September 1, 2022

แชร์เทคนิค! เขียนบทความ SEO อย่างไร ให้เว็บไซต์ติดอันดับ

 

ในยุคที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ไม่จำกัด ผู้คนมักตัดสินใจซื้อโดยพิจารณาจากข้อมูลที่ตนค้นหาได้ การตลาดที่เน้นนำเสนอเรื่องของ “ความรู้” และ “คุณค่า” จึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ให้กับองค์กร เรากำลังพูดถึง Content Marketing หรือ เทคนิคการตลาดที่เน้นมอบคุณค่าให้กับผู้ชม ผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บทความ, คลิปวีดิโอ, Infographic หรือ Podcast เพื่อดึงดูดให้ผู้ชมเหล่านั้นกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด ซึ่งหนึ่งในการสร้างคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม ก็คือ “บทความ SEO” นั่นเอง แล้วบทความ SEO คืออะไร? ควรเขียนบทความประเภทไหน? มาเรียนรู้เทคนิคเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กัน!

บทความ SEO คือ SEO strategy plan

บทความ SEO คืออะไร?

อันที่จริงแล้ว บทความ SEO คือ ความเรียงเชิงสารคดีที่เน้นให้ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เช่นเดียวกับการเขียนบทความลง Blog ทั่ว ๆ ไป แต่จะมีการปรับแต่งบางประการ ที่จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงจากการทำงานของ Google Algorithm เช่น การเรียบเรียงบทความโดยใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ การสร้าง Backlink ในเนื้อความไปยังหน้าเว็บไซต์อื่น ๆ หรือการจัดลำดับเนื้อหาอย่างเป็นระเบียบ โดยเรียงลำดับตั้งแต่ชื่อเรื่อง (Title) หัวข้อหลัก (H1) และหัวข้อรอง (H2) เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งบทความธรรมดาให้เป็นบทความ SEO จะช่วยเพิ่มคะแนนในการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google Algorithm และทำให้ผู้คนที่ Search ข้อมูล มีโอกาสเห็นบทความที่เราเขียนเป็นอันดับแรก ๆ ในหน้าการค้นหาบน Google 

 

ประโยชน์ที่แท้จริงของการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับ

คุณอาจสงสัยว่า “ทำไมเราต้องพยายามทำให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาในหน้าแรก ๆ ของ Google?” เพียงเพราะว่าเราอยากเพิ่มโอกาสที่คนจะเห็นบทความของเราเท่านั้นหรือ? คำตอบคือทั้ง “ใช่” และ “ไม่ใช่”

“ใช่” เพราะจุดประสงค์แรกของการสร้างคอนเทนต์ ย่อมหมายถึงการมอบความรู้ มอบคุณค่าบางอย่างให้กับผู้คน และการที่เราทำ SEO Content ให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรก ๆ บน Google ก็ทำให้เรามั่นใจได้ว่า จะมีคนได้ใช้ประโยชน์จากความรู้ที่เรามอบให้จริง ๆ

และ “ไม่ใช่” เพราะอีกประโยชน์สำคัญของบทความ SEO คือ การสร้างแรงจูงใจที่จะทำให้เกิด Conversion หรือ สิ่งที่แบรนด์ต้องการให้ลูกค้ากระทำตามมา เช่น การคลิกชมหน้าอื่น ๆ บนเว็บไซต์, การตัดสินใจกด Follow แบรนด์บน Social Media ไปจนถึงการสั่งซื้อสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้คนรู้สึก “ประทับใจ” และ “เชื่อใจ” ในแบรนด์เท่านั้น

ดังนั้น การสร้าง SEO Content เพื่อผลักดันให้เว็บไซต์ติดอันดับ นอกจากจะทำให้ความรู้ที่แบรนด์ตั้งใจนำเสนอเข้าถึงผู้คนแล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ “ว่าที่ลูกค้าตัวจริง” มองเห็น ได้อ่านคอนเทนต์ และรู้สึกเชื่อใจ จนตัดสินใจเป็นลูกค้าของแบรนด์ในที่สุด

 

ถ้าอยากให้เว็บไซต์ติดอันดับ ควรสร้าง SEO Content อย่างไร? 

มีคำกล่าวว่า “Content is KING” หรือ คอนเทนต์ คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดดุจ “ราชา” การสร้างคอนเทนต์จึงต้องคำนึงถึงเนื้อหาที่เข้มข้นและมีประโยชน์เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หัวใจของการทำบทความ SEO คือ การปรับแต่งตัวบทความให้เข้ากับการทำงานของ Google Algorithm ดังนั้น นอกจากตัวเนื้อหาแล้ว คุณจึงต้องเรียนรู้เทคนิคบางประการ ที่จะทำให้เป้าหมายของคุณเป็นจริงง่ายขึ้น!

 

บทความ SEO คือ SEO Content

 

ก่อนเริ่มเขียนบทความ ลองวิเคราะห์ดูว่าสินค้าและบริการของคุณเกี่ยวกับอะไร และใครน่าจะเป็นคนอ่าน ตัวอย่างเช่น หากคุณทำธุรกิจนำเข้า – ส่งออกรองเท้าสตรี คำที่ผู้คนจะ Search เกี่ยวกับสินค้าของคุณบน Google อาจเป็น “รองเท้าผู้หญิง”, “รองเท้าผู้หญิงนำเข้า”, “รองเท้าผู้หญิง ราคา” หรือ “รองเท้าผู้หญิงใส่สบาย” เป็นต้น ซึ่งคนที่มีโอกาสจะ Search คำเหล่านี้ อาจเป็นได้ทั้งผู้หญิงที่ต้องการหาซื้อรองเท้าให้ตัวเอง ผู้ชายที่ต้องการหาซื้อรองเท้าให้ผู้หญิง หรือเป็นกลุ่มผู้ค้าที่ต้องการสำรวจราคาตลาด เป็นต้น ดังนั้น บทความ SEO ที่คุณจะนำเสนอจึงต้องมีเนื้อหาให้ความรู้ หรือตอบคำถามที่คนเหล่านี้ที่กำลังสงสัยนั่นเอง

บทความ SEO คือ วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

 

Keyword คือ คำสำคัญที่ใช้กำหนดทิศทางของชื่อบทความ และเป็นคำที่ใส่ประกอบเข้าไปในองค์ประกอบต่าง ๆ ในบทความอย่างเป็นธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกใช้ Keyword “รองเท้าผู้หญิง” บทความที่คุณเขียนก็ควรเกี่ยวข้องกับ Keyword ที่คุณเลือกใช้ด้วย อาทิ “5 อันดับรองเท้าผู้หญิงสัญชาติยุโรปที่ได้รับความนิยมสูงสุด” หรือ “อัปเดต 2022 – เทรนด์รองเท้าผู้หญิงที่คู่ควรกับปาร์ตี้สุดหรู” เป็นต้น

ทั้งนี้ การใช้ Keyword ก็มีด้วยกันหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Seed Keyword หรือ คำกว้าง ๆ ที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น “รองเท้า”, “รองเท้าผู้หญิง”, “ส่งออกรองเท้า” Niche Keyword หรือ คำที่เพิ่มการเจาะจงหมวดหมู่ เช่น “รองเท้าผู้หญิงแบรนด์ไทย”, “รองเท้าผู้หญิง หนังกลับ” และสุดท้าย คือ Niche Long-tail Keyword หรือ วลียาว ๆ ที่เพิ่มคำจำเพาะเจาะจงเข้าไป เช่น “รองเท้าผู้หญิงแบรนด์ไทย หนังกลับ สีสวย” หรือ “รองเท้าผู้หญิง แบรนด์ไทย ขายดี” เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้การ Search Keyword ด้วยตนเองจะสามารถทำได้ แต่อาจไม่แม่นยำเท่ากับการใช้ Research Keyword Tools หรือเครื่องมือสำหรับค้นหา Keyword ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะแสดงความถี่ของการค้นหา และช่วยวิเคราะห์ Keyword ใกล้เคียง ที่คุณสามารถนำมาใช้ร่วมได้ ปัจจุบันโปรแกรมค้นหา Keyword มีมากมาย อาทิ Google Keyword Planner (ต้องสมัครบัญชีโฆษณากับ Google ก่อน), Keyword Tool, SEMrush และ Hubspot 

 

บทความ SEO คือ Keyword plan

ที่มา: Google Ads Help

แม้ SEO Content จะเน้นหนักไปทางคอนเทนต์ให้ความรู้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องเป็นความเรียงเชิงสารคดีที่น่าเบื่อเสมอไป ซึ่งเราขอแนะนำคอนเทนต์ 3 ประเภทที่น่าสนใจ ดังนี้

Evergreen Content

– คอนเทนต์ที่ไม่ว่านานเท่าไหร่ก็จะมีคุณค่า ไม่เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ไม่ต้องกังวลว่า Traffic จะตกลงไปจนน่าใจหายเมื่อเวลาผ่านไป คอนเทนต์ประเภทนี้จะใช้เวลาเขียนค่อนข้างนาน ต้องลงรายละเอียดค่อนข้างมาก และที่สำคัญ! คอนเทนต์ประเภทนี้จะไม่เขียนโดยอิงจากความนิยมในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง

Comprehensive Content

– คอนเทนต์ที่เน้นนำเสนอเนื้อหาอย่างกว้างขวางและครอบคลุม เก็บรายละเอียดครบ เช่น คอนเทนต์ประเภท How-to ที่อธิบายทุกอย่างแบบ Step by Step รวมทั้งอธิบายข้อดีและข้อเสียแบบครบครัน

Grab & Go Content

– คอนเทนต์ที่เน้นนำเสนอเนื้อหาแบบ “พร้อมใช้” ไม่ต้องตีความหรือหาข้อมูลซ้ำ ด้วยการนำข้อมูลจำนวนมากมาย่อยให้เข้าใจง่าย อาจทำภาพประกอบเป็น Infographic เพิ่มเติม

 

สำหรับ Google บทความขนาดสั้นคือคอนเทนต์ที่ไม่ก่อให้เกิดความรู้ใหม่ ๆ ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณเขียนบทความสั้นเกินไป แต่ใส่ Keyword สำคัญจนอัดแน่น Google Algorithm อาจมองว่าคุณจงใจจะสร้างการเข้าถึงเว็บไซต์โดยการสร้าง Spam หรือทำ SEO สายสีเทา ที่ผิดกฎ ดังนั้น บทความ SEO ที่ดีจะต้องสร้างการรับรู้ใหม่ ๆ, มี Keyword กระจายอยู่อย่างเป็นธรรมชาติทุกหัวข้อ (แต่ไม่มากเกินไป) และต้องมีความยาวเพียงพอ โดยความยาวที่แนะนำ คืออย่างน้อยที่สุดไม่ควรต่ำกว่า 300 คำ และถ้าจะให้ดี ควรเขียนให้ถึง 1,000 คำขึ้นไป 

 

ไม่ว่าคุณจะตั้งใจปรับแต่ง SEO มากเท่าใด แต่หากขาดเครื่องมือที่จะช่วยตรวจสอบและวัดผล ว่าทิศทางที่คุณเลือกเดินถูกต้องหรือไม่ การทำ SEO ก็ไม่อาจสำเร็จอย่างสมบูรณ์ได้ ซึ่งเครื่องมือที่เราแนะนำให้คุณใช้ ได้แก่ เครื่องมือเพื่อช่วยวัดผลจำนวนผู้เข้าชม และประสิทธิภาพ Keyword อย่าง Google Analytics, เครื่องมือช่วย Guideline องค์ประกอบ และคุณภาพของ Keyword ของเผยแพร่บทความ อย่าง Yoast SEO หรือ SEO Quake รวมถึงเครื่องมือสำรวจการทำ SEO ของเว็บไซต์ที่คล้ายกัน อย่าง SimilarWeb เป็นต้น

 

บทความ SEO คือ SEO plugin

 

ความสมบูรณ์ของคอนเทนต์ คือ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้คุณพิชิตเป้าหมายได้ ซึ่งความสมบูรณ์นั้นหมายความรวมถึง เทคนิคการปรับแต่งบทความตามขั้นตอน แบบ SEO ที่จะผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้ติดหน้าแรกบน Google ด้วย เพียงเริ่มศึกษาจากบทความนี้ และลงมือทำจริงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป!

——————————————————————– 

หากคุณต้องการที่ปรึกษา หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

 

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

——————————————————————–

ขอบคุณข้อมูลจาก:

Facebook Comment