วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

ในยุคที่มีการพัฒนาอุปกรณ์ในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เว็บไซต์เป็นอีกหนึ่ง Touchpoint หรือจุดสัมผัสระหว่างแบรนด์กับลูกค้าที่สำคัญ ตั้งแต่เกิดการรับรู้ไปจนถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากแบรนด์ การปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ใช้เปิดจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่รู้ไหมว่าการทำ Responsive Web Design ไม่ใช่แค่จะมีประโยชน์ในด้านประสบการณ์ของผู้เข้าชมและความสวยงามของเว็บไซต์เท่านั้น บทความนี้จะทำให้คุณรู้ถึงความสำคัญรวมถึงองค์ประกอบหลัก และความท้าทายในการทำ Responsive Web Design อีกด้วย

RECOMMENDED E-Book
รวม 20 รายชื่อเอเจนซี่ สำหรับประกวดราคา
วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
จ้างเอเจนซี่แต่ละที มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

Responsive Web Design คืออะไร

Responsive Web Design คือ เทคนิคการออกแบบเว็บไซต์ ที่จะสามารถปรับขนาดของเว็บไซต์และความละเอียดของหน้าจอให้เหมาะกับการแสดงผลบนหน้าจอขนาดต่าง ๆ เช่น การเปิดจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต

 

ความสำคัญของ Responsive Web Design

ความสำคัญของ Responsive Web Design

การทำ Responsive Web Design มีความสำคัญต่อทั้งเจ้าของ ผู้ดูแล รวมถึงผู้ใช้งานเว็บไซต์ในด้านต่าง ๆ เช่น

1. ลดทรัพยากรในการสร้างและดูแลหน้าเว็บ 

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า หน้าจอของอุปกรณ์ต่าง ๆ มีขนาดและความละเอียดที่แตกต่างกัน ก่อนหน้าที่จะมีเทคนิคการทำ Responsive Web Design เจ้าของเว็บจะต้องสร้างโคด HTML 1 ชุดต่อ 1 หน้าการแสดงผลของอุปกรณ์ เช่น อยากให้มีหน้าเว็บไซต์ที่เหมาะกับ Desktop ก็ต้องสร้างขึ้นมา 1 ชุด และถ้าอยากให้มีหน้าเว็บไซต์ที่เหมาะกับมือถือก็ต้องสร้างขึ้นมาอีกชุด 

นอกจากนี้การเปิดใน Desktop URL ก็จะขึ้นต้นด้วย www. แต่ถ้าเปิดในมือถือ URL จะขึ้นต้นด้วย m. และหากจะแก้ไขหน้าเว็บไซต์ ก็ต้องแก้ไขโคดทีละชุด จึงเป็นความยุ่งยากของเจ้าของเว็บไซต์ทั้งในด้านเวลาและงบประมาณ 

แต่การทำ Responsive Web Design จะช่วยลดความยุ่งยากนี้ เพราะจะใช้ HTML, CSS, JavaScript ฯลฯ มาช่วยออกแบบเพื่อปรับขนาดและ Layout ของเว็บไซต์ให้เหมาะสมในทุกอุปกรณ์ที่เปิดอย่างอัตโนมัติ 

2. แสดงผลหน้าเว็บไซต์สวยงามและใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวก

Responsive Web Design มีประโยชน์ทั้งในด้านความสวยงามของเว็บไซต์และความสะดวกของผู้เข้าชมเว็บไซต์ (User-Friendly) เมื่อเข้าเว็บไซต์มาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องซูมเข้าซูมออกเพื่อดูภาพหรืออ่านข้อความในเว็บ จึงช่วยลดอัตราผู้เข้าชมกดออกจากเว็บไซต์  และเมื่อผู้เข้าชมเว็บไซต์รู้สึกว่าดูเนื้อหาในเว็บไซต์ง่าย ก็จะมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์มากขึ้น รวมไปถึงการกลับเข้ามาดูเว็บไซต์ซ้ำ การแชร์ลิงก์เว็บไซต์ต่อก็ง่ายเพราะมี URL เดียว การไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทาง URL จึงลดโอกาสการเปลี่ยนเส้นทางผิดพลาดและสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้ใช้

3. มีความสำคัญต่อ SEO  (Search Engine Optimization)

การที่ผู้เข้าชมเว็บได้รับประสบการณ์ที่ดี มีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์ และการที่สามารถเปิดหน้าเว็บได้จากหลายอุปกรณ์ จะทำให้ Google มองว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ และส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ ทำให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

องค์ประกอบหลักของ Responsive Web Design

องค์ประกอบหลักของ Responsive Web Design

การจัดวางองค์ประกอบหรือ Layout เว็บไซต์บน Desktop กับมือถืออาจแตกต่างกัน เพื่อให้ดูง่ายและสวยงาม เหมาะกับความกว้างของแต่ละขนาดหน้าจอ องค์ประกอบที่ควรพิจารณา มีดังนี้

  • Grid System

การออกแบบกริด (Grid System) คือการออกแบบสัดส่วนของแต่ละองค์ประกอบในเว็บไซต์ โดยในการทำ Responsive Web Design ควรกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) เทียบกับขนาดหน้าจอ และจะไม่กำหนดเป็นขนาดตายตัว (PX) เพื่อให้ยืดหยุ่นต่อขนาดของแต่ละหน้าจอนั่นเอง

  • Flexible Image

การใช้ภาพแบบยืดหยุ่น (Flexible Image) คือการกำหนดขนาดและความละเอียดของรูปภาพต่าง ๆ ให้เหมาะกับขนาดของแต่ละหน้าจอของอุปกรณ์ โดยสามารถใช้ฟังก์ชัน Picture ใน HTML ในการช่วยปรับรูปภาพแบบ Responsive ได้

  • CSS Media Queries 

CSS Media Queries คือ การปรับแต่งรูปแบบลักษณะของเว็บไซต์ให้แสดงผลต่างกันในแต่ละขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ขนาดฟอนต์ ขนาดการเว้นว่างของพื้นที่ ฯลฯ

  • การทดสอบและปรับปรุง

ทดสอบเปิดเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามที่วางแผนหรือไม่ มีตรงไหนที่ผิดพลาดหรือต้องแก้ไข เพราะแต่ละอุปกรณ์ยังมีความแตกต่างในข้อจำกัดของอุปกรณ์และ Browser ซึ่งอาจจะเจอปัญหาบางประการ เช่น ทดสอบแล้วพบว่ามีการโหลดรูปช้า ก็อาจแก้ไขด้วยการบีบอัดรูปภาพหรือลดขนาดไฟล์

 

ความท้าทายในการปรับหน้าเว็บไซต์ให้ Responsive

 

1. ความท้าทายเชิงเทคนิค (Technical Challenges)

  • การเปลี่ยนเว็บไซต์เก่าให้เป็นแบบ Responsive

การเปลี่ยนเว็บไซต์แบบดั้งเดิมให้เป็นแบบ Responsive ย่อมยากกว่าการสร้าง Responsive Website ขึ้นมาใหม่เลย เพราะต้องค่อย ๆ แก้ไขโดยเข้าไปแทรกและปรับโครงสร้าง CSS รวมถึงแปลงส่วนที่เป็นภาพตัดแปะมาใช้ HTML และ CSS แทน อย่างไรก็ตาม อาจพิจารณาศึกษาโครงสร้างและเนื้อหาของเว็บเก่าแล้วนำมาทำ Responsive Web ขึ้นใหม่ก็ได้

  • Internet Explorer ไม่รองรับ CSS Media Queries 

โดยทั่วไปแล้ว IE6, IE7, IE8 จะไม่สามารถอ่าน CSS ใน Media Queries ได้ ส่งผลให้ IE แสดงหน้าเว็บไม่เป็นไปตามที่ต้องการ นี่จึงนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดจาก Browser เช่นกัน ในการแก้ไข อาจเลือกใช้ JavaScript ต่าง ๆ มาช่วย เช่น ใช้ Respond.js ในการช่วยอ่าน CSS ใน Media Queries ทำให้ IE สามารถอ่านได้

  • ภาพ (Responsive Image) 

ภาพใน Responsive Web ควรจะเหมาะกับขนาดของหน้าจออุปกรณ์ที่เปิด ซึ่งขนาดภาพอาจส่งผลต่อความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ, อุปกรณ์ที่ใช้เปิดมีความละเอียดสูง ทำให้ภาพเสีย, Box Model เปลี่ยนไปทำให้ภาพถูก Crop ในส่วนของปัญหาและความท้าทายด้านภาพบน Responsive Web สามารถแก้ด้วยการใช้ภาพแบบ SVG, CSS Sprite, Icon Font, Font Awesome ใน BootStrap 

2. ความท้าทายเชิงการออกแบบ (Design Challenges)

  • การจัดวางระบบเมนู (Navigation) บน Responsive Web

การออกแบบจัดวางแถบเมนูบนหน้าจอแต่ละขนาดมีความสำคัญในด้านความสะดวกในการใช้งาน แบบที่ได้รับความนิยมสำหรับหน้าจอของอุปกรณ์มือถือคือการวางแถบเมนูเป็นแนวนอนไว้ด้านบนสุดของเว็บไซต์ รูปแบบนี้หากใช้กับหน้าจออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ด้วย ก็จะมีความง่ายในการปรับ ให้แสดงผลบนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง

  • ขนาดของหน้าจออุปกรณ์ที่หลากหลาย

ในยุคที่แบรนด์สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ต่างแข่งขันกันออกสินค้าใหม่ ขนาดหน้าจอจึงมีหลากหลายจนนักพัฒนาเว็บไซต์ต้องทำการบ้านอย่างหนัก แนวคิดที่จะแก้ไขปัญหานี้คือการโฟกัสไปที่การวางเนื้อหาให้ตรงกับเป้าหมายของเว็บไซต์มากกว่า

  • โครงสร้าง Layout ของ Website ที่ไม่เหมือนกัน

การจัดลำดับความสำคัญของเนื้อหาเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการทำ Responsive Web Design เพราะทุกอย่างบน Desktop ต้องเปลี่ยน Layout ให้มาอยู่ในขนาดหน้าจอของสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ต การไม่ยึดติดกับโครงสร้างแบบดั้งเดิมของเว็บไซต์และจัดลำดับความสำคัญเนื้อหาใหม่ให้เหมาะกับแต่ละหน้าจอของอุปกรณ์จึงเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในการออกแบบของผู้พัฒนาเว็บไซต์

 

สรุป

Responsive Web Design คือเทคนิคการออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับแต่ละหน้าจอของอุปกรณ์ ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังรวมไปถึงความสะดวกสบายในการใช้งานของผู้เข้าชม การลดทรัพยากรในการดูแลเว็บไซต์ อีกทั้งยังส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำ SEO ด้วย หากคุณมีเว็บไซต์ การพิจารณาทำ Responsive Web Design จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ


หากคุณต้องการที่ปรึกษาการรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

——————————————————————–

ที่มา:

https://www.1001click.com

https://www.sits39.com

https://www.makewebeasy.com

https://nextflow.in.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

WordPress Theme

อัปเดต 20 WordPress Theme ยอดนิยมสำหรับทำเว็บไซต์ 2024

WordPress Hosting ยอดนิยมในไทย

10 WordPress Hosting ยอดนิยมในไทย อัปเดตล่าสุด 2024

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here