วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

ในโลกธุรกิจที่ทุกคนต่างทำการตลาด หรือโฆษณาเพื่อแย่งชิงความสนใจ นี่คือเหตุผลที่นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจทุกคนต้องให้ความสนใจกับ ‘Unique Selling Point’ หรือ ‘USP’ ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจของคุณโดดเด่นเหนือ Brand อื่น ๆ และจะเป็นพลังดึงดูดที่ทำให้ลูกค้าเลือกใช้สินค้าหรือบริการจากธุรกิจ

แน่นอนว่าทุกคนล้วนอยากให้ธุรกิจของเรามี USP แต่คำถามคือเราจะสร้าง USP หรือ “จุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์” ของเราให้เหนือกว่าคนอื่นได้อย่างไร คงต้องเริ่มจากการทำความ USP กันก่อน

 

USP คืออะไร?

‘Unique Selling Point’ หรือ USP คือชุดคุณลักษณะที่แสดงตัวตนธุรกิจ ทำให้ธุรกิจหนึ่งแตกต่างจากธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน และเป็นคำตอบของคำถามแรกในทุกคลาสเรียนบริหารธุรกิจว่า “ทำไมลูกค้าถึงต้องเลือกซื้อของคุณ” การสร้าง USP ที่แข็งแรงคือแก่นสำคัญในการบอกว่าธุรกิจของคุณเกิดมาเพื่ออะไร และจะส่งมอบคุณค่าอะไรให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการ

 

ทำไม USP ถึงมีความสำคัญกับธุรกิจ?

USP เป็นหัวใจในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ธุรกิจของเรามีความแตกต่างจากคู่แข่งคนอื่น ๆ ในตลาด USP ยังมีบทบาทที่สำคัญมากในการสร้างการรับรู้ และอัตลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแรง เพราะ USP จะเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้ารับรู้และจดจำแบรนด์ของเราได้ ช่วยสร้างจุดสนใจให้กับลูกค้าและทำให้เกิดการซื้อซ้ำได้ นอกจากนี้ การมี USP ที่ชัดเจนช่วยให้สร้างโฟกัสให้กับธุรกิจ ช่วยในการตัดสินใจที่สำคัญ เช่น การเลือกกลุ่มลูกค้า หรือวิธีทำการตลาดได้อีกด้วย

 

ตัวอย่าง Unique Selling Point แบบต่าง ๆ

การทำความเข้าใจจุดขายหรือ USP ประเภทต่าง ๆ ช่วยให้เรามีกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ทำการตลาด และสื่อสารไปถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ซึ่งวิธีการแบ่งประเภท USP เราแบ่งได้ 5 แบบ คือ

  • USP ด้านผลิตภัณฑ์ ( Product-Based USP )

USP ด้านผลิตภัณฑ์ คือ การโฟกัสไปที่ลักษณะเด่นของสินค้าที่เรานำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ, การใช้งาน, เทคโนโลยี, ส่วนประกอบ หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่สินค้าของเรามีแต่คนอื่นไม่มี ตัวอย่างของสินค้าที่มี USP ด้านผลิตภัณฑ์ เช่นสมาร์ตโฟน ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปที่คมชัด, แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นาน, หรือการออกแบบรุ่นกันน้ำ

  • USP ด้านบริการ ( Service-Based USP )

USP ด้านบริการ คือ การให้ความสำคัญไปที่การให้บริการและประสบการณ์ของลูกค้าที่ได้รับจากธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นระบบบริการลูกค้า, ความเร็วในการขนส่ง, การมีตัวเลือกให้ลูกค้าสามารถ Customization สินค้าที่ต้องการเองได้ หรือการให้บริการอื่น ๆ ที่ธุรกิจของคุณแตกต่างจากคู่แข่ง บางบริษัทเลือกที่จะให้บริการคำปรึกษากับลูกค้าแบบตัวต่อตัว เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์แต่ละบุคคล

  • USP ด้านราคา (Price-Based USP)

USP ด้านราคา คือการให้ความสำคัญกับคุณค่าที่ลูกค้าได้รับคุ้มค่าที่สุดกับเงินที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง, การนำเสนอส่วนลด, หรือมีโครงสร้างราคาที่เอื้อประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า

  • USP ด้านอัตลักษณ์ของแบรนด์ ( Brand-Based USP )

USP ด้านอัตลักษณ์ของแบรนด์ คือการให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ คุณค่า และความเชื่อที่ยึดถือของแบรนด์ ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าที่มีความเชื่อตรงกันให้กลายเป็นกลุ่มลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์ ตัวอย่างเช่นการที่ในปัจจุบันหลายแบรนด์หันมาให้คุณค่ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับคุณค่าของผู้บริโภคที่ใส่ในกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

  • USP ด้านลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ( Niche-Based USP )

USP ด้านลูกค้าเฉพาะกลุ่ม คือการมุ่งความสนใจไปที่ลูกค้ากลุ่มเฉพาะซึ่งมักเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับความสำคัญหรือถูกมองข้ามในตลาด โดยการตอบสนองความต้องการที่เจาะจงไปถึงกลุ่มคนที่ผู้ให้บริการสินค้าและบริการส่วนใหญ่ละเลย ตัวอย่างของการสร้าง USP ประเภทนี้ เช่น กลุ่มอาหารวีแกนสำหรับคนที่เป็นมังสวิรัติ หรือขนมปังปลอดกลูเตนสำหรับคนที่แพ้กลูเตนในกระบวนการทำขนมปังแบบปกติ

 

เคล็ดลับสร้าง USP ที่โดดเด่น

แน่นอนว่าทุกคนอยากทำให้เราเป็นแบรนด์ที่ USP โดดเด่นที่สุดในตลาด เรามีเคล็ดลับ 5 ข้อ ที่ช่วยให้สามารถสร้าง USP อย่างแข็งแรง นั่นคือ

USP คือ

  • รู้จักลูกค้า

ทำความเข้าใจ Pain Point และความต้องการของลูกค้า และออกแบบ USP ให้ตรงจุดไปที่สิ่งที่ลูกค้าของเราต้องการ

 

USP คือ

  • ให้ความสำคัญกับจุดแข็ง

รู้จักตัวเองว่าธุรกิจของเรามีจุดแข็งตรงไหนและเหนือกว่าคู่แข่งเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพ, ประสบการณ์, หรือการให้บริการที่แตกต่างจากที่อื่น

 

USP คือ

  • เป็นตัวของตัวเอง

USP ที่ดีต้องมาจากสิ่งที่สะท้อนตัวตนจริง ๆ ของธุรกิจคุณ อย่าพยายามเป็นคนที่คุณไม่ได้เป็น และหลีกเลี่ยงการกล่าวอ้างในสิ่งที่คุณไม่ได้เป็นแบบนั้นจริง ๆ 

 

USP คือ

  • ชัดเจนเข้าใจง่าย

USP ที่ดีต้องเข้าใจง่ายและจดจำง่าย หลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์เฉพาะแวดวง (Jargon) สื่อสารด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมากที่สุด เข้าใจง่ายที่สุด

  • ทดสอบและทบทวนอยู่เสมอ

ด้วยการรับฟัง Feedback จากลูกค้าและปรับ USP ของเราให้ตรงตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลง ในปัจจุบันความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปตลอดเวลา USP ของเราก็ต้องปรับตัวให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าด้วย

 

การมี ‘จุดขายที่เป็นเอกลักษณ์’ หรือ ‘Unique Selling Point’ ที่แข็งแรง คืออีกหนึ่งในหัวใจความสำเร็จของธุรกิจ ดังนั้น USP จึงเปรียบเหมือนเครื่องนำทางว่าแบรนด์ของคุณอยู่ตรงไหนในตลาด และควรจะเดินไปในทิศทางไหนเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าของเราให้ได้มากที่สุด อย่าลืมทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้า เสริมจุดแข็ง และยึดมั่นแนวทางของ Brand อย่างตรงไปตรงมา คุณจะสามารถสร้างจุดขายที่แตกต่างให้กับธุรกิจคุณ ทำให้แบรนด์ของคุณและลูกค้าเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิมได้


หากคุณต้องการที่ปรึกษาการรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

——————————————————————–

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง Lead Generation

10 ตัวอย่าง Lead Generation เทคนิคการตลาด เพื่อหาลูกค้าที่ใช่!

customer experience

Customer Experience คืออะไร? สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here