August 30, 2022

วิธีการทำ SEO On – Page และ Off – Page อัปเดต 2022

ในยุค New Normal ที่ธุรกิจแทบทุกอย่างต้องพึ่งการตลาดออนไลน์เป็นหลัก เพราะออนไลน์คือทางรอดเดียวที่จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ให้บริการและผู้บริโภค ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาสอน ” วิธีการทำ SEO ”  เพื่อเสริมความแกร่งให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับการเสิร์ชในหน้าแรกของ Google ด้วยตัวคุณเองโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ หรือหากคุณต้องการความสะดวกรวดเร็วในการทำ ก็สามารถหาบริษัทที่รับทำ SEO โดยเฉพาะมาดูแลเว็บไซต์ให้คุณ  ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการทำ SEO เรามาทำความรู้จักกับ SEO หรือ ( Search Engine Optimization ) และเทคนิคที่ SEO Specialist ต้องมี แบบคร่าว ๆ เพื่อความเข้าใจในการทำ SEO ให้กระจ่างมากยิ่งขึ้นกัน

Search Engine คือ เครื่องมือที่ใช้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ผ่าน Internet โดยใช้ Keyword ในการบอกจุดประสงค์ของ User ว่าต้องการข้อมูลประเภทใด ตัวอย่าง Search Engine ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานเช่น Google, Yahoo, Baidu, และ Bing เป็นต้น

วิธีการทำ On page - Off page SEO

กระบวนการทำงานของ Google

เนื่องจากคนไทยกว่า 98.37% ในปี 2022 ยังคงนิยมใช้ Google เป็น Search Engine อันดับหนึ่ง อ้างอิงข้อมูลจาก everydaymarketing ด้วยเหตุผลนี้เราจึงต้องรู้จักการทำงานของ Google เพื่อการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง  

วิธีการทำ SEO แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ

1.การทำ On – Page SEO คือ การปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ Google bot เข้ามาจัดเก็บข้อมูลและทำความเข้าใจว่าเนื้อหาภายในของเราเกี่ยวกับอะไรบ้าง ส่วนประกอบต่าง ๆ ในหน้า On – Page SEO ได้แก่ เนื้อหา, Heading, Image AlT, Meta Tag

 

2.การทำ Off – Page SEO คือ การใช้องค์ประกอบภายนอกเข้ามาเสริมความแกร่งให้เว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาที่น่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะ Google เน้นเรื่องคุณภาพของคอนเทนต์มาเป็นอันดับหนึ่งว่าผู้ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์นั้น ๆ จะได้ประโยชน์และได้พบคำตอบที่ต้องการ

 

วิธีการทำ On page SEO

 

 วิธีการทำ On – Page SEO

 

วิธีการทำ SEO อันดับแรก คือ การหา Keyword ที่ดีเพื่อมาต่อยอดเขียนบทความ เมื่อเราเขียนบทความเสร็จ อันดับต่อมาคือ การใส่และกระจายคีย์เวิร์ดในบทความของเราอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มากหรือน้อยจน Google ตรวจไม่เจอ และไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้เลย คือ เนื้อหาและคีย์เวิร์ดในบทความของเราต้องสอดคล้องกันด้วย

นอกจากนี้การใส่ตัวหนา Bullet และ Number List ยังสามารถช่วยให้บทความของคุณอ่านง่ายหรือถ้าโชคดี Google อาจจะนำเนื้อหาคุณไปแสดงในรูปแบบ Featured Snippets ก็ได้

การทำ SEO จะขาดการใส่ Heading หรือ หัวข้อหลัก หัวข้อย่อยไปไม่ได้เลยเพราะ Google ต้องอาศัยการอ่าน H1 H2 H3 เป็นตัวแบ่งแยกหัวข้อต่าง ๆ  ในบทความ โดยปกติแล้ว Heading จะมีตั้งแต่ H1 – H6 แต่เรามักจะใส่หัวข้อไม่เกิน H3 มิฉะนั้นเนื้อหาอาจจะดูซับซ้อนเกินไปได้  และ H1 ต้องมีเพียงตัวเดียวเท่านั้นก็คือ หัวข้อบทความ  นอกจากนี้เราควรใส่ Keyword ลงไปในหัวข้อต่าง ๆ ด้วย เพื่อดันคีย์เวิร์ดหลักของเราให้เด่นยิ่งขึ้น 

การใส่รูปภาพประกอบในการทำ SEO ควรใช้คำสั้น ๆ ไม่ซับซ้อน และควรใส่คีย์เวิร์ดด้วยทุกภาพเพราะ Google bot จะไม่สามารถเข้าใจรูปภาพได้หากไม่มีภาษา HTML  และขนาดไฟล์ของรูปก็ไม่ควรใหญ่เกินไป หากในบทความของเรามี Video ประกอบ เราควรใส่ Video Transcript และแนะนำให้ใช้วิดีโอที่มาจาก YouTube เพราะสองเว็บนี้เขาเป็นเครือเดียวกัน

 

 

วิธีการทำ On page - Off page SEO Title and Description

แถบแสดง Title Tag (หัวข้อบนสุด) และ Description (คำอธิบายข้างใต้)

การปรับแต่ง Meta Tag ถือเป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญมากสำหรับการทำ On – Page SEO เพราะเป็นส่วนที่อธิบายเนื้อหาทั้งหมดของเว็บเพจนั้น ๆ ว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบ้าง เราสามารถแบ่ง Meta Tag ออกเป็น 2 ส่วนคือ Title Tag, Meta Description

 

Title Tag : เปรียบเสมือนหัวข้อบทความหรือ H1 นั่นเอง เราควรแทรกคีย์เวิร์ดหลักลงไปด้วยเสมอเพราะหัวเรื่องจะเป็นด่านแรกที่อธิบายให้ User และ Googlebot ได้เข้าใจเนื้อหาโดยรวมของบทความ  Title Tag ที่ดีควรมีตัวอักษรที่พอดีสำหรับการแสดงในหน้าผลการค้นหาของ Google ( SERP ) แนะนำว่าความยาวไม่ควรเกิน 70 ตัวอักษร รวมเว้นวรรค

 

Meta Description : ช่วยขยายเนื้อหาในหัวข้อบทความ เราควรแทรกคีย์เวิร์ดเข้าไปในส่วนนี้ด้วย แนะนำความยาวไม่ควรเกิน 130 ตัวอักษร

 

 วิธีการทำ Off – Page SEO

 

การใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในโซเซียล อาทิ Facebook, Twitter จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราได้รับ Traffic มากขึ้นจากผู้ติดตามที่เพิ่มขึ้นไปด้วย นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับ Backlink กลับมาที่เว็บไซต์เราอีกด้วย

 

การทำ Off – Page SEO ที่ดีไม่ควรมองข้ามกระบวนการนี้เพราะ Google จะให้คะแนนแก่เว็บไซต์ที่ได้รับ Backlink กลับมาจากเว็บอื่น ๆ ว่าเนื้อหาในเว็บมีคุณภาพและน่าเชื่อถือ ซึ่งการสร้าง Backlink สามารถแบ่งออกเป็น 4 แบบหลัก ๆ ดังนี้

  1. การนำลิงก์บทความของเราไปอัปโหลดตามเว็บบอร์ดฟรี 
  2. PBN (Private Blog Network) การสร้างเว็บส่วนตัวของเราขึ้นมาอีกอันหนึ่งเพื่อใช้ลงบทความทำ Backlink ส่งกลับมาช่วยดันที่เว็บไซต์หลักของเรา
  3. Exchange Content หรือการหา Partner จากเว็บไซต์ที่มีการทำ SEO เพื่อแลกเปลี่ยนบทความกันในแต่ละเดือน
  4. PR ( Public Relations ) เป็นการสร้าง Backlink โดยการติดต่อขอลงข่าวประชาสัมพันธ์เพื่อนำเสนอเกี่ยวกับแบรนด์หรือองค์กรของเรา ซึ่งเป็นการสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือไปสู่สายตาของผู้ที่อาจเป็นลูกค้าของเราในอนาคต

 

วิธีการทำ SEO โดยการสร้าง Backlink นั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าเราทำเกินพอดีจนไม่เป็นธรรมชาติก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่า 

 

วิธีทำ Link ใน SEO On page – Off page

วิธีการทำลิงก์ SEO มีอยู่ 3 ประเภท คือ Backlink, Internal link, External link ซึ่งเราได้ทำความรู้จักการทำ Backlink ในเบื้องต้นกันไปแล้ว ในย่อหน้านี้เราจะพามาทำความรู้จักกับลิงก์อีก 2 แบบเพื่อการทำ SEO ให้ครบองค์ประกอบ

 

เป็นการใส่ลิงก์เพื่อคลิกไปหาอีก Content ที่เกี่ยวข้องกัน ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังอ่านเรื่อง Backlink อยู่ เราสามารถใส่ลิงก์เรื่องวิธีการสร้าง Backlink อย่างละเอียดไปที่คำว่า “ Backlink ” เพื่อให้คนอ่านได้คลิกไปอ่านอีกบทความหนึ่งของเว็บเราโดยที่ไม่ต้องไปเปิดหาให้เสียเวลา ซึ่งวิธีทำ SEO แบบนี้เป็นผลดีเพราะทำให้ผู้เยี่ยมชมใช้เวลาในเว็บไซต์ของเราเพิ่มขึ้น 

 

External Link หรือ Outbound Link เป็นการสร้างลิงก์จากเว็บของเราออกไปยังเว็บไซต์คนอื่นซึ่งเว็บปลายทางที่เราโยงลิงก์ไปหาก็จะได้คะแนนการทำ SEO เพิ่มขึ้นไปด้วย

       

จากบทความข้างต้นก็เป็นวิธีการทำ On – Page SEO และ Off – Page SEO ซึ่งบอกองค์ประกอบหลักที่ควรรู้จักไว้แล้ว แต่ทั้งนี้ก็ยังมีรายละเอียดและปัจจัยอีกมากมายที่มีผลต่อการทำ SEO ให้ติดอันดับในหน้าแรก อาทิ การทำ Technical SEO เป็นต้น ซึ่งผู้เขียนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีการทำ SEO เพิ่มขึ้น แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไปค่ะ

——————————————————————– 

หากคุณต้องการที่ปรึกษา หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

 

 

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

 

——————————————————————–

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:

 

Facebook Comment