March 24, 2022

Influencers กับ KOL ต่างกันแค่ไหน? เจ้าของแบรนด์ควรเริ่มต้นยังไงดี

Reading Time: 4 minutes

สายงาน Digital Marketing คงเป็นไปได้ยากมากหากจะหลีกเลี่ยงการทำคอนเทนต์ที่ต้องพึ่งพากลุ่มคนที่เป็นผู้นำทางความคิดหรือที่เรียกกันติดปากว่า “Influencers” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในหลาย ๆ ช่องทาง ซึ่งนอกจากจะทำให้แบรนด์ได้รับยอด Lead หรือเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นแล้ว ทางฝั่งของอินฟลูฯ ก็จะได้ยอดผู้ชมและผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้น ดึงดูดให้คนทั่วไปอยากหันมาลองศึกษาการเป็นอินฟลูฯ ในด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะมากขึ้น

แต่ทว่ากลุ่มผู้มีอิทธิพลทางความคิดก็ยังแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่ม Influencers และ กลุ่ม KOL ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เลือกให้เหมาะกับแพลตฟอร์ม Digital Marketing ตัวไหนได้บ้าง ที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ ในบทความนี้มีคำตอบ

influencer marketing


Reading Time: 4 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

Influencers และ KOL แตกต่างกันอย่างไร

Influencers

เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่มีจำนวนเยอะกว่าอีกแบบ ปรากฏตัวอยู่ในช่องทางออนไลน์ในหลาย ๆ แพลตฟอร์มที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ มักทำคอนเทนต์ไปในด้านใดด้านหนึ่งที่ตัวเองถนัดโดยเฉพาะ คอนเทนต์ที่ทำจะมีความหลากหลายแตกต่างกันไปตามที่ตัวเองถนัดเช่นกันทั้งงานเขียน ทำคลิป การถ่ายภาพ หรือรีวิวสินค้าต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งก็จะนำคอนเทนต์ที่ทำเอาไว้ไปลงบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, YouTube, Instagram, Twitter ฯลฯ เพื่อสร้าง Engagement ให้คนสนใจและติดตาม ช่วยให้คำแนะนำและการรีวิวแก่ผู้ติดตามมากกว่าการให้ความรู้ ซึ่งระดับความมีอิทธิพลของอินฟลูฯ จะวัดจากจำนวนยอดผู้ติดตาม ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็แปลว่ามีคนให้ความสนใจและพร้อมรับฟังมากเท่านั้น

ยกตัวอย่าง คุณญาญ่า อุรัสยา ดารา นักแสดงชื่อดังที่ไม่ว่าจะซื้อจะหยิบจับอะไรก็ทำให้สินค้านั้น ๆ ราคาพุ่งสูงขึ้นปรี๊ดอย่างกรณีการซื้อต้นไม้ ที่ทำเอาราคาต้นไม้ขยับพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ หรือคู่รักวัยรุ่น หมาก ปริญ และ คิมเบอร์ลี่ ที่ไม่ว่าจะลงโฆษณาตัวไหนเป็นต้องออกคู่กันตลอดกับล่าสุดอย่าง โฆษณารสดี เป็นต้น

ญาญ่ากับต้นไม้

หมาก-คิม

 

KOL (Key Opinion Leader)

บุคคลในกลุ่มนี้จะมีจำนวนน้อยกว่าอินฟลูฯ เป็นอย่างมาก และบางครั้ง KOL บางคนก็จัดอยู่ในกลุ่ม Influencers ด้วยเช่นกัน แต่ในเรื่องของคุณภาพและความรู้ที่สั่งสมมาในกลุ่ม KOL นั้นถือได้ว่ามีคุณภาพสูง บางคนถึงขั้นจัดอยู่ในหมวดหมู่หาตัวจับได้ยากเลยก็ว่าได้ เป็นกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในด้านนั้น ๆ แบบเจาะจง ช่วยมอบความรู้ให้ผู้ติดตามมากกว่าขายของหรือรีวิว และด้วยชื่อเสียงที่มีความเชี่ยวชาญสูงทำให้สามารถโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายมากกว่า

ยกตัวอย่าง เพจ การตลาดวันละตอน ที่นำเสนอข้อมูลทางด้านการตลาดใหม่ ๆ วันละตอนให้ผู้ติดตามได้อ่าน นำเสนอสาระน่ารู้ด้านการทำ Digital Marketing การสอนวางแผนการตลาดออนไลน์ และข้อมูลที่น่าสนใจใหม่ ๆ

