February 24, 2022

 เอเจนซี่โฆษณาคืออะไร? ช่วยเจ้าของธุรกิจทำการตลาดอย่างไรได้บ้าง

Reading Time: 3 minutes

ฝ่ายการตลาดประจำบริษัท หรือ In-house Marketing ในแต่ละวันก็มีงานยุ่งจนหัวหมุนไปหมด แถมยังมีกลยุทธ์การตลาดบางเรื่องที่ไม่เข้าใจอีก จะดีกว่าไหมถ้าจะแบ่งเบาภาระงานไปให้เอเจนซี่ช่วยจัดการในเรื่องที่เราไม่คุ้นเคยแทน อาจเงินเพิ่มอีกสักนิดให้คนนอกที่เป็นมืออาชีพมาช่วยแก้ปัญหา ดีกว่าเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์กับเรื่องที่เราไม่เข้าใจ วันนี้ Cotactic จะพาคุณมาทำความรู้จักกับ เอเจนซี่โฆษณา กันว่าคืออะไร?

 

เอเจนซี่โฆษณาคืออะไร?

เอเจนซี่ (Outsource) คือ ตัวแทนหรือตัวกลางที่มีความเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งแตกต่างกัน ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาของลูกค้าและตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ถึงที่สุด ตัวอย่างจากกรณีข้างต้น บริษัทคุ้นเคยกับการทำการตลาดแบบออฟไลน์มานาน อยากลองเปลี่ยนไปขายบนออนไลน์บ้าง แต่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอ จึงต้องจ้างเอเจนซี่การตลาดออนไลน์มาช่วยให้เรื่องนี้ เป็นต้น

สาเหตุที่ควรจ้างเอเจนซี่เข้ามาช่วยงานเป็นเพราะว่า เอเจนซี่ หรือ Outsource จะมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความชำนาญด้านการทำการตลาดออนไลน์มายาวนานจากการรับทำ SEO , รับทำโฆษณา Fabook , รับทำ Google Ads ที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์การให้บริการลูกค้าหลายแบรนด์และมี Case Study จากการคุมแต่ละโปรเจกต์ไม่เหมือนกัน ทำให้รู้จักการพลิกแพลงกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมกับจุดประสงค์การขายของลูกค้าได้ดีขึ้น


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

เอเจนซี่มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

โดยปกติแล้วเอเจนซี่ที่ดูแลด้านสื่อการตลาดทั้งแบบออฟไลน์และแบบออนไลน์จะประกอบไปด้วย 7 ประเภทหลัก ได้แก่

 

1. เอเจนซี่โฆษณาแบบดั้งเดิม

เป็นการโฆษณาตามพื้นที่สื่อแบบดั้งเดิม อาทิ หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ ซึ่งปกติแล้วจะเป็นการโฆษณาตามแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับความต้องการโฆษณาของลูกค้า

การโฆษณามีมากมายหลากหลายรูปแบบทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการเจาะตลาดคนกลุ่มไหนมากที่สุด

agency

2. เอเจนซี่โฆษณาดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย

มีความเชี่ยวชาญด้านการใช้งาน Digital Marketing Tools สามารถคำนวณและวิเคราะห์ค่าต่าง ๆ จากเครื่องมือได้ มักทำการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์หลายประเภท เช่น Facebook, Line OA, Instagram, Messenger เป็นต้น โดยปกติกลยุทธ์ที่ใช้จะเป็นการทำ SEO, SEM, Infographic หรือการยิงโฆษณา เป็นต้น และมีหน้าที่คอยให้คำปรึกษาและติดตามปัญหาจากลูกค้าทุกเวลาเหมือนที่ Cotactic เคยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าหลายองค์กรให้ช่วยเป็นผู้ดูแลด้านการตลาดออนไลน์

social media agency

3. เอเจนซี่ประชาสัมพันธ์

คอยดูแล พัฒนา และปรับปรุงภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจในจุดยืนและภาพลักษณ์ของแบรนด์จนตัดสินใจอยากเข้ามาใช้บริการ ส่วนมากแบรนด์ที่ต้องการจ้างเอเจนซี่กลุ่มนี้จะเป็นแบรนด์ขนาดกลางและใหญ่ที่ต้องการควบคุม จัดการ Brand Awareness สู่สาธารณะ และต้องการให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับทั้งแบรนด์ในทุกภูมิภาค


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

4. เอเจนซี่สร้างแบรนด์ (Branding Agency)

ช่วยในการทำวิจัยด้านการตลาด, สำรวจตลาดและคู่แข่ง, กลุ่มเป้าหมาย Pain Point ของลูกค้าอย่างละเอียด เพื่อนำมาปรับปรุงการพัฒนาแบรนด์, การวาง Buyer Persona และการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในจุดที่ลูกค้ายอมรับในสินค้าและแบรนด์ให้มากที่สุด

5. เอเจนซี่ซื้อสื่อ (Media Buyer Agency)

ทำหน้าที่วิเคราะห์การตลาด ทำความเข้าใจความสนใจของลูกค้าแต่ละแบบ เสาะหาปริมาณการใช้งานสื่อไหนที่มากที่สุดและเลือกสื่อนั้นให้เหมาะสมกับแบรนด์มากที่สุด โดยจะมุ่งเน้นไปที่แพลตฟอร์มในช่องทางเดียว เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารไปในช่องทางเดียวอย่างตรงจุด โดยปกติมักเป็นการร่วมมือกันระหว่างเอเจนซี่ซื้อสื่อกับเอเจนซี่ที่รับทำสื่อจากภายนอก

6. เอเจนซี่โฆษณาแบบสร้างสรรค์ (Creative Agency)

มีหน้าที่คิดและออกแบบ และวางโลโก้ให้เหมาะสมกับลูกค้า สร้างมาสคอตให้กับแบรนด์ ส่วนมากจะเป็นเอเจนซี่ที่มีทีมกราฟิกอยู่ด้วย และบางครั้งอาจรับงานร่วมกับเอเจนซี่ซื้อสื่อที่จัดหาลูกค้ามาให้ เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการย่อยคอนเทนต์ให้เข้าใจง่ายขึ้น เข้าถึงกลุ่มคนที่หลากหลายมากขึ้น

creative agency

7. เอเจนซี่แบบครบวงจร (Full-service หรือ One-stop Service Agency)

เป็นเอเจนซี่ที่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบ ที่ครอบคลุมทุกเรื่องด้านการตลาด ตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษาการตลาด การออกแบบสื่อโฆษณา การประเมินผลการตลาด ไปจนจบโปรเจกต์

 

ข้อดีของการจ้างเอเจนซี่

 

1. ได้ผลตอบรับที่คุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไป

เพราะเป็นการฝากงานไว้กับผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นโดยตรง จึงมีความรู้ความเข้าใจเพียงพอที่จะออกแบบโฆษณาให้ดึงดูดลูกค้าและใช้งานได้อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงไปให้มากที่สุด อีกทั้งเอเจนซี่ยังมีทีมงานที่พร้อมสร้างสื่อคอนเทนต์ให้คุณพร้อมทำให้ไม่ต้องลงทุนไปจ้าง Content Creator จากที่อื่นให้เสียเวลาอีกด้วย

 

2. ลดต้นทุนค่าฝึกอบรมพนักงาน

เพราะเอเจนซี่คือศูนย์รวมทีมผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสื่อคอนเทนต์และการตลาดไว้ในที่เดียว คุณจึงไม่ต้องเสียงบประมาณบางส่วนจัดอบรมหรือพาพนักงานเข้าร่วมงานสัมมนาด้านการตลาดออนไลน์เพิ่มเติมอีก

 

3. ได้ใช้ Marketing Tools รุ่นล่าสุด

เพราะการตลาดเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วอย่างสม่ำเสมอ อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการวัดค่าความสำเร็จจึงต้องเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย และด้วยความสามารถของเอเจนซี่ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามเทรนด์การตลาดอยู่แล้วโดยเฉพาะ ทำให้ต้องอัปเดตเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้อยู่ตลอด ทำให้รู้ผลแม่นยำ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุดมากกว่า

 

4. ลดภาระการทำงานของ In-house Marketing

โฆษณาเก่าต้องดูแล แชนแนลใหม่ก็ต้องศึกษา วิเคราะห์โฆษณาตัวเก่าก็ยังทำไม่เสร็จ ไหนจะ Realtime Content Marketing ที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวหายอีก นี่เป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อย ๆ กับทีมการตลาดประจำแบรนด์อยู่เสมอ ด้วยปัญหานี้การจ้างงานเอเจนซี่จะช่วยลดภาระที่เกิดขึ้นของฝ่ายการตลาดได้ เพราะได้คนช่วยเป็นทวีคูณ ในกรอบค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเดิม

 

5. เพิ่มเติมความรู้ไปพร้อม ๆ กับคำแนะนำจากทีมเอเจนซี่

เวลาเกิดปัญหาไม่รู้จะถามใคร ทีมเอเจนซี่คือคำตอบ เพราะมีความรู้เฉพาะทาง ความสามารถในการไล่ตามกลยุทธ์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น พร้อมกับประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานจาก Case Study จากหลายแบรนด์ ทำให้เอเจนซี่เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ตรงจุดและครอบคลุมทุกคำถามได้มากที่สุด

 

6. ปรับกลยุทธ์และแผนการตลาด ยืดหยุ่นตามปัจจัยแวดล้อมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

อย่างที่เคยกล่าวไปแล้ว เทรนด์การตลาดและเทคโนโลยีการตลาดเปลี่ยนแปลงไปแทบจะตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ การเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับแผนการตลาดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรหลีกเลี่ยง เอเจนซี่จะให้คำแนะนำได้ว่าในช่วงเวลาใดที่ควรลงทุนไปกับแพลตฟอร์มไหนมากที่สุดเพื่อให้ได้จำนวน Leads กลับมาที่สูงขึ้นตามไปด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่แบรนด์ต้องการ

หลังจากที่ทำความเข้าใจที่มาที่ไปว่าเอเจนซี่คืออะไร และมีข้อดียังไงแล้ว ต่อมาคือวิธีที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้บริการเอเจนซี่เจ้าไหนดี ผ่าน 7 วิธีเลือกบริษัทเอเจนซี่ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลจริงจากบริษัท Cotactic Media เอง (อ่านบทความเต็มคลิกที่นี่) ดังนี้


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

เอเจนซี่

 

7 วิธีเลือกบริษัท Digital Marketing Agency

 

1. เข้าใจความต้องการและวางกลยุทธ์ตามงบประมาณ

เอเจนซี่ที่ดีไม่ใช่ได้รับข้อมูลจากลูกค้ามาแล้วออกแบบโฆษณาให้เลย เอเจนซี่ที่ดีควรศึกษาและทำความเข้าใจกับภาพรวมธุรกิจของลูกค้าอย่างถ่องแท้ก่อนเป็นอันดับแรก พยายามเข้าใจรูปแบบธุรกิจให้ลึกที่สุดเท่าที่ทำได้เพื่อให้เกิดการสร้างสื่อโฆษณาที่ตรงตามแบบของลูกค้า และควรพูดคุยถึงความต้องการและเป้าหมายร่วมกันให้ชัดเจนทั้งสองฝ่าย หากเลือกไม่ถูกว่าควรเลือกที่ไหนดี เอเจนซี่หลายแห่งเองก็มีบริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นพร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ให้ฟรีเพื่อประกอบการตัดสินใจของลูกค้าได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอธิบายรายละเอียดของธุรกิจคุณให้ชัดเจนว่าทำเกี่ยวกับอะไรด้วยเพื่อการประเมินค่าใช้จ่ายที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

2. ลงผลงานรีวิวจากลูกค้าที่ผ่านมาบ้าง

เอเจนซี่แต่ละแห่งมีผลงาน จุดอ่อน จุดแข็งที่แตกต่างกันไปตามความถนัด ทั้งงานกราฟิก งานสื่อโฆษณา หรืองานเขียนคอนเทนต์ SEO ก็ตาม ผู้ประกอบการหรือนักการตลาดที่กำลังมองหาเอเจนซี่ที่มีคุณภาพควรอ่านและขอดูรีวิวผลงานที่ผ่านมาของเอเจนซี่เพื่อประเมินมุมมองแรกของการทำงานว่าตรงกับความต้องการของแบรนด์คุณหรือไม่? ระดับความพึงพอใจของผลงานเป็นที่น่าพอใจหรือเปล่า? ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนความน่าเชื่อถือของเอเจนซี่ที่คุณสนใจอยู่เป็นอย่างมาก

เอเจนซี่

3. มองหาเอเจนซี่ที่เป็นเหมือน “เพื่อนสนิทที่พร้อมให้คำปรึกษา” มากกว่าการเป็นแค่นายจ้าง-ลูกจ้าง

เพราะความห่างเหินแบบนายจ้าง-ลูกจ้าง ทำให้การทำความเข้าใจระหว่างทีมเอเจนซี่และแบรนด์เป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก การผลิตสื่อคอนเทนต์ให้ออกมามีคุณภาพจึงยิ่งยากขึ้นกว่าเดิม แต่หากมีเอเจนซี่ที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดจะช่วยให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้ “ไวกว่า” และ “ไกลกว่า” เนื่องจากกล้าที่จะเสนอไอเดียไปพร้อม ๆ กับวางกลยุทธ์ เพื่อปรับมุมมองการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้กลายมาเป็นที่ปรึกษาด้านแผนโฆษณาในระยะยาว

 

4. ผลการประเมินต้องจับต้องได้ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

การจ้างงานเอเจนซี่สิ่งที่ผู้ประกอบการและแบรนด์ต่างหวังผลมากที่สุดคือการได้ลูกค้าที่มีคุณภาพเข้ามาซื้อสินค้า / ใช้บริการแบรนด์ของตัวเอง ฉะนั้นหากมีผลลัพธ์ที่จับต้องได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้จะเป็นอะไรที่วิเศษมากทั้งฝั่งเอเจนซี่เองและฝั่งผู้ประกอบการ แต่สำหรับบางโฆษณาที่จะต้องอาศัยการโปรโมทแบบ Branding สร้างภาพจำ วางรากฐานให้กับลูกค้าก่อนอาจใช้เวลานานหลายเดือนก็ผลลัพธ์จะปรากฏ เช่น การทำคอนเทนต์ SEO คือ ปรับแต่งเนื้อหาบนเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ เพื่อให้ติดอันดับ Google Search ได้ต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 – 6 เดือนกว่าจะเห็นผล

แต่ไม่ว่ายังไงการกำหนดระยะเวลาหวังผลของโฆษณาก็จะผันแปรตามความยาก – ง่ายของโฆษณา ดังนั้นถ้าเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดที่กินเวลานาน ควรคอยรายงานความคืบหน้าให้กับลูกค้าเป็นระยะ ๆ และใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการตรวจวัดค่าประสิทธิภาพของโฆษณาที่เหมาะสมกับโฆษณาแต่ละชนิด

 

5. รู้ทัน รู้ลึก รู้จริง อัปเดตเทรนด์ที่กำลังมาแรงตลอดเวลา

นับตั้งแต่โลกถูกเปลี่ยนให้มีการใช้งานออนไลน์มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต อย่างการสั่งอาหาร เรียกแท็กซี่ Online Banking หรือแม้แต่การทำงานออนไลน์ก็ทำให้เทรนด์โลกถูกเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด เรียกได้ว่าแทบจะเปลี่ยนกันเดือนต่อเดือนกันเลยทีเดียว

ดังนั้นวงการ Digital Marketing Agency ต้องหมั่นอัปเดตเทรนด์และเรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัลอยู่สม่ำเสมอ เพราะสื่อได้ว่าเอเจนซี่เจ้านั้นไม่เคยหยุดเรียนรู้และรู้จักการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ย่ำอยู่แต่ในสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุดเพียงอย่างเดียว ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดที่คุณสามารถรับรู้ถึงความเท่าทันกระแสโลกของเอเจนซี่เจ้านั้น ๆ ก็ให้ดูจากหน้าคอนเทนต์บนเว็บไซต์หรือจะเป็นแฟนเพจของเอเจนซี่เจ้านั้น ว่ามีการลงคอนเทนต์ที่เป็นกระแสหลักมากแค่ไหน มอบทักษะ ความรู้ใหม่ ๆ ที่คนกำลังสนใจ หรือสามารถเข้าถึงความสนใจของคนทั่วไปได้มากน้อยแค่ไหน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบการตัดสินใจเลือกเอเจนซี่ที่ใช่สำหรับมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

6. เจอเอเจนซี่ราคาถูกก็ถือว่าดี แต่ถ้าบริการดีและผลลัพธ์ดียิ่งกว่าก็ถือว่ามีชัยไป “กว่าครึ่ง!”

ในหนังสือที่สอนเกี่ยวกับการบริหารตัวเองในการทำงานหลายเล่มกล่าวคล้าย ๆ กันว่า การจะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ใช้เวลาน้อยสุด เพิ่มเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น วิธีหนึ่งคือต้องรู้จักใส่ใจในทุกรายละเอียดและงานทุกชิ้นต้องทำออกมาแล้วมีคุณภาพ หากทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรก็จะต้องคอยกลับมาแก้ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียทั้งเงินและเวลา บางเอเจนซี่แม้คุณจะคิดว่าเลือกมาดีแล้ว แต่กลับทำงานให้จบ ๆ ไปในแต่ละโปรเจ็ก ไม่มีการใส่ใจหรือบริการหลังการขายที่เหมาะสม ผลลัพธ์โฆษณาก็ดูล่อแล่ท่าจะไปไม่รอด เสียเงิน เวลา และความรู้สึกของคุณไปอีก

วิธีการเลือกเอเจนซี่ที่ช่วยตัดปัญหานี้ไปได้ ควรเลือกเอเจนซี่ที่เสนอค่าบริการที่เป็นธรรม เต็มใจให้บริการ ถ้าแบรนด์ไหนมีงบประมารจำกัดกลัวว่าทำโฆษณาแล้วจะได้กลุ่มลูกค้าไม่พอ สามารถปรึกษากับเอเจนซี่ได้โดยตรงเลย ก่อนที่จะมีการทำสัญญาทำธุรกิจร่วมกัน

 

7. เลือกบริษัทที่มีชื่อเสียง ดีจริงหรือเปล่า?

บริษัทเอเจนซี่เจ้าดังในไทยที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ส่วนมากแล้วจะเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในต่างประเทศ มากด้วยประสบการณ์และความน่าเชื่อถือสูง ประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ รู้ลึก รู้จริง และสิ่งที่ตามมาสำหรับเอเจนซี่คุณภาพดีและดังเหล่านี้คือ ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว ซึ่งแน่นอนว่าไม่เหมาะกับธุรกิจเปิดใหม่หรือแบรนด์ที่มีงบการตลาดไม่สูงมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงที่สั่งสมมานานของเอเจนซี่ทำให้มีคนสนใจจำนวนมาก ต้องเข้าคิวกันยาวเหยียดเพื่อขอคำปรึกษาจากบรรดาเอเจนซี่ที่มีชื่อเสียง

 

แต่โชคดีที่ตอนนี้มีเอเจนซี่ด้านการตลาดเกิดใหม่ขึ้นมามากมายที่มีขนาดเล็กลงมา ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายด้านการตลาดได้ไม่แพ้บริษัทดัง ๆ และยังได้ราคาที่ถูกลงกว่าด้วย แต่มีข้อควรระวังคือ ควรศึกษาที่มาและภูมิหลังของเอเจนซี่ให้ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญา สามารถตรวจสอบและมีผลงานจริงที่จับต้องได้มาให้ดูอย่างเปิดเผย


Reading Time: 3 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

หากคุณรู้สึกว่าการทำการตลาดของ In-house เริ่มทำงานเกินกำลังหรือคิดว่าตัวคุณยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจด้าน Digital Marketing เพียงพอ ต้องการขอคำปรึกษาและกำลังมองหาเอเจนซี่ที่มีคุณสมบัติเพรียบพร้อมในการทำโฆษณาให้กับแบรนด์คุณ ก็สามารถใช้ 7 วิธีคัดเลือกเอเจนซี่ที่กล่าวมาข้างต้นในการมองหาเอเจนซี่ที่ใช่สำหรับคุณ เหมือนอย่างที่ Cotactic บริษัท Digital Marketing Agency ที่มีผลงานชัดเจน ตรวจสอบได้ ดูแลธุรกิจให้กับแบรนด์ดัง ๆ มาแล้วมากมายกว่า 60 แบรนด์ พร้อมประสบการณ์การให้คำปรึกษานานกว่า 5 ปี

 

——————————————————————–

 

ร่วมงานกับทีม Cotactic Media หนึ่งในบริษัทโฆษณาออนไลน์ชั้นนำของเมืองไทย ที่จะช่วยให้คุณตอบโจทย์การหาลูกค้าให้คุณได้ตามเป้าหมายแบรนด์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Brand Awareness หรือ Lead Generation ก็ทำได้หมด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกับทีม Cotactic เพื่อให้เราเป็น Collaborative Marketing Partner ทำงานเป็นทีมร่วมกันกับคุณ

 

——————————————————————–

 

ติดต่อ

โทร.065-095-9544

Inbox: https://m.me/cotactic

Line@: https://line.me/R/ti/p/@cotactic

 

ขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล

 https://m-creation.co/knowing-about-business-agency/ 

http://www.dnatevent.com/8-types-of-advertising-agencies.html 

https://marketreading.com/th/15-benefits-of-hiring-an-advertising-agency.html 

 

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC