November 17, 2021

Hyperlocal Marketing คืออะไร? สำคัญแค่ไหน? ที่นักธุรกิจควรรู้

Reading Time: 3 minutes

เคยไหมครับ เวลาออกไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ไกล ๆ พออยู่ในรถนาน ๆ ดันรู้สึกหิวข้าวไส้กิ่วขึ้นมาเสียงั้น ก็ต้องควักมือถือขึ้นมาไล่หาข้อมูลว่าแถวนี้มาร้านไหนเด็ด ร้านไหนดัง น่าเข้าไปนั่งทานบ้าง ในส่วนนี้นี่แหละที่ Hyperlocal Marketing จะเข้ามามีบทบาทสำคัญให้กับคุณและผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยด้วยนะ

หากคุณเป็นร้านค้าที่กำลังเสาะหาลูกค้าหน้าใหม่ที่อยู่หรือเข้ามาในพื้นที่ของคุณ แต่จะทำยังไงก็นึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดีให้ลูกค้าเหล่านี้เสิร์ชหาร้านแล้วเจอเลย งั้นลองใช้สิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ดูครับ


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

Hyperlocal Marketing

คืออะไร? แล้วทำไมถึงสำคัญ? จะช่วยให้คุณหาลูกค้าใหม่ได้ยังไงกัน? สิ่งนี้ก็คือ รูปแบบหนึ่งของการตลาดแบบเจาะจงมาก ๆ โดยอ้างอิงจากสัญญาณ GPS กำหนดผู้ที่มีโอกาสจะมาเป็นลูกค้าเราได้สูงในเขตพื้นที่เฉพาะนั้น ๆ หรือถ้าให้เห็นภาพง่ายกว่าเดิมก็คือ Keyword ที่พ่วงท้ายด้วยคำว่า “ใกล้ฉัน” หรือ in เข้าไปด้วย ตัวอย่างเช่น ร้านอาหารใกล้ฉัน แบบนี้

ร้านอาหารใกล้ฉัน

Google SERP แสดงผลการค้นหาร้านอาหารใกล้ฉันโดยใช้หลักการ Hyperlocal Marketing

หลักการทำงานของมันก็คือ หลังจากที่ผู้ค้นหาทำการค้นหาผ่าน Search Engine แล้ว ระบบจะแสดงผลการค้นหาพร้อมด้วยปุ่ม Call-to-action ขึ้นมาอย่างปุ่มโทรออกที่เชื่อมกับเบอร์ของร้านและแสดงแผนที่ตำแหน่งล่าสุดของร้านด้วย ยังไม่พอ หากคุณลงทะเบียนการโฆษณาไปกับเครือข่ายโฆษณาแห่งต่าง ๆ แล้วล่ะก็ ตำแหน่งล่าสุดของร้านคุณจะไปปรากฏยังสื่อโฆษณาอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้นและมีประสิทธิภาพ

จุดประสงค์ที่ต้องใช้แคมเปญนี้เข้าช่วยส่งเสริมการตลาดเป็นเพราะว่า ต้องการเพิ่มจำนวนลูกค้าจากการเข้าไปลองในสถานที่จริงกันเลย หากลูกค้าได้มาสัมผัสบรรยากาศจากสถานที่จริงแล้วล่ะก็จะเพิ่มประสบการณ์ประกอบการตัดสินใจได้ดีทีเดียว แถมยังอยู่ใกล้อีกด้วย ซึ่งแคมเปญนี้ก็ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมการตลาดแบบเดิมให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกอยู่แล้ว

การตลาดที่ใช้การค้นหาแบบ Near-me เพิ่งเข้ามามีบทบาททางการค้าอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ข้อมูลจาก Google Indicates ระบุไว้ว่า การค้นหาแบบ Near-me เติบโตขึ้นถึง 130% ต่อปีระหว่างปี 2014 – 2015 และหลังจากนั้นก็ดังเป็นพลุแตก เพราะผู้ใช้งานแทบจะค้นหาทุกสรรพสิ่งบนโลกที่ลงท้ายด้วย “Near me” ทั้งนั้น

 

หลักการทำงาน

โลกในศตวรรษที่ 21 ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีมากมายทั้งดาวเทียม อินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน ซึ่งช่วยให้นักการตลาดสามารถกำหนดจุดที่ตั้งการขายแบบเฉพาะเจาะจงได้เลยตามที่ต้องการ โดยใช้เพียง 4 อย่างนี้

  1. IP Address
  2. GPS
  3. Internet Network
  4. Bluetooth Signals

อย่างแรกคือต้องรู้ตำแหน่งที่ตั้งของร้านค้าให้แน่ชัดเสียก่อน เพื่อที่จะกำหนดขอบเขตของการค้นหาลงมาได้อีก แพลตฟอร์มที่ให้ลงโฆษณาออนไลน์เช่น Google และ Facebook สามารถกำหนดจุดเฉพาะได้เลยในช่วงตั้งค่าโฆษณา

หลังจากกำหนดจุดที่ตั้งร้านแล้ว ก็ให้ทำการกำหนดปัจจัยที่จะทำให้โฆษณาไปขึ้นบนหน้าผลการค้นหาได้ ปัจจัยเหล่านั้นได้แก่

  • สร้างคำค้นหาที่ตรงกัน
  • ประวัติการค้นหา
  • พฤติกรรมต่าง ๆ อย่างการกำหนดจุดที่ลูกค้าน่าจะไปปรากฏมากที่สุด (สมมติลูกค้าที่เข้าฟิตเนสบ่อย ๆ หากคุณทำร้านอาหารคลีน สามารถกำหนดร้านของคุณให้ใกล้เคียงฟิตเนสเหล่านั้นได้)

พอเริ่มทำการรันโฆษณาไปแล้ว โฆษณาของคุณจะไปปรากฏอยู่บนหน้าต่าง ๆ ของผลการค้นหา ไม่ว่าจะเป็นข้อความ การแจ้งเตือนแอป SEM อีเมล ฯลฯ แต่โฆษณาเหล่านี้จะไปปรากฏขึ้นได้เฉพาะที่ผู้ค้นหามีการกระทำบางอย่างที่ตรงกับปัจจัยที่เราสร้างไว้แต่แรกแล้วเท่านั้น


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

ข้อดีของการทำ Hyperlocal Marketing

      1. นำพากลุ่ม Lead จากพื้นที่เจาะจงเข้าสู่ร้านค้าคุณได้ง่ายขึ้น หาลูกค้าใหม่ได้สะดวกกว่าเดิม

เนื่องจากมันเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ใช้เฉพาะในกลุ่ม Niche Market เท่านั้น จึงดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่พร้อมจะซื้อสินค้า / บริการอยู่ก่อนแล้ว ให้เข้ามาได้ไวยิ่งขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้มีอะไรในใจที่อยากได้อยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น ผมทำงานอยู่ที่บ้าน อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานของตัวเองซักหน่อย แต่ต้องอยู่ในละแวกเดียวกับที่บ้านผมอยู่ด้วย ดังนั้นสิ่งที่เข้ามาในหัวผมก็คือ “ร้านคาเฟ่” และ “ใกล้ฉัน” ขึ้นมา

hyperlocal marketing

      2. ไม่ต้องเสียเงินมหาศาลไปกับการโฆษณาที่ไม่รู้จะได้ลูกค้าไหม

เพราะไม่จำเป็นต้องโฆษณาไปไกลในระดับจังหวัด หรือภูมิภาค เพียงระยะใกล้เคียงไม่กี่กิโลก็สามารถลดรายจ่ายค่าโฆษณาลงไปได้มาก

ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากคุณกำหนดเป้าหมายลูกค้าให้เป็นแบบ Niche Market แล้ว นั่นแปลว่าลูกค้าที่เข้ามาในร้านคุณมีโอกาสสูงกว่า 90% แล้วที่เขาจะเลือกร้านคุณ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะบริการยังไงให้ลูกค้าประทับใจกล้าใช้บริการร้านคุณ และวิธีนี้ยังช่วยลด Cost Per Target แถมยังเพิ่มค่า Return on ad spend อีกด้วย

       3. ตั้งค่าและรันโฆษณาได้ง่าย

ผลพวงมาจากข้อ 2 ในเมื่อไม่ต้องตั้งค่าโฆษณาในระดับภูมิภาคและการตลาดยังเป็นแบบ Niche Market อีกต่างหาก การตั้งค่าและรันโฆษณาจึงกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างเหลือเชื่อ ทั้งนี้ยังสามารถสร้างโฆษณาให้เป็นแบบ Personalize ที่จะเพิ่มค่า Conversion Rate ให้สูงขึ้นไปอีกได้ด้วย

       4. วัดผลได้ง่าย

เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาในร้านคุณเป็นแบบ Walk-in ฉะนั้น จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะสอบถามลูกค้าได้ว่า ทราบที่อยู่ร้านของเราจากไหน และลูกค้าเหล่านี้มาจากไหนกันบ้าง เป็นการตรวจสอบวัดผลแบบย้อนกลับในอีกทางหนึ่ง

        5. ช่วยสร้างประสบการณ์และสายสัมพันธ์กับลูกค้าได้ง่าย

หัวข้อนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวคุณล้วน ๆ Near-me Search เพียงแค่เป็นถนนที่ช่วยนำทางลูกค้าของคุณให้มาเข้าร้านมากยิ่งขึ้น แต่การที่พวกเขาจะอยู่ต่อหรือเดินจากไปเป็นเรื่องของผู้ประกอบการและพนักงานแล้ว ที่จะช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าและเพิ่มพูนประสบการณ์มากขึ้นไปอีก 

ขอบอกก่อนว่าการให้บริการแบบ Face-to-Face ทำได้ง่ายยิ่งกว่าแบบออนไลน์เสียอีกและสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่าด้วย

 

ทิปเล็กน้อยที่ทำให้ Hyperlocal Marketing ของคุณได้เปรียบมากยิ่งขึ้น

 

  1. อัปเดตร้านของคุณในระบบ Google My Business

ส่วนนี้ค่อนข้างสำคัญ เพราะ 1 ใน 3 ของการค้นหาบน Google เป็นการใช้งานที่พึ่งพิงการระบุตำแหน่งเป็นหลัก ฉะนั้นการอัปเดตหน้า Google My Business ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ใส่ที่อยู่ตำแหน่งร้านของคุณให้ชัดเจน และข้อมูลของร้านคุณ จะช่วยให้ Google จัดลำดับร้านค้าของคุณให้อยู่ใน Google Search ได้ดียิ่งขึ้น

สิ่งที่คุณต้องมีใน Google My Business มีดังนี้

  • คำบรรยายร้านค้าของคุณประมาณ 750 ตัวอักษร อธิบายความแตกต่างของร้านคุณกับร้านอื่น พร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว และใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องด้วยภายใน 100 คำแรก
  • ใส่รูปที่มีค่าความละเอียดสูง เลือกมุมถ่ายที่ให้ร้านคุณสวยที่สุด
  • ใส่ที่ตั้งร้านให้ชัดเจน
  • ระบุเบอร์โทรของร้าน เพราะมันจะไปขึ้นอยู่บน Local Search Results
  • ตั้งค่าวันเวลาทำการไว้ด้วย
  • อัปโหลดเมนูหรือรายการสินค้าและบริการที่เป็น Singature ของร้านเอาไว้ด้วย

 

      2. สร้างรีวิว

ในแง่ของการทำธุรกิจขนาดเล็ก การมีรีวิวของหน้าร้านจะทำให้ผู้ค้นหาเข้าใจเรามากยิ่งขึ้นจากคำบอกเล่าของผู้ใช้งานก่อนหน้า นับเป็นการตลาดแบบเล็ก ๆ ของ Word-of-mouth Marketing 

สืบเนื่องจากผลการสำรวจจาก MOZ กล่าวว่า การรีวิวของผู้ใช้งานช่วยให้ Search Engine จัดอันดับการค้นหาได้เพิ่มขึ้น 10% และหากผลการรีวิวของร้านคุณเป็นไปในเชิงบวกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ร้านของคุณขึ้นสูงห่างจากคู่แข่งของคุณมากเท่านั้นและยังได้กลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพตามมาอีกด้วย 

ปิดท้ายด้วยผลการสำรวจจาก Search Engine Land ระบุว่า กว่า 88% ของลูกค้ามักเชื่อการรีวิวออนไลน์เทียบเท่าการรีวิวจากคนจริง ๆ แค่นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการรีวิวมีผลต่อจำนวนลูกค้าเข้าออกร้านของคุณมากแค่ไหน

 

       3. สร้าง Localized Content

หากอย่างหาลูกค้าจากคนในพื้นที่ให้เข้ามาใช้บริการร้านค้าของคุณ ลองคอนเทนต์ที่ระบุเฉพาะเจาะจงไปในพื้นที่ร้านของคุณทั้งข่าวสาร เหตุการณ์ เทศกาลต่าง ๆ รวมถึงภาษาท้องถิ่นที่ใช้ด้วย ซึ่งจะสร้างโฆษณาที่เป็นแบบ Personalization ให้กับแคมเปญของคุณ และสิ่งที่ได้กลับมาคือกลุ่มลูกค้าที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับโฆษณาของคุณและตามโฆษณาเหล่านั้นมาถึงร้านของคุณเองเลยด้วย ด้วยวิธีนี้จะทำให้ร้านค้าของคุณได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เหล่านี้ไปโดยปริยาย และยังเพิ่ม Brand Royalty ได้ด้วย

 

       4. เป็นมิตรต่อโทรศัพท์ลดการเกิด Bounce Rate

จากสถานการณ์ตอนต้นบทความ ถ้าเป็นคนจากนอกพื้นที่เข้ามาเที่ยว แล้วกดค้นหาร้านในพื้นที่ของคุณ แต่กลับพบว่าหน้าเว็บไซต์คุณกระเจิงไปหมด จัดเรียงไม่สวย อ่านแล้วปวดตา กดออกดีกว่า กลายเป็นเสียลูกค้าแทนที่จะเพิ่ม

เราขอแนะนำให้ปรับเว็บไซต์ให้เป็นแบบ Mobile-Friendly ดีกว่า เพราะการใช้งานผ่านมือถือจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างมากกับ Hyperlocal Marketing และมักจะมาคู่กันกับการค้นหาเสมอ และผมบอกได้เลยหากเว็บไซต์ของคุณเป็น Mobile-Friendly แล้วล่ะก็ Google จะจัดอันดับธุรกิจท้องถิ่นของคุณให้อยู่ในอันดับแรก ๆ ได้เลยทีเดียว ส่วนร้านไหนที่ไม่มีหน้าเว็บเป็นของตัวเองและเงินทุนไม่พอ ไม่เป็นไรครับ คุณสามารถสร้างเพจบนเฟซบุ๊กได้และใส่รายละเอียดข้อมูลที่อยู่ร้านค้า เบอร์ติดต่อและช่วงเวลาเปิดปิดให้ชัดเจน แบบนี้ Google ก็สามารถนำไปจัดอันดับผลการค้นหาได้แล้วล่ะครับ

หากใครอยากทดสอบเว็บไซต์ของคุณเป็น Mobile-friendly หรือเปล่า ไปที่บทความของเราได้เลยครับ เจาะลึกทำ UX SEO แบบไหน ให้ติดอันดับเหนือคู่แข่ง


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

         5. เหยาะ Schema Markup ลงไปเล็กน้อย

Schema Markup คือกลุ่มโค้ดชุดเล็ก ๆ ที่ช่วย Search Engine ประกอบการจัดเรียงข้อมูลและจัดอันดับความเกี่ยวข้องของหน้าเพจนั้น ๆ ดั่งตัวอย่างนี้ครับ

schema markup

จากรูปเป็นคอนเทนต์แบบ SEO นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่การโฆษณาแต่อย่างใด ในกรอบสี่เหลี่ยมอธิบายข้อมูลที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจเข้าจองโรงแรมแห่งนี้ทั้ง ระยะห่างจากตัวเมือง คะแนนทำเลที่ตั้ง คะแนนความคุ้มค่าของเงินที่จ่าย จำนวนรีวิว และราคาห้องเริ่มต้นอีกด้วย

การทำ Schema Markup ไม่ใช่เรื่องยากอะไรครับ หากคุณเป็นร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ ก็สามารถไปฝากร้านกับแพลตฟอร์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Wongnai หรือ Tripadvisor ก็ได้ครับ หากดูดีขึ้นมาหน่อยอย่างโรงแรม รีสอร์ท ร้านนวดต่าง ๆ ลองฝากตัวเองกับเว็บไซต์ Traveloka หรือ Agoda ดูครับ

แต่ถ้าหากคุณไม่เข้าข่ายไหนเลยก็ขอให้ฝ่ายไอทีหรือ Outsource ที่คุณจ้างช่วยเขียนโค้ดหลังบ้านให้ก็ได้ครับ โดยสามารถเลือกหมวดหมู่ได้หลากหลายทั้ง Articles, Events, Restaurant เป็นต้น

 

ก่อนจากกันไปขอบอกก่อนว่าหากคุณทำธุรกิจในพื้นที่ที่มีวงเขตจำกัด คุณก็สามารถหาลูกค้าได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใช้กลยุทธ์ Hyperlocal Mareting ที่จะช่วยให้ร้านค้าของคุณกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน หรือสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวขาจรให้มาแวะชมได้ผ่านการรีวิวต่าง ๆ บนออนไลน์ และหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาเอเจนซีโฆษณารับทำ Google Ads , Facebook Ads ที่ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณมีคนพบเห็นมากขึ้น อย่าลืมติดต่อ Cotactic นะครับ

 

——————————————————————–

 

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งใน บริษัทโฆษณาออนไลน์ ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ เพื่อสร้าง Awareness หรือ Lead Generation ตาม Niche Market ได้ก่อนใคร ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

 

——————————————————————–

 

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

 

ขอบคุณแหล่งที่มา

https://neilpatel.com/blog/hyperlocal-ads/

https://www.wordstream.com/blog/ws/2018/01/25/hyperlocal-marketing 

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC