November 28, 2022

Keyword Match Types ใน Google Ads คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

Reading Time: 2 minutes

Match Type (Keyword match types) หรือ Keyword matching option คือรูปแบบการจัดประเภทของ Keyword ที่ทาง Google นำมาใช้เพื่อให้ทุกคนที่ทำโฆษณาสามารถจัดการกับกลุ่ม Keyword ของตัวเองได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้ตัวโฆษณาที่สร้างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น ซึ่งเราสามารถกำหนดประเภทของตัว Keyword ได้ง่าย ๆ ด้วยการใส่เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ เข้าไป เพื่อกำหนดให้คำหลักคำนั้นทำงานอย่างที่เราต้องการ โดยในปัจจุบันประเภทของ Keyword ที่ถูกใช้โฆษณา Google Ads นั้นมีอยู่ด้วยกัน ดังนี้

 

1.Broad match

Broad match คือ Keyword match type ที่ทำงานแบบกว้าง หากคุณเลือกใช้ Keyword ประเภทนี้ โฆษณาของคุณมีโอกาสที่จะปรากฏให้เห็นเมื่อมีคนใช้คำที่มีความหมายคล้าย คำที่มีความหมายเหมือนกัน หรือคำที่มีลักษณะการพิมพ์ที่ใกล้เคียงกับ Keyword ที่คุณกำหนดไว้ในการค้นหา เช่น หากเราใช้ Keyword ว่า แผนควบคุมอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ ตัวโฆษณาอาจจะปรากฏเมื่อมีคนค้นหาด้วยคำว่า อาหารปลอดคาร์โบไฮเดรต, การควบคุมอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ, สูตรอาหารแคลอรี่ต่ำ หรือโปรแกรมควบคุมอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ เป็นต้น โดย Keyword ประเภทนี้ไม่ต้องใส่สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายใด ๆ เพื่อใช้งาน

 

Keyword match type brpad

ที่มา: support.google.com/google-ads/answer

 

ข้อดีของ Broad match

  • ช่วยให้ตัวโฆษณามีการแสดงผลที่มากขึ้น ทำให้กลุ่มเป้าหมายและผู้บริโภคทั่วไปมีโอกาสที่จะพบเห็นโฆษณามากกว่าปกติ
  • เพิ่มโอกาสให้กับตัวธุรกิจเพราะยิ่งมีคนเห็นมาก ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเกิดกิจกรรมการซื้อขายมากขึ้น
  • สามารถเข้าไปเช็กใน Search Term Report เพื่อค้นหา Keyword ใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

 

ข้อเสียของ Broad match

  • แม้การที่โฆษณาถูกพบเห็นมากจะเป็นเรื่องดี แต่ก็ใช่ว่าทุกคลิกที่เข้ามาจะมีคุณภาพ คนที่คลิกเข้ามาอาจจะไม่ได้สนใจสินค้าหรือบริการของคุณ ซึ่งมันอาจทำให้คุณต้องเสียเงินฟรี และอาจทำให้ Google คิดว่าโฆษณาของคุณไม่มีคุณภาพก็เป็นได้ 
  • ตัวโฆษณาอาจสร้างความรำคาญให้กับผู้บริโภคที่ไม่ต้องการจะเห็น จนทำให้ตัวธุรกิจเสียภาพลักษณ์ก็เป็นได้

 

2.Phrase Match

Phrase Match คือ Keyword match type ประเภทวลีหรือรูปแบบประโยค ที่ได้รับการยกเครื่องและปรับปรุงการทำงานใหม่ตั้งแต่กลางปี 2021 ที่จากเดิมระบบจะแสดงโฆษณาให้กับคนที่ใช้คำค้นหาที่มี Keyword ที่ถูกกำหนดไว้ในประโยค โดยที่คำคำนั้นต้องไม่ถูกแทรกกลางหรือถูกสลับเปลี่ยนลำดับใด ๆ แต่ในปัจจุบัน Phrase Match มีขอบเขตการทำงานที่กว้างและยืดหยุ่นขึ้น โดยตัวโฆษณาจะปรากฏให้คนที่ใช้คำค้นหาเห็นมากขึ้น แม้ว่าคำคำนั้นจะถูกแทรกกลางหรือถูกสลับตำแหน่งหน้าหลังในประโยค (แต่ต้องคงความหมายเดิม) เช่น หากเราใช้ Keyword ว่า “รองเท้าเทนนิส” ตัวโฆษณาอาจจะปรากฏเมื่อมีคนค้นหาด้วยคำว่า รองเท้าเล่นเทนนิส, ซื้อรองเท้าเทนนิสลดราคา หรือรองเท้าเล่นเทนนิสสีขาว เป็นต้น ซึ่ง Keyword ประเภทนี้ ต้องใส่เครื่องหมาย “” ล้อมรอบคำที่เราต้องการเพื่อใช้งาน

 

Phrase Match

ที่มา: support.google.com/google-ads/answer

 

ข้อดีของ Phrase Match

  • เป็นประเภท Keyword ที่ควบคุมได้ง่ายกว่า Broad match ช่วยให้ตัวโฆษณาปรากฏแก่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาได้ในระดับหนึ่ง เพราะตัว Ads จะแสดงให้ลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ เห็นเป็นส่วนใหญ่

 

ข้อเสียของ Phrase Match

  • แม้ Phrase Match จะควบคุมได้ง่ายกว่า แต่เราก็อาจต้องมาเพิ่ม Negative Keyword ในภายหลัง เพื่อให้ตัวโฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

3.Exact Match

Exact Match คือ Keyword match type ที่มีการจับคู่คำแบบตรงกันทั้งหมด ถือเป็นประเภท Keyword ที่มีการทำงานเฉพาะเจาะจงที่สุด กล่าวคือหากคุณเลือกใช้ Keyword ประเภทนี้ โฆษณาของคุณจะปรากฏให้กับคนที่ใช้คำค้นหาตรงกับคำที่คุณกำหนดไว้ หรือคำที่มีความหมายคล้ายกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเราใช้ Keyword ว่า [รองเท้าสำหรับผู้ชาย] ตัวโฆษณาอาจจะปรากฏเมื่อมีคนค้นหาด้วยคำว่า รองเท้าสำหรับผู้ชาย, ผู้ชายรองเท้า, รองเท้าผู้ชาย, รองเท้าบุรุษ หรือรองเท้าสำหรับบุรุษ เป็นต้น โดยสามารถใช้งาน Keyword ประเภทนี้ได้ ด้วยการใส่เครื่องหมาย [] ล้อมหน้าหลังคำที่เราต้องการ

 

Keyword Exact Match

ที่มา: support.google.com/google-ads/answer

 

ข้อดีของ Exact Match

  • การใช้ Exact Match จะช่วยให้โฆษณาของเราไปปรากฏกับกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ได้อย่างชัดเจนที่สุด 
  • ช่วยประหยัดงบในการโฆษณาได้อย่างมหาศาล เพราะคนที่คลิกเข้ามาคือกลุ่มเป้าหมายของตัวธุรกิจจริง ๆ 
  • เนื่องจากคนที่ค้นหาและคลิกโฆษณาคือลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ ก็ทำให้พวกเขาอยู่ในเว็บไซต์ได้นานขึ้นไม่กดออกทันที ระบบของ Google จะมองว่าโฆษณาของเรามีคุณภาพ ซึ่งส่งผลดีโดยตรงต่อตัวธุรกิจ

 

ข้อเสียของ Exact Match 

  • บางครั้งอาจทำให้เข้าถึงลูกค้าได้น้อยเพราะตัว Keyword มีความเจาะจงและแคบมากเกินไป
  • ไม่เหมาะกับการทำ Brand Awareness
  • เราอาจพลาดหรือมองไม่เห็นคำใหม่ ๆ ที่ลูกค้าใช้ในการค้นหา ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการทำ Google Ads
  • อาจเสียโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งาน Keyword ผิดหรือไม่ตรงกับคำที่กำหนดไว้

 

4.Negative Keyword 

Negative Keyword เป็นชุด Keyword ที่เรากำหนดไว้เพื่อไม่ให้โฆษณาปรากฏขึ้นมา หากมีคนใช้คำคำนั้นในการค้นหา เป็นอีกหนึ่งวิธีคุณภาพในการช่วยคัดกรองลูกค้าเพื่อไม่ให้โฆษณาปรากฏขึ้น เมื่อมีการค้นหาที่ไม่ตรงตามเป้าหมาย เช่น หากธุรกิจของคุณใช้ Keyword คือ หน้ากากผ้า เราอาจเลือกใช้ Negative Keyword เป็น -The Mask Singer หรือ -หน้ากากทุเรียน เพื่อช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เป็นต้น โดยเราสามารถใช้งาน Keyword ประเภทนี้ได้ด้วยการใส่เครื่องหมาย – ไว้หน้าคำที่เราต้องการ

 

ข้อความระวังในการใช้ Negative Keyword

  • ควรเลือก Negative Keyword อย่างรอบคอย เพราะหากใช้มากเกินไปตัวโฆษณาอาจเข้าถึงลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้น้อยลง
  • ตัวโฆษณาอาจจะยังแสดงให้เห็นได้หากผู้ค้นหาใช้คำที่ใกล้เคียงกับ Negative Keyword ที่กำหนดไว้
  • ตัวโฆษณาอาจจะยังแสดงให้เห็นหากผู้ค้นหาใช้วลีหรือประโยคขนาดยาวกว่า 16 คำ แล้ว Negative Keyword อยู่หลังคำที่ 16 เป็นต้นไป

 

 Keyword match type1

ที่มา: support.google.com/google-ads/answer

 

สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจควรรู้เกี่ยวกับการทำ Google Ads คือมันไม่มีสูตรเฉพาะหรือสูตรสำเร็จในการเลือกใช้งาน Keyword คุณสามารถเลือกใช้งาน Keyword match type อะไรก็ได้ เลือกใช้คำหรือวลีแบบไหนก็ได้ เพราะแต่ละธุรกิจต่างก็มีปัจจัยมากมายที่ล้วนแล้วแตกต่างกันไป ดังนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายและข้อมูลทั้งหมดที่คุณมี ว่าจะวางกลยุทธ์และเลือกใช้งานคำแบบไหน ด้วยเหตุนี้คุณจึงจำเป็นต้องทำการศึกษาและวิเคราะห์ Keyword ที่จะนำมาใช้อย่างถี่ถ้วน เพื่อให้ตัวโฆษณาสามารถสร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของตัวธุรกิจให้ได้มากที่สุดนั่นเอง


หากคุณต้องการที่ปรึกษา หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

Reading Time: 2 minutes

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

 

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

 

——————————————————————–

ขอบคุณข้อมูลจาก

blog.ourgreenfish.com

digi-era.co

digitalmindhub.com

Digitorystyle.com

support.google.com

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

ทำ SEO ช่วยเพิ่ม Organic Traffic อย่างมีคุณภาพ ทำให้เว็บไซต์ไม่ตกอันดับ

Reading Time: 2 minutes หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยสำหรับคนทำเว็บไซต์ก็คือ จำนวนยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่มีจำนวนไม่มาก หรือมีคนเข้ามาชมเว็บไซต์น้อยเกินไป ทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลง เว็บไซต์ไม่ติดอันดับการค้นหาบน Search Engine ซึ่งการทำ SEO เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอด Organic Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี แถมยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์นั้นยังเป็นยอดผู้เข้าชมที่มีคุณภาพ ส่งผลต่อการติดอันดับของเว็บไซต์ ในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักให้มากขึ้นกว่าเดิมกันว่า ว่าออแกนิคTraffic คืออะไร มีความเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อย่างไรบ้าง แล้วการทำ SEO จะสามารถช่วยเพิ่มยอดผู้เข้าชมให้กับเว็บไซต์ของเราได้มากน้อยขนาดไหน มาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันเลย    ทำความรู้จัก Organic Traffic คืออะไร  คือ จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ ที่เข้ามาชมเว็บไซต์อย่างธรรมชาติ โดยจะเข้าชมผ่านการใช้ Keyword ในการค้นหาบนหน้า Search Engine หรือ Google นั่นเอง ซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์อย่างเป็นธรรมชาตินั้นจะมีความแตกต่างจากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์จากการยิง Ads โฆษณา หรือ Paid Traffic   เนื่องจากการเข้าชมเว็บไซต์แบบออแกนิค Traffic นั้นไม่ต้องเสียเงินในการทำโฆษณา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเห็น และกดเข้ามารับชมเว็บไซต์ […]

Reading Time: 2 minutes

COTACTIC