช่น จำนวนสาขาน้อยกว่าคู่แข่ง แบรนด์ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ในบางครั้ง สามารถนำ Strength มาอ้างอิงเพื่อหาจุดอ่อนได้

    • Opportunities (โอกาส) 

Opportunity

ปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้และไม่ได้ ซึ่งส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจ เช่น นโยบายใหม่ของรัฐบาลส่งผลดีต่อธุรกิจ สภาพอากาศที่ส่งผลให้คนนิยมใช้สินค้า/บริการของธุรกิจมากขึ้น

    • Threats (อุปสรรค) 

Threats

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นแล้วเป็นผลเสียต่อธุรกิจ เช่น สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่ดีขึ้นทำให้ผู้คนมีการซื้อสินค้าหรือใช้บริการน้อยลง มีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาในตลาด รัฐออกนโยบายใหม่ที่เป็นผลเสียต่อธุรกิจ

  • Strategic Group Analysis

โดยปกติแล้วธุรกิจต่าง ๆ แม้จะเป็นคู่แข่งกัน แต่ก็จะมีความแตกต่างกันในบางแง่มุมซึ่งส่งผลให้มีตำแหน่งทางการตลาดหรือ Position ต่างกัน 

การทำ Strategic Group Analysis คือการรวบรวมเอาจำนวนธุรกิจหรือแบรนด์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน มาจัดแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ในแต่ละกลุ่มอาจมีความคล้ายหรือเหมือนกันในด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ราคาและคุณภาพ บริการหลังการขาย ความหลากหลายของเมนู และนำมาจัดระดับเป็นแผนภูมิ กราฟ หรือชาร์ต เพื่อให้รู้ถึงตำแหน่งทางการตลาดหรือ Position แบรนด์เราและคู่แข่ง ช่องว่างทางการตลาด รวมถึงเทรนด์แนวโน้มตลาด เช่น แบรนด์ชานม A อาจจะทำชาร์ตแผนภูมิว่ามีแบรนด์ชานมใดในตลาดบ้าง โดยกำหนดเป็นแง่มุมปัจจัยด้านราคา และอีกแง่มุมเป็นจำนวนสาขา แล้วดูว่าแต่ละแบรนด์อยู่ในตำแหน่งใดของชาร์ตบ้าง มีแบรนด์คู่แข่งใดได้ดีกว่า และในแง่มุมไหน เพื่อที่แบรนด์ชานม A จะได้รู้ว่าควรพัฒนาด้านใดต่อไป

  • Growth Share Matrix

Growth Share Matrix คือเมทริกซ์แสดงส่วนแบ่งการเติบโต ช่วยวิเคราะห์คู่แข่งและธุรกิจ โดยเหมาะกับบริษัทที่มีสายผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ด้วยการวางแผนผลิตภัณฑ์ในเมทริกซ์หรือตาราง 4 ช่อง เพื่อดูว่าสินค้าใดที่จะตัดสินใจลงทุนเพิ่ม ดำเนินการต่อ หรือเลิกขาย

Growth Share Matrix แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 ประเภทใน 4 ช่องตาราง ดังนี้

    • Dogs 

สินค้าที่มีส่วนแบ่งการตลาดต่ำ และมีอัตราการเติบโตต่ำ ไม่ได้สร้างกำไรให้ธุรกิจมากนัก สินค้าที่ถูกจัดอยู่ในช่องตาราง Dogs จึงเป็นสินค้าแรก ๆ ที่ควรเลิกขาย

    • Cash Cows 

สินค้าที่มีอัตราการเติบโตต่ำ แต่มีส่วนแบ่งการตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ สินค้าที่เป็น Cash Cows จึงเป็นสินค้าที่ธุรกิจควรจะรีดนมให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะนำเงินไปลงทุนในกลุ่ม Stars

    • Stars 

สินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูง และเป็นส่วนที่มีขนาดใหญ่ในตลาด เป็นสินค้าที่ควรลงทุนมากขึ้นเพราะสร้างรายได้ที่สูง

    • Question Marks 

สินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูง แต่ไม่ได้รักษาส่วนแบ่งการตลาดใหญ่ จึงเป็นสินค้าที่น่าจับตาและวิเคราะห์บ่อยครั้งว่าควรจะดำเนินการต่อหรือไม่ 

การทำ Competitor Analysis มีประโยชน์อย่างมากในการกำหนดกลยุทธ์การทำการตลาดของธุรกิจ และรักษาส่วนแบ่งการตลาดไม่ให้คู่แข่งแย่งชิงส่วนแบ่งไปได้ แม้ว่านักธุรกิจหรือนักการตลาดจะมีสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันมากขนาดไหน แต่ก็ไม่ควรละเลยการทำ Competitor Analysis เพราะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าในการใช้เวลาสำรวจตัวเองและคู่แข่งอย่างยิ่ง


หากคุณต้องการที่ปรึกษาการรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

——————————————————————–

(แหล่งข้อมูลอ้างอิง)

https://www.peniaphobia.com

https://www.indeed.com

https://www.techtarget.com/

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง Lead Generation

10 ตัวอย่าง Lead Generation เทคนิคการตลาด เพื่อหาลูกค้าที่ใช่!

customer experience

Customer Experience คืออะไร? สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here