หรือเพจ TaxBugnoms เพจกูรูให้ความรู้เรื่องการเงิน การบัญชี การเสียภาษีสำหรับมือใหม่ การหาค่าลดหย่อนภาษี รวมถึงวิเคราะห์เหตุการณ์และข่าวที่เกิดขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อการเงินของคุณ

การตลาดออนไลน์

 

TaxBugnoms


Reading Time: 4 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


 

ข้อดีของการทำ Influencers / KOL Marketing ที่สาย Digital Marketing ต้องรู้

 

  • เพิ่ม Brand Awareness

จำนวนผู้ชมและผู้ติดตามของอินฟลูฯ คนนึงอาจมีได้ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านราย ยิ่งเป็นอินฟลูฯ ที่มีผู้ติดตามเป็นกลุ่ม Niche Marketing ก็ยิ่งเข้าถึงกลุ่มผู้ชมเฉพาะทางได้ง่ายกว่า ช่วยให้แบรนด์คุณเพิ่มค่าการมองเห็นแบรนด์ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ และนำไปบอกต่อสู่ภายนอก เพิ่ม Brand Awareness ได้อย่างไม่รู้จบ

 

  • ยกระดับความน่าเชื่อถือและความไว้ใจ

กลุ่มที่เป็น Influencers โดยเฉพาะกลุ่ม KOL เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และผู้ติดตามก็เป็นกลุ่มบุคคลที่มีความสนใจในด้านนั้น ๆ อยู่ด้วยเช่นกัน จึงเป็นสาเหตุที่ทำไมผู้ติดตามถึงเชื่อใจแบรนด์หรือสินค้าที่อินฟลูฯ นำมาบอกต่อได้มาก เพราะพื้นฐานของพวกเขาที่สร้างแรงบันดาลใจและสร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นระหว่างกันทำให้ผู้ติดตามที่ได้ดูโฆษณาแนะนำสินค้าจากอินฟลูฯ จึงไม่รู้สึกเหมือนกำลังดูโฆษณาอยู่เลย

 

  • เติมเต็มช่องว่างด้าน Digital Marketing Strategy ของคุณ

การให้แบรนด์คิดคอนเทนต์หรือโปรโมทสินค้า/บริการอยู่ฝ่ายเดียวจะกินเวลาและพลังงานทั้งฝั่ง In-house Marketing และ Agency มากเกินไป จุดนี้นี่แหละที่อินฟลูฯ จะเข้ามาอุดช่องว่าง ช่วยให้แผน Digital Marketing ของคุณเต็ม เพราะผู้ติดตามของพวกเขาพร้อมที่จะรับฟังคอนเทนต์ของพวกเขาอยู่แล้ว แค่ให้อินฟลูฯ แนะนำสินค้านิด ๆ หน่อย ๆ ยอดการสั่งจอง ซื้อขายก็เพิ่มขึ้นแล้ว

 

  • เป็น Partnership ในระยะยาวแบบ Win-Win ทั้งสองฝ่าย

ในปัจจุบันแบรนด์หลายเจ้าเลือกที่จะไม่จ้างงาน Influencers ในระยะสั้น ๆ หรือจ้างงานตามแคมเปญไปแล้ว แต่เลือกที่จะจ้างงานแบบ Long-term Partnership แทนในระยะเวลา 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งจะช่วยให้ทั้งแบรนด์และอินฟลูฯ ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการจ้างงาน เงิน และสร้างคอนเทนต์ไปได้มากกว่าการจ้างแบบระยะสั้น และยังช่วยเพิ่มค่าความน่าเชื่อถือตามข้อที่ 3 ซึ่งจะส่งผลต่อกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ในระยะยาวอย่างยั่งยืน

 

  • ช่วยบูสท์คอนเทนต์ SEO, ROI และ Bottom line ผลการดำเนินการได้

การทำ SEO แบบปกติต้องใช้ทั้งเวลา ความสามารถ และการปรับปรุงอยู่ตลอดเวลากว่าหน้าคอนเทนต์จะขึ้นไปติดอันดับ Search ได้ ยังไม่รวมถึงการทำ Backlink ที่ต้องไปติดต่อขอฝากคอนเทนต์และการเขียนคอนเทนต์ใหม่ที่จะเสียเวลาคุณเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งจากผลการสำรวจระบุว่ากว่า 57% ของคอนเทนต์ที่ อินฟลูฯ เป็นคนทำมีค่า Performance สูงกว่าคอนเทนต์ที่แบรนด์เป็นคนทำทั้งหมด เพราะฐานผู้ฟังที่มีจำนวนมากอยู่แล้ว การสร้าง Traffic มาที่หน้าเว็บไซต์แบรนด์คุณจึงเป็นอะไรที่ไม่ยากเย็นนัก ช่วยยกระดับค่า ROI และ Buttom line ให้สูงขึ้นไปอีก

 

  • ช่วยให้ผู้บริโภคพิจารณาการซื้อได้ดีขึ้น

เคยไหม? เวลาเรากำลังวางแผนซื้อสินค้าอะไรบางอย่างที่มีความสำคัญมาก ๆ หรือมีราคาแพงมาก ที่ต้องใช้เวลาคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะซื้อ โดยทั่วไปแล้วเราจะอ่านรีวิวหรือดูคลิปรีวิว วิเคราะห์สินค้านั้น ๆ ควบคู่กับการชั่งน้ำหนักในใจของเราก่อนจะซื้อเสมอ ซึ่งผู้ที่ทำคอนเทนต์รีวิวสินค้าเหล่านั้นก็คือกลุ่มอินฟลูฯ เองนี่แหละ ยิ่งอินฟลูฯ รีวิวสินค้า/บริการแบบละเอียดยิบแค่ไหน ก็ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ติดตามอยากมาลองซื้อสินค้าหรือใช้บริการแบรนด์ของคุณมากขึ้นเท่านั้น

 

  • เพิ่มยอดการรับชมบนโซเชียลมีเดียได้อย่างไม่รู้จบ

เพราะอินฟลูฯ ต้องมีการลงคอนเทนต์หรือไลฟ์สดพบปะแฟน ๆ อยู่แล้วในทุกวันหรือทุกสัปดาห์ ซึ่งในระหว่างการทำคอนเทนต์ก็มักจะมีการ Tie-in สินค้าเข้ามาอยู่สม่ำเสมอเป็นการย้ำเตือนผู้ติดตามให้ไปลองซื้อสินค้า/ใช้บริการเหล่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นคอนเทนต์ที่ถูกโพสต์ลงบนสื่อโซเชียลจะยังคงอยู่บนแพลตฟอร์มนั้นตลอดไป หากยังไม่ถูกลบ ทำให้ใครก็ตามที่ค้นหา Keyword เดียวกันนั้นเจอคอนเทนต์นี้และนำไปแชร์ต่อบนโซเชียลและถูกพูดถึงได้อย่างไม่รู้จบ

 

  • เม็ดเงินที่ลงทุนไปคุ้มค่าทุกบาท

ในตอนนี้การทำ Digital Marketing ที่ใช้โปรโมทสินค้าหรือบริการที่ใช้การจ่ายเงินค่าโฆษณานับวันยิ่งเพิ่มต้นทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกันการทำ Influencers Marketing จะช่วยให้ต้นทุนการโฆษณาและการโปรโมทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะอินฟลูฯ สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายกว่าและกว้างขวางกว่าการปล่อยให้ผู้บริโภคกดค้นหาใน Google เองเสียอีก

 

วิธีค้นหา Influencers และ KOL ให้เหมาะกับแบรนด์

 

1. รู้จักเป้าหมายของแบรนด์ก่อนจะเริ่มต้นทำ Influencers Marketing

อย่าพยายามโฟกัสกับการมองหาอินฟลูฯ ทุกคนทั้งหมด ให้หาอินฟลูฯ ที่ ใช่ กับแบรนด์คุณมากที่สุด การเป็นอินฟลูฯ ที่ใช่เป็นได้ทั้งบุคคล แบรนด์ หรือเพจบนโซเชียลมีเดียที่ช่วยให้แบรนด์คุณเอื้อมไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ขั้นตอนแรกสำหรับเริ่มต้นการทำแคมเปญ Influencers Marketing คือให้คุณลองวางแผนโครงร่างถึงเป้าหมายของคุณ สิ่งที่คุณอยากจะได้เป็นผลลัพธ์จากการวางกลยุทธ์ Digital Marketing ชิ้นนี้ ซึ่งเป้าหมายการตลาดของคุณสามารถมีได้หลายอย่าง เช่น

  • Brand Awareness
  • การสร้างตัวตนให้กับแบรนด์
  • การสร้างฐานกลุ่ม Audience
  • สร้างยอด Engagement
  • เพิ่ม Lead Generation
  • เพิ่มยอดการขาย
  • สร้างความซื่อสัตย์ของลูกค้า (Customer Loyalty)
  • เป็นสะพานสร้างการเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์ ผู้บริโภค และ อินฟลูฯ

 

2. รู้จักประเภทของแคมเปญ Influencers ที่จะนำมาใช้

หลังจากรู้เป้าหมายของแบรนด์แล้วก็ให้เลือกรูปแบบแคมเปญที่จะนำมาใช้ ซึ่งมีหลายรูปแบบมากดังนี้

  • การมอบของขวัญ ของกำนัล : ให้ของขวัญแก่อินฟลูฯ เพื่อให้พวกเขาเอาแบรนด์คุณไปพูดถึง หรือโพสต์ถึงอีกที
  • Guest Posting : ซื้อพื้นที่ของอินฟลูฯ เพื่อให้แบรนด์นำบล็อกไปเขียนลงในช่องของเขา
  • Sponsored Content : จ่ายเงินให้อินฟลูฯ แชร์คอนเทนต์ของคุณหรือสร้างคอนเทนต์ที่ Tie-in ไปแบรนด์คุณ
  • Influencers Takeover : ยินยอมให้อินฟลูฯ เข้าใช้งานจากบัญชีโซเชียลของแบรนด์ในช่วงเวลาหนึ่งเพื่อผลิตคอนเทนต์ให้แบรนด์โดยเฉพาะ
  • Contests and Giveaways : ใช้เกมการแข่งขันและมอบค่านายหน้าให้กับอินฟลูฯ เพื่อให้พวกเขาพูดถึงแบรนด์ของคุณหรือแชร์คอนเทนต์คุณต่อไป
  • Affiliate : แชร์ Affiliate Code ให้กับอินฟลูฯ ทุกครั้งที่มีคนกดเข้ามาหน้าเว็บไซต์ผ่านลิงก์ที่แชร์ไว้ อินฟลูฯ จะได้ค่านายหน้าเป็นการตอบแทน อ่านบทความเพิ่มเติมด้าน Affiliate ต่อได้ที่นี่ 
  • โค้ดลดราคา : มอบโค้ดส่วนลดให้กับอินฟลูฯ เพื่อให้ไปทำคอนเทนต์สำหรับแจกจ่ายให้กับแฟน ๆ หรือ ผู้ติดตามเอาไปใช้
  • เป็น Brand Ambassadors : เป็นหุ้นส่วนกับอินฟลูฯ ให้เข้ามาช่วยโปรโมทแบรนด์ของคุณอย่างเต็มตัว โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่จะได้จากแบรนด์

Reading Time: 4 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

3. ค้นหา Influencers ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์คุณโดยตรง

ที่ที่ดีที่สุดในการตัดสินใจหาอินฟลูฯ ที่เหมาะสมที่สุด ให้หาอินฟลูฯ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงอุตสาหกรรมเดียวกันกับแบรนด์ ซึ่งจะช่วยเผยแพร่สิ่งที่คุณต้องการจะสื่อออกไปสู่ผู้บริโภคที่มีความสนใจแบบเดียวกัน สร้าง Brand Awareness ให้กับตลาดกลุ่มเป้าหมายได้ดี

วิธีมองหาอินฟลูฯ ในอุตสาหกรรมเดียวกับคุณ ให้เข้าไปที่ Google Alert ค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของแบรนด์เพื่อหาผู้ที่ทำคอนเทนต์ที่ตรงกับอุตสาหกรรมเดียวกับคุณ

Google Alert

การหาคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับแวดวงธุรกิจของแบรนด์คุณโดยใช้ Google Alert ในการค้นหา

 

4. หา Influencers คนเดียวกับที่โปรโมทให้กับคู่แข่งของคุณ

อีกวิธีหนึ่งที่อยากหาอินฟลูฯ ที่ตรงใจและเร็วที่สุดคือหาอินฟลูฯ ที่ทำงานให้กับแบรนด์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกับคุณเหมือนกัน เพราะอินฟลูฯ ที่ทำคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมเดียวกันกับคุณมีโอกาสสูงที่จะแชร์แบรนด์ของคุณมากกว่าอินฟลูฯ ที่ไม่เคยกล่าวถึงแบรนด์ไหนมาก่อนเลย

ลองใช้ Hashtag # ให้เป็นประโยชน์ ค้นหา Hashtag ที่พูดถึงหรือกล่าวถึงคู่แข่งของคุณ ถ้าเกิดในโพสต์ต้นทางมีหนึ่งในอินฟลูฯ รวมอยู่ด้วย คุณก็อาจหมายตาคนเหล่านั้นให้เข้ามาช่วยโปรโมทแบรนด์คุณได้

Hashtag

 

5. หา Influencers ที่ยินยอมให้แชร์กลุ่มเป้าหมายกับแบรนด์

หากพูดถึงเบื้องหลังการทำ Influencers Marketing ไม่เพียงแต่อินฟลูฯ จะต้อง Tie-in คอนเทนต์ให้เข้าสู่แบรนด์เท่านั้น ฝั่งอินฟลูฯ เองก็ต้องเชื่อมต่อแบรนด์ไปหากลุ่มเป้าหมายให้ด้วยเช่นกัน เพราะจะช่วยให้แบรนด์เข้าใจสิ่งที่กลุ่มลูกค้าต้องการได้มากขึ้นและออกแบบ นำเสนอคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายได้มากกว่า 

แต่ก่อนอื่นแบรนด์ต้องทำการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพื่อทำความเข้าใจความคิด ความต้องการ ความสนใจของลูกค้า รวมไปถึงค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บไซต์ที่กลุ่มเป้าหมายเข้าไปเยี่ยมชมบ่อย ๆ อีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณค้นหาอินฟลูฯ และกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมเดียวกับคุณแต่ก็อาจมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ของคุณด้วย หากนำเสนอได้ตรงจุดและมีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในที่ที่คู่แข่งของคุณไม่เคยเข้าถึงมาก่อน

influencers data sharing

 

6. เข้าใจในความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของอินฟลูฯ

หลังจากที่เราเฟ้นหาอินฟลูฯ ที่ใช่มาแล้ว คราวนี้เราจะมาเจาะลึกเข้ามาในฝั่งของอินฟลูฯ กันบ้าง แบรนด์ต้องทำการประเมินและตัดสินใจอิงตามความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายว่าหากทำการโฆษณาไปแล้ว แคมเปญตัวนั้นจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหนผ่านอินฟลูฯ รายนั้น ๆ ซึ่งสิ่งที่จะใช้วัดค่าความเกี่ยวข้องและประเมินความสามารถในการดึงความสนใจมีดังนี้

  • จำนวนของผู้ติดตาม ไล่ตั้งแต่หลักพันในระดับ Nano ไปจนถึงหลักล้าน ในระดับ Mega-Influencers
  • ยอด Engagement ของผู้ติดตามที่มาจากอินฟลูฯ
  • คุณภาพของคอนเทนต์มีดีแค่ ทำแล้วไม่บ้ง ไม่ดูแย่ในสายตาคนทั่วไป
  • ความลึก สามารถเข้าถึงและครอบครัว Niche Market ได้มากแค่ไหน

Reading Time: 4 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

7. หมั่นติดตามผลแคมเปญอยู่สม่ำเสมอ

จุดนี้แหละคือความสำคัญว่าแคมเปญที่คุณลงไปกับอินฟลูฯ นั้นคุ้มค่าถึงจุด ROI ที่ต้องการไหม หลังจากที่ได้ปล่อยตัวแคมเปญออกไปแล้ว การคิดและติดตามค่า KPI จะช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะทำยังไงให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ตั้งแต่แรกได้ดีขึ้น ภายหลังแคมเปญหมดเวลาลงให้ทำการรีวิวผลลัพธ์ดูอีกครั้งหนึ่ง

คอยเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของแคมเปญเก่า ๆ เพื่อที่จะพัฒนาแคมเปญตัวใหม่และต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ Digital Marketing อยู่ตลอดเวลาหากรู้สึกว่าผลลัพธ์ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้

 

ก่อนจากกันไปผมขอสรุปให้เข้าใจเกี่ยวกับ Influencers Marketing อีกครั้งหนึ่ง ในกระบวนการการคัดเลือกผู้ทรงอิทธิพลที่จะมาเป็นสื่อกลางควรเลือกจากความเกี่ยวข้องระหว่างความสนใจเดิมของอินฟลูฯ กับแวดวงอุตสาหกรรมที่แบรนด์คุณทำอยู่มากกว่าการคัดเลือกอินฟลูฯ จากจำนวนผู้ติดตาม เพราะเป็นไปได้ว่าแม้จำนวนผู้ติดตามจะมีไม่เยอะแต่ก็อาจเป็นกลุ่ม Niche Market ที่ทุกคนพร้อมใจกันอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของคุณได้ทันที มีประสิทธิภาพ และได้กลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพมากกว่าอินฟลูฯ ที่มีผู้ติดตามมากแต่ขอบเขตความสนใจกว้าง

 

——————————————————————–

 

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งในบริษัทโฆษณาออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Brand Awareness หรือ Lead Generation ก็ทำได้หมด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

 

——————————————————————–

 

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล

https://www.rainmaker.in.th/influencer-vs-kol/ 

https://blog.alexa.com/how-to-find-influencers/ 

https://engaiodigital.com/influencer-marketing/  

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC