November 3, 2021

คาดการณ์ 13 เทรนด์การตลาดปี 2022 ที่นักธุรกิจต้องอ่าน! (Part 2)

มาต่อกันที่ คาดการณ์เทรนด์การตลาดปี 2022 ส่วนสุดท้าย กับอีก 7 หัวข้อที่ยังเหลือจากบทความ คาดการณ์ 13 เทรนด์การตลาดปี 2022 ที่นักธุรกิจต้องอ่าน! (Part 1) ก่อนหน้านี้ มาตามเช็กกันต่อว่าอะไรจะมาแรงแซงโค้ง อะไรจะพุ่งหรือร่วงกันในปีหน้า ที่เหล่าเจ้าของธุรกิจ นักการตลาดทั้งหลายที่ต้องการรักษาลูกค้าเก่าและหาลูกค้าใหม่ จำเป็นต้องเงี่ยหูฟัง


CTA - ติดต่อ Cotactic คลิก!

CTA - ให้ Cotactic ติดต่อกลับ คลิก!

 

การโฆษณาในยุคนี้ต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิงไปแล้ว แทบทุกคนบนโลกมีมือถือกันหมดตั้งแต่ 2G ไปจนถึง 5G ดังนั้นการทำคอนเทนต์ที่ใช้ “ภาพ” และ “เสียง” เป็นหลักจึงค่อนข้างมาแรงเอาเรื่องอยู่ ยิ่งบวกกับสถานการณ์ตอนนี้ที่คนอยู่บ้านกันมากขึ้น แต่ก็นับเป็นโชคดีในความโชคร้ายที่เหล่านักการตลาดดิจิทัลต่างก็เห็นว่า นี่แหละคือโอกาสทองในการหาลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ สักที การทำคอนเทนต์จึงแตกแขนงออกไปดังนี้ครับ

 

1. การทำวิดีโอการตลาด

ในปี 2020 92% ของนักการตลาดใช้กลยุทธ์สร้างวิดีโอในการตีตลาดต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นกว่า 86% ของภาคธุรกิจใช้วิดีโอเข้าช่วยในการทำการตลาดแบบใหม่นี้ และอีก 67% ถูกทำเป็นวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย ข้อมูลชุดนี้แสดงให้เห็นว่าวิดีโอการตลาดแนวใหม่เหมาะกับยุคที่คนชอบเข้าไปสิงอยู่ในโลกเสมือนมากกว่า ประกอบกับการจ้องอะไรนาน ๆ มักทำให้เราปวดตาด้วยเช่นกัน ฉะนั้นพักการอ่านสักแปป แล้วมาดูวิดีโอโฆษณากันเถอะ

 

2. คลิปคอนเทนต์ที่อายุการจัดเก็บสั้น

คือประเภทคลิปคอนเทนต์ที่มีอายุการโพสต์ลงแพลตฟอร์มไม่เกิน 24 ชั่วโมงและหลังจากนั้นจะถูกนำไปเก็บไว้ที่ระบบหลังบ้าน เป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความอยากรู้อยากเห็นไม่พลาดโอกาสต่าง ๆ ที่แบรนด์ต้องการจะสื่อสารออกมาภายในเวลาจำกัด ซึ่งจะทำให้แบรนด์ได้ Reach ลูกค้าใหม่เร็วขึ้น แถมยังเพิ่มยอด Engagement ได้อีกด้วย ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ใช้ฟีเจอร์นี้ได้แก่ Facebook My Day, Instagram Stories และ Snapchat

 

3. Live Streaming

คอนเทนต์นี้จะพบเห็นได้ทั่วไปอย่าง Live Facebook, Instagram ขายของต่าง ๆ หรือที่มีดาราออกไลฟ์ให้แบรนด์ รวมไปถึงกลุ่มแคสเกมเมอร์ ยูทูบเบอร์ที่มักไลฟ์เล่นเกมสดให้คนเข้ามาชมทั้งแบบฟรีและเสียตัง มีรายงานว่าแค่แพลตฟอร์ม Twitch ที่เดียวก็มีคอนเทนต์แนว Live Streaming ไปแล้วกว่า 7 พันล้านชั่วโมง เฉพาะแค่ในเดือนพฤศจิกายนเดือนเดียว ในปี 2020 เท่านั้นเอง นับเป็นเครื่องไม้เครื่องมือชั้นเยี่ยมที่เหล่านักการตลาดออนไลน์ต่างก็ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษแล้วล่ะ

 

สมัยที่ผมฝึกงานเป็น Telemarketing มีครั้งนึงที่ได้โทรเสนอขายกับลูกค้า ลูกค้าท่านนั้นบอกว่าต้องการสร้างเว็บไซต์ขององค์กรตัวเองที่มีฟีเจอร์ที่ตรงตามความต้องการของเขา เมื่อผมรู้อย่างนี้และคิดได้ว่าบริษัทผมสามารถออกแบบเว็บไซต์ตามที่เขาขอมาได้ จึงได้มีโอกาสได้แลกช่องทางติดต่อไว้เพื่อขอนัดพบในภายหลังครับ

หลักการที่ผมกล่าวมาข้างต้นใกล้เคียงกับข้อนี้ครับ Personalization หมายถึงการออกแบบ ผลิตสินค้า / บริการใด ๆ ก็ตามที่ตอบสนองต่อความต้องการส่วนบุคคล (หรือองค์กร) อันที่จริงแล้วการทำการตลาดแบบ Personalization เราสามารถพบเห็นได้ในทั่ว ๆ ไปครับ เผลอ ๆ คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดเห็นจะเป็น Google นี่หล่ะครับ จริง ๆ Google ไม่ได้ทำการตลาดแบบนี้อย่างโจ่งแจ้งเท่าไหร่นัก แต่มักแอบ ๆ เอาข้อมูลที่คุณสนใจไปคัดเลือกโฆษณาที่น่าจะเกี่ยวข้องกับคุณแทน ตัวอย่างเช่น ผมสนใจเรื่องการเขียนคอนเทนต์หรือยิงแอด เลยไปค้นหาใน Google พอตกกลางคืนทั้ง Facebook และ Google ต่างก็ขึ้นโฆษณาคอร์สเรียนออนไลน์ด้านการเขียนคอนเทนต์ให้ผมกันพึ่บพั่บ พอจะเห็นอำนาจของ Personalized Marketing กันหรือยังครับ

ซึ่งในปี 2018 มีผลสำรวจกล่าวว่า 91% ของลูกค้ามีแนวโน้มที่จะช้อปปิ้งจากแบรนด์ที่จดจำ ให้คำแนะนำ และให้ข้อเสนอที่ลูกค้าต้องการได้ ดังนั้นเราจึงเห็นวัฒนาการใหม่ ๆ ทางด้านเทคโนโลยีที่เข้าช่วยตอบโจทย์ความต้องการในส่วนนี้กันมากขึ้นอย่างระบบ Content Suggestion ของ Netflix ที่มักเด้งขึ้นมาหลังจากที่เราดูซีรี่ส์หรือภาพยนตร์สักเรื่องจบลงไปแล้ว หรือการทำ Email Marketing ที่แฝงกลิ่นอายความเป็น Personalize ลงไปด้วย ด้วยการทักทายตามด้วยชื่อของคุณในบรรทัดแรก เป็นต้น

personalized brand

 

เหมือนเป็นผลพวงจากข้อที่แล้ว เพราะการทำ Personalized Marketing ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องมีการใช้ AI เข้ามาร่วมด้วย เนื่องด้วยความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เร็วกว่าใช้คนและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลในช่องทางที่หลากหลาย มันจึงกลายเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ๆ สำหรับนักการตลาดดิจิทัลและผู้ประกอบการ

AI ยังสามารถใช้ข้อมูลดิบที่ได้มาในการประเมินพฤติกรรมของลูกค้าและค้นหาจับคู่รูปแบบความต้องการเหล่านั้นให้ตรงกับแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่มีอยู่ ซึ่งช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงลักษณะของ Target Audience ที่เหมือน ๆ กันได้ ซึ่ง AI เหล่านี้เองก็เปรียบเหมือนสะพานที่เชื่อมกันระหว่างลูกค้ากับนักการตลาดเข้าไว้ และในหลาย ๆ เคสที่ AI ก็มักจะถูกนำมาใช้บ่อย ๆ อาทิ การวิเคราะห์ข้อมูล การคิดคำให้เป็นธรรมชาติ การจัดซื้อสื่อ การตัดสินใจเองโดยอัตโนมัติ การสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเอง และ Real-time Personalization

AI-integrated Marketing


CTA - ติดต่อ Cotactic คลิก!

CTA - ให้ Cotactic ติดต่อกลับ คลิก!

 

ยังคงเป็นกระแสแบบคลื่นใต้น้ำที่ยังอยู่และ (อาจจะ) คงอยู่ตลอดไปกับ Search Engine Optimization หรือ SEO ตราบเท่าที่ผู้คนยังพึ่งพาการค้นหาผ่านอินเทอร์เน็ตกันอยู่ แต่ถึงคอนเซปต์ภายนอกจะดูเข้าใจไม่ยาก แต่แท้ที่จริงแล้วมันมีรากลึกที่ซับซ้อนเข้าใจได้ยากอยู่ครับ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ Semantic SEO

Semantic SEO คือ การทำ SEO ให้มีคุณภาพ มีความเป็นต้นฉบับ คนอ่านสบายตา AI สบายใจ (ถ้ามันมีหัวใจจริง ๆ อ่ะนะ) เหตุผลที่สิ่งนี้กลายเป็นความซับซ้อนของ SEO เป็นเพราะว่าระบบ Machine Learning Algorithm ของ Search Engine ที่มีความฉลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา หาก AI ฉลาดกว่าคนจนสามารถตรวจจับคอนเทนต์คุณภาพต่ำได้ มีหวังว่าเราคงได้เห็น Content Creator มีเหงื่อตกกันบ้างล่ะคราวนี้

Semantic Search ยังคงมีส่วนสำคัญในการทำ SEO และ UX กันอย่างเนือง ๆ แต่จะหนักสุดเห็นจะเป็นระบบ Voice Assistance ที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงธรรมชาติ ภาษาพูด สำเนียงของแต่ละเชื้อชาติกันมากโขอย่าง Google Now, Alexa และ Siri

นี่จึงเป็นส่วนทำให้นักการตลาดที่กำลังมองหาลูกค้าใหม่เข้ามาในแบรนด์ของตัวเอง จำเป็นต้องอัปเดตและผสมผสานคอนเทนต์ของตัวเองเข้ากับ Voice Search เพื่อสร้างความเกี่ยวข้องและสร้างชื่อให้แบรนด์ในระยะยาว

SEO

 

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้อ 10 มี SEO แล้วก็ต้องมีคอนเทนต์ตามมาด้วย เพราะยังไงการทำคอนเทนต์ดึงดูดลูกค้าก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ดี และอีกเช่นกัน Google Algorithm ก็ยังคงจัดอันดับคอนเทนต์ต่าง ๆ ตามคุณภาพของมันอีกอยู่ด้วย

ตามรายงานของ Search Engine Watch กล่าวว่าในปี 2019 70% ของนักการตลาดคอนเทนต์สาย B2B บอกว่าการทำ Content Marketing ทำให้บริษัทของพวกเขาประสบผลสำเร็จมากกว่าปีก่อนหน้าเสียอีก และอีก 93% ของนักการตลาดคอนเทนต์สาย B2B ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วยังบอกอีกด้วยว่าที่องค์กรของพวกเขามีการใช้งาน Content Marketing กันอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว จึงประสบความสำเร็จได้ดั่งเช่นทุกวันนี้

และยังคงหวังว่าในอนาคต Content Selling จะเข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนให้แบรนด์ของคุณได้ เพราะหลักการของมันก็คือขายสิ่งที่เกี่ยวข้อง มีประโยชน์ และมีส่วนร่วมกับลูกค้าเหมือนที่ลูกค้าต้องการให้แบรนด์ทำเป็น Personalize ให้กับพวกเขา

ซึ่งก็ทำให้เห็นแล้วว่า ไม่ว่ายุคสมัยไหนการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพก็สามารถทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

storytelling

 

เทคโนโลยีใหม่ ที่ใคร ๆ ก็จับต้องได้ แถมยังซื้อได้อีก เป็นใครก็ไม่อยากตกเทรนด์หรอกครับ ทั้งนี้เทรนด์การเล่นอุปกรณ์ภาพเสมือนเหล่านี้ก็กำลังค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ตามเทรนด์ของผู้ใช้งานที่ดูจะชื่นชอบเทคโนโลยีแบบนี้จากที่บ้าน ประกอบกับการพัฒนาสัญญาณอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรองรับระบบต่าง ๆ ที่มีความล้ำหน้าได้มากขึ้น ทำให้ผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีนี้จากที่ไหนก็ได้ และตัวอย่างการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ก็เห็นจะเป็นฟิลเตอร์ใน Instagram Stories และคงเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่เล่น กับฟิลเตอร์ตัวล่าสุดที่ผมเพิ่งได้เล่นไปอย่าง Redlite, Greenlite ฟิลเตอร์บน Instagram ที่อิงมาจากซีรี่ส์เกาหลี Squid Games ที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่ตอนนี้

ส่วนเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เริ่มมีออกมาให้เห็นกันบ้างแล้วอย่าง Smart Glasses, Google Street / Earth, VR Glasses หรือ VR Game เป็นต้น

ผมขอบอกก่อนเลยว่าเทคโนโลยีพวกนี้เริ่มตบเท้ากันเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรากันแล้ว และยังสามารถช่วยเหลือหรือร่นระยะเวลากิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตของเราออกไปได้มาก ทั้งกลุ่มวัยแรงงานที่ต้องการเครื่องทุ่นแรงในการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ และกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต หากแบรนด์ไหนสามารถจับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้เอาไว้ได้ล่ะก็คุณก็สามารถหาลูกค้าใหม่ได้ไม่ยากเย็นเกินไปนัก

VR technology


CTA - ติดต่อ Cotactic คลิก!

CTA - ให้ Cotactic ติดต่อกลับ คลิก!

 

แต่อาจจะไม่ดีสำหรับชาว Digital Marketing สักเท่าไหร่ และการหาลูกค้าแบบปี 2021 อาจเริ่มใช้ไม่ได้ผล เพราะตอนนี้ได้เข้าสู่ยุค Privacy Era อย่างเต็มตัวภายในปี 2022 

Google ออกมาประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่มกราคม 2020 แล้วว่าจะไม่สนับสนุนการให้บริการ Third-Party Cookies อีกต่อไปภายในปี 2022 ทำให้ข้อมูลที่จะเข้าถึงความสนใจและความต้องการของลูกค้าจะอันตรธานหายไป กลายเป็นแผ่นกระดาษเปล่า ๆ นั่นจึงทำให้การใส่งบการตลาดในช่องทางโฆษณาอย่าง Facebook Ads และ Google Ads จึงไม่พอในการทำการตลาดแน่นอน

ฉะนั้นจึงมีการออกกลยุทธ์ใหม่ ๆ ออกมาเสมอเพื่อทดแทน Third-Party Cookies ที่หายไป อาทิ 

(ที่มา : การตลาดวันละตอน)

privacy protection

สุดท้ายในช่วงวิกฤติทั้งการแพร่ระบาดและปัญหาเหล่านี้อาจส่งผลกระทบกับประเทศไทยไปอีกสักระยะ ทำให้นักการตลาดหลาย ๆ ฝ่ายเปลี่ยนวิธีการหาลูกค้าใหม่จาก On-site เป็น Online กันแทบทุกที่ และในฐานะที่ Cotactic ก็เป็นส่วนหนึ่งในตลาดเอเจนซีโฆษณาออนไลน์เช่นกัน เราก็ต้องปรับตัวศึกษาหาช่องทางที่มีความเป็นไปได้ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งหลายฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหมดนี้ไปด้วยกัน

 

และนี่ก็คือ 13 เทรนด์แห่งปี 2022 ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณกลับมาบูมได้อีกครั้ง และยังเป็นวิธีหาลูกค้าแนวใหม่อีกด้วย สามารถย้อนกลับไปดู Part 1 ใหม่ได้ คลิกที่นี่

 

——————————————————————–

 

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งใน บริษัทโฆษณาออนไลน์ ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ของคุณ เพื่อสร้าง Brand Awareness หรือ Lead Generation ตามเทรนด์ในปี 2022 ได้ก่อนใคร ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

 

——————————————————————–

 

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

https://www.aniview.com/top-10-digital-marketing-trends-that-will-remain-relevant-in-2021-2022/ 

https://www.everydaymarketing.co/media/social-media/social-media-trends-2022-prediction/?fbclid=IwAR2p1udsE0u_JS7xOdeVPDMjv4cTTGy2zy4bRKhNym7M-kmtSoBmTOXoKS8 คาดเทรนด์ 2022


Facebook Comment