October 30, 2021

7 ทริคโทรหาลูกค้าแบบไหนปิดดีลได้ทันที เร็วกว่าเจ้าอื่น

Reading Time: 3 minutes

ทักษะการเป็นผู้ประกอบการที่เก่งฉกาจ หนึ่งในนั้นต้องมีทักษะการหาลูกค้าและการขายที่ดีควบคู่ไปด้วย เพราะก่อนที่จะไปขายสินค้า / บริการได้ คุณต้องขายแนวคิดของตัวเองเพื่อดึงดูดเพื่อนนักลงทุนและผู้ร่วมอาชีพที่มีศักยภาพ แถมทักษะเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม รับมือกับลูกค้าและสถานการณ์ที่ต่างกันได้หลากหลายรูปแบบ ในบทความนี้ผมขอนำเสนอทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับใช้ในการขายที่ผมได้ทำการรวบรวมมาให้และทริคที่ผมเคยใช้เองมาให้อ่านกันครับ


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

1. หาข้อมูลลูกค้าก่อนเสนอขาย

เหมือนกับการตามจีบใครสักคนครับ ถ้าอยากได้เขามาครองเราต้องทำการศึกษานิสัยใจคอความชอบต่าง ๆ ของเขาอย่างละเอียด การหาลูกค้าใหม่เพื่อเสนอขายเช่นกันครับ ช่วงที่ผมเคยทำงานด้าน Telemarketing ผมมีโอกาสได้ติดต่อหาลูกค้าใหม่ ๆ และเสนองานขายกับหน่วยงานรัฐบาลบ้าง ทุกครั้งก่อนที่ผมจะนำไปเสนอขายจะต้องทำการค้นคว้าก่อนว่า หน่วยงานนั้น ๆ มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่แล้วใกล้เคียงกับที่ผมจะไปเสนอขายหรือเปล่า หรือหากหน่วยงานได้กำลังมีปัญหาในเรื่องไหนอยู่ ผลิตภัณฑ์ของผมสามารถเข้าไปตอบโจทย์ช่องโหว่เหล่านั้นมากแค่ไหน ผมค้นคว้าแม้กระทั่งว่าผู้นำสูงสุดขององค์กรเหล่านั้นเป็นใครบ้าง เผื่อไว้สำหรับกรณีที่ได้มีโอกาสติดต่อท่านเหล่านั้นโดยตรงเลย ซึ่งผมก็เคยใช้วิธีนี้มาแล้วครับ

 

ส่วนวิธีการหารายชื่อผู้ขายส่วนมากแล้วจะมาจากสมุดโทรศัพท์หรือเว็บไซต์หน่วยงานต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต แต่ถ้าหากคุณเป็นผู้ประกอบที่มีหน้าร้านบนโลกโซเชียลมีเดียแล้วล่ะก็ วิธีพวกนี้ก็ค่อนข้างโบราณไปแล้วครับ ผมแนะนำให้ใช้การยิงแอดแบบ Lead Generation ให้ลูกค้ากรอกฟอร์มที่สนใจเพื่อให้ทีม Sales ติดต่อกลับ จะได้ผลมากกว่า และลดโอกาสปิดการขายไม่ได้ด้วยครับ อ่านเรื่อง Lead Generation ได้ที่ “Lead Generation หนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาด ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ”

 

อีกหนึ่งทริคเล็ก ๆ สำหรับข้อนี้ที่ผมเคยลองเองแล้วได้ผลเลยคือ เมื่อได้มีโอกาสโทรขายกับลูกค้าและพอรู้ชื่อของลูกค้าให้ทำ “การเรียกชื่อ” ของลูกค้าเป็นระยะ ๆ ครับ เพราะคนเรามักมีปฏิกิริยาตอบกลับเสมอเมื่อถูกขานชื่อ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติจะเป็นการหันตามเสียง แต่หากเป็นกรณีโทรขายจะเป็นการเพ่งสมาธิเข้ามาปลายสายแทนครับ ข้อควรระวังสำหรับทริคนี้คือพยายามอย่าสะกดหรืออ่านชื่อของลูกค้าผิดเด็ดขาด เพราะหากเรียกชื่อผิดแล้วจะมีโอกาสทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดหวังเล็ก ๆ ขึ้นในใจได้ครับ

หาข้อมูลลูกค้า

 

2. อย่าขายตั้งแต่ประโยคแรก สอบถามวันเวลาว่างก่อน

การเป็นผู้ขายสำหรับธุรกิจที่ดี ต้องเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าก่อนเป็นลำดับแรก รู้จักวิธีเข้าหาลูกค้า และสามารถสร้างความประทับใจแรกให้ลูกค้าได้ภายในไม่กี่วินาทีหลังจากเริ่มการสนทนา 

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องง่าย ๆ แต่หลายคนมักทำพลาด เพราะเราไม่รู้เลยว่าจังหวะที่โทรเข้าไปเสนอขายนั้น ลูกค้ากำลังทำอะไรอยู่ มีเวลาว่างพอให้เราเสนอขายไหม การติดต่อเสนอขายเลยทันทีดูจะเป็นเรื่องเสียมารยาทไปสักหน่อย หากลูกค้ายังไม่สะดวกให้เราทำการนัดวันเวลาไปเลย ไม่ต้องเกรงใจ แต่ไม่ควรกระชั้นชิดเกินไป ควรจะเป็นปลายสัปดาห์หรือสัปดาห์หน้าไปเลยจะดีกว่า เนื่องจากลูกค้าจะพอมีเวลาว่างให้เราทำนัดได้สูงกว่าครับ แต่ก็อย่านานเกินไปหลายสัปดาห์ จะทำให้ขาดช่วงการสนทนาได้ เพราะการต่อบทสนทนายากกว่าการเริ่มต้นบทสนทนาเสียอีก

 

ตัวอย่างประโยคขอนัดวันเวลาล่วงหน้าที่ผมใช้

 

“สวัสดีครับ ติดต่อจากบริษัท….. จะขออนุญาตนำเสนอสินค้า…… ไม่ทราบว่าตอนนี้สะดวกคุยสายหรือเปล่าครับ?”

 

“ถ้าไม่สะดวก งั้นเป็นช่วงประมาณวันจันทร์หน้าสะดวกไหมครับ ถ้าสะดวกเดี๋ยวผมส่งเป็นตารางนัดผ่าน Google ให้ครับ”

 

รูปแบบนี้จะทำให้เรามีหลักฐานพร้อมการแจ้งเตือนช่วยให้เราจดจำวันนัดหมายได้ และยังเป็นการมัดมือชกให้ลูกค้าปฏิเสธเรายากขึ้นไปอีก

นัดลูกค้า

 

3. ขายที่ดีไม่ใช่แค่การพูด แต่คือการ “ฟัง”

ส่วนหนึ่งของการหาลูกค้าใหม่ หลาย ๆ คนอาจจะเข้าใจไปต่าง ๆ นานาว่าการเป็น Sales ที่ดีต้องมีทักษะการพูดที่พูดได้ประหนึ่งน้ำไหลไฟดับก็ไม่หวั่น แต่ในความจริงแล้วนับเป็นสิ่งตรงกันข้ามครับ เนื่องด้วยตัวผมเองมีนิสัยเป็น Introvert จึงชินกับการที่ให้ลูกค้าเป็นฝ่ายพูดมากกว่าเป็นฝ่ายพูดเสียเองมากกว่า ซึ่งจะทำให้เราได้รับข้อมูลดี ๆ ที่ลูกค้าแอบเราบอกเป็นนัย ๆ ให้ได้รับรู้กันด้วยครับ แถมยังมีผลการวิจัยออกมายืนยันแล้วทั้งในหนังสือและเว็บไซต์กล่าวถึง ข้อดีของการฟังเพื่อขายยังมีหลายข้ออีกด้วยครับ เช่น 

 

  1. คุณจะได้รับความชื่นชอบจากลูกค้า เพราะการฟังคือหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าเชื่อว่าเรากำลัง “เป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่” เป็นที่รับฟังที่ดีให้แก่ลูกค้าได้โดยไม่อิดออด
  2. คุณอาจกลายเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าไปโดยปริยาย สืบเนื่องจากข้อด้านบนครับ เมื่อคุณได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าแล้ว ก็ยากที่ลูกค้าจะไม่หันมาพึ่งคุณแทน
  3. ยอดขายพุ่ง ถ้าคุณกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวแล้วล่ะก็ ไม่ไหวคุณจะพูดอะไร ลูกค้าจะเชื่อคุณไว้ก่อน เท่านี้ยอดขายก็พุ่งขึ้นทันทีแล้วครับ

 

ทริคเสริมเล็กน้อยครับ ในขณะที่ทำการขายเราควรจับจุดความต้องการของลูกค้าขณะพูดให้ได้ด้วย เพราะทุกประโยคที่ลูกค้าสื่อออกมาจะมีโจทย์ให้เราไปลองแก้เสมอครับ และอีกวิธีหนึ่งคือการจดโน้ตครับ ไม่ต้องโน้ตยาวมาก แค่จดเป็นคำสั้น ๆ แต่กล่าวถึงในภาพรวมได้ วิธีนี้จะทำให้เราไม่หลงลืมข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าได้กล่าวไปครับ


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 
ฟังลูกค้า

4. การใช้น้ำเสียงลักษณะต่าง ๆ

ผมเคยศึกษาวิธีการหาลูกค้าใหม่จากหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “อย่าเป็นคนเก่งที่คุยไม่เป็น” ของ ยาซุดะ ทาดาชิ กล่าวว่า การพูดในระดับเสียงที่เหมาะสมจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่ชอบเข้าสังคม ทั้งนี้คนส่วนใหญ่จะมีโน้ตเสียงอยู่ที่ตัว “โด” และ “มี” ซึ่งเป็นเสียงทุ้มต่ำจะทำให้เกิดความรู้สึกกดดัน หม่นหมอง และคบหาด้วยยาก โดยคีย์โน้ตน้ำเสียงที่แนะนำให้ใช้สำหรับการพูดคุยคือโน้ตตัว
“ฟา” และ “ซอล” จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลายขึ้นไม่รู้สึกถึงความเป็นมิตรมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่จำเป็นต้องพูดให้น้ำเสียงอยู่ในระดับนั้นตลอดเวลาครับ แค่ให้ประมาณระดับนี้ไว้ก็พอแล้ว 

 

แต่หากอยากให้งานขายของคุณเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น หลังจากที่คุณได้ทำการเสนอขายไปแล้ว อาจลองกดเสียงของคุณให้ต่ำลง ช้าลง และจริงใจมากขึ้น ร่วมกับพูดคุยในเชิงกระตุ้นให้ผู้ฟังรู้สึกอยากซื้อมากยิ่งขึ้น ก็จะเพิ่มความรู้สึกขบคิดในหัวของผู้ฟังได้แล้วล่ะครับ

 

อย่างไรก็ตามผู้ที่ทำหน้าที่เสนอขายควรมีการสื่อสารกับลูกค้าที่เป็นธรรมชาติ กล่าวคือ ไม่ควรอ่านสคริปต์ตลอดทั้งการสนทนา (กรณีพนักงานใหม่อาจอะลุ่มอล่วยให้ได้) เพราะจะขาดความเป็นธรรมชาติและขาดตัวตนในน้ำเสียง ควรศึกษาข้อมูลของสินค้า / บริการของตนเองอย่างละเอียด ก่อนนำเสนอขายทุกครั้ง พร้อมเตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่เจอบ่อยเวลาเสนอขาย หรือคำถามเพิ่มเติมอื่น ๆ 

น้ำเสียงการขาย

 

5. ใช้วิธีการเล่าให้ใหญ่กว่าความเป็นจริง

จริง ๆ แล้วทริคนี้มีไว้สำหรับฝึกพูดคุยเล่นทั่วไปในวงสนทนาครับ เป็นการพูดเพื่อดึงความสนใจจากคนรอบข้าง การใช้น้ำเสียงประหนึ่งว่าเล่าเรื่องเกินจริง สามารถใช้ได้เลยนับตั้งแต่การหาลูกค้าใหม่ไปจนถึงนัดพบกับลูกค้าครั้งแรก วิธีการคือให้ยึดหลักพื้นฐานตามความเป็นจริง แล้วเติมสีสันลงไป เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น ตามตัวอย่างนี้ครับ

 

ลูกค้า : “ผมอยากได้เครื่องจักรที่ทนทานน่ะครับ พอมีอะไรแบบนี้บ้างไหม”

Sale : “ผมแนะนำตัวนี้เลยครับ เครื่องผลิต…. รุ่น xx000 สามารถผลิตต่อเนื่องได้มากถึง 100,000 ชั่วโมง! แรงดีเหมือนหัวรถจักรไอน้ำอายุร้อยปีเลยครับ ถึก อึด ทน ไม่งอแงง่าย แถมยังรับประกันสินค้านานกว่า 10 ปี! นานจนลูกโตเลยครับ ของแบบนี้ ผมบอกเลยคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม! หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วครับ”

 

หรือถ้าหากคุณนึกแนวทางการสนทนาไม่ออกให้ลองไปดูคลิปขายของของ “พิมรี่พาย” ก็ได้ครับ เธอมีทั้งคาแรคเตอร์ และการใช้น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถเรียกคนดูได้ทั้งลูกค้าและคนที่เข้ามาดูเฉย ๆ ก็ได้ครับ

 

6. 17 วินาที สรุปข้อมูลให้ลูกค้าฟัง

จากผลการวิจัยทางจิตวิทยากล่าวว่าสมองของมนุษย์สามารถรับรู้ข้อมูลครั้งละไม่เกิน 40 – 50 นาที ฉะนั้นการเรียนการสอน 1 วิชาจึงถูกจำกัดอยู่ที่ 40 – 50 นาทีต่อคาบ และหัวข้อที่ผู้คนสามารถจดจำได้เฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 3 – 5 เรื่อง แล้วแต่คน บางคนสามารถจำได้ถึง 9 เรื่อง แต่จะดีที่สุดคือจำเพียง 1 เรื่องครับ ในเรื่องของการจดจำข้อมูลผ่านการฟัง ควรกล่าวถึงใจความหลักของบทสนทนาตั้งแต่หัวเรื่อง ภายในเวลา 10 วินาที และไม่ควรเกินกว่า 17 วินาที ถ้าเกินกว่านี้ลูกค้าจะรู้สึกข้อมูลเยอะเกินไปจนจำไม่ได้ ทั้งนี้ทีม Sale ควรฝึกพูดเข้าประเด็นและสรุปหัวข้อที่จะพูดบ่อย ๆ ให้คล่อง และควรจดโน้ตสิ่งที่จะพูดออกเป็น Bullet Point เอาไว้ด้วย

สรุปการขาย 17 วิ


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

7. กระตุ้นปิดดีลด้วย CTA

วิธีการหาลูกค้าใหม่ยอดฮิตเลยคือ การใส่ Call To Action คล้าย ๆ กับการยิงแอดบน Facebook หรือ Google เป็นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจและการขบคิด ด้วยการยื่นข้อเสนอให้ผู้รับสารตอบสนองด้วยการกระทำบางอย่าง ถ้าอยู่ในบทสนทนาจะได้ประมาณนี้ครับ

 

“ถ้าสนใจให้เข้าไปนำเสนอสินค้าตัวนี้ จะสะดวกถึงแค่วันที่ 31 เดือนนี้เท่านั้นค่ะ ถ้าเกินกว่านี้โปรโมชั่นตัวล่าสุดจะหมดเขตแล้วค่ะ สะดวกให้เข้าไปนำเสนอวันที่ 29 ไหมคะ?”

Call-to-action

ก่อนจากกันไปขอฝากความเข้าใจเอาไว้ก่อนครับ การนำเสนอขายไม่จำเป็นต้องพูดเก่งอย่างเดียวเสมอไป “การฟัง” ก็เป็นทักษะสำคัญเหมือนกัน ที่ยกเรื่องนี้มาพูดอันเดียวเพราะว่าการฟังจะทำให้เราได้ข้อมูลจากลูกค้ามากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ไว ช่วยให้ปิดการขายได้เร็วยิ่งขึ้นครับ

 

——————————————————————–

 

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งใน บริษัทโฆษณาออนไลน์ ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณสร้าง Brand Awareness หรือเพิ่ม Lead Generation ให้ลูกค้าตอบแช็ตเด้งกันแบบรัว ๆ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

 

——————————————————————–

 

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC