วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

หากคุณกำลังมองหาวิธีการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพให้ตรงตามมาตรฐานของ SEO คุณก็ควรรู้ว่าแก่นของ SEO คืออะไร มีวิธีการทำ SEO มาจากการเลือกสรร Keyword ให้เหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณมากที่สุด ซึ่งเราสามารถใช้โปรแกรมค้นหาคีย์เวิร์ดฟรี มาช่วยวิเคราะห์รายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้เราได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดประสงค์ของเรามากที่สุด  ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้กระจ่างกันว่า Keyword คืออะไร สำคัญอย่างไรต่อการทำ SEO

 

Keyword คืออะไรในความหมายของ SEO

 

Keyword คือ คำหรือวลีที่ผู้ใช้งาน Search Engine หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือ Google, Bing และ Yahoo ใช้ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ต่าง ๆ นั่นเอง นอกจากนี้บางคนในวงการ SEO ยังเรียก Keyword ว่า Query และ Search Term อีกด้วย แม้ว่าจะเรียกต่างกันแต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะสุดท้ายการใช้งานก็เหมือนกันอยู่ดี

 

Keyword คืออะไรสำคัญอย่างไร Keyword Research คืออะไร

ขอบคุณรูปภาพจาก : yoast.com

 

Keyword Research คืออะไร

 

การวิจัย Keyword คือ การนำไอเดียต่าง ๆ ที่เราจะใช้เป็น Keyword มาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพราะการวิจัย Keyword เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของกระบวนการทำ SEO ทั้งหมด ซึ่งในการทำ SEO ของบริษัทรับทำ SEO ก็จะมีเทคนิกการทำที่ต่างกันครับ  โดยทาง Cotactic จะมาสอนการทำซึ่งคุณสามารถเริ่มต้นทำ Keyword Research ได้ตามขั้นตอนดังนี้

 

  • ระบุจุดประสงค์ของเว็บไซต์คุณให้ได้ว่าสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร เช่น ขายสินค้า, ทำการตลาดให้แบรนด์ต่าง ๆ, ให้ความรู้หรือข่าวสารต่าง ๆ เป็นต้น

 

  • รู้ว่าควรจะใช้ Keyword ประเภทไหนและหาไอเดียเพิ่มเติมจากเครื่องมือค้นหา Keyword

 

  • อ่านค่า Metrics ที่ใช้บอกข้อมูลของ Keyword ตัวนั้น ๆ ได้

 

  • เข้าใจ Search Intent ของ Keyword ตัวนั้นว่าคืออะไร เช่น 

              เช่น : “ซื้อ Vivo V19”   Search Intent คือ คนต้องการซื้อสินค้า เปรียบเทียบกับ               

                        “Vivo V19 ดีมั้ย” ก็จะหมายถึงต้องการเปรียบเทียบสินค้า หรืออ่านรีวิว เป็นต้น

 

Keyword ประเภทต่าง ๆ 

 

การแยกประเภท Keyword สำคัญอย่างไร ? ถ้าถามว่าเราจำเป็นจะต้องรู้ด้วยหรือ ก็ขอตอบเลยว่าจำเป็นเนื่องจากเราสามารถวิเคราะห์หาความต้องการของ User ได้จาก Keyword ที่ใช้ค้นหา เมื่อเรารู้ความต้องการของ User เราก็จะรู้ว่าควรใช้ Keyword อะไร และควรเขียน Content แบบไหน    ซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทของ Keyword ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

 

1.การแบ่ง Keyword ตามปริมาณการค้นหา

 

  • Seed Keyword คือ คำค้นหาหลักของเว็บไซต์เราแบบกว้าง ๆ มีปริมาณการค้นหาที่สูงจึงทำให้คู่แข่งเยอะ การติดอันดับก็ยากตาม เช่น คำว่า  Album, รถยนต์, น้ำหอม เป็นต้น

 

  • Niche Keyword คือ คำที่ขยายความจาก Seed Keyword อีกที จึงมีความเจาะจงมากกว่า มีปริมาณการค้นหาไม่สูงมาก เช่น Album K-pop, รถยนต์ Toyota, น้ำหอม Si  เป็นต้น

 

  • Longtail Keyword คือ คำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง มักประกอบไปด้วย 3-4 คำ ขึ้นไป ซึ่งสามารถสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน มีการระบุรุ่น ยี่ห้อ หรือที่ตั้งต่าง ๆ ไว้ชัดเจน มีปริมาณการค้นหาที่ไม่สูงมากแต่ถ้าเราสามารถทำ Keyword ประเภทนี้ให้ติดอันดับได้ เราก็มีแนวโน้มที่จะขายสินค้า และบริการได้มาก เช่น Album K-pop GOT7, รถยนต์ Toyota แบมแบม, น้ำหอม Si 15 ml เป็นต้น

 

2.การแบ่ง Keyword ตามจุดประสงค์ในการค้นหา

 

  • Brand  Keyword  คือ คำที่ใช้ค้นหาแบรนด์สินค้า หรือชื่อบริษัท

 

  • Product Keyword  คือ คำที่ใช้ค้นหาสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ โดยที่ระบุชัดเจนว่าเป็นสินค้าตัวไหนมากกว่าเป็นชื่อแบรนด์กว้าง ๆ 

 

  • Q & A Keyword  คือ คำที่ User ใช้หาคำตอบที่ตนเองสงสัย เช่น Vivo กล้องดีมั้ย เป็นต้น

 

  • Informative Keyword คือ คำค้นหาที่มีลักษณะเป็น How To หรือต้องการค้นหาข้อมูล

 

  • Generic Keyword คือ คำกว้าง ๆ ที่แสดงถึงสินค้าและบริการ เช่น ครีมทาผิว, เรียนภาษาอังกฤษ ฯลฯ

 

  • Competitor Keyword คือ เหมือนกับ Brand Keyword แตกต่างกันตรงที่ใช้ค้นหาแบรนด์คู่แข่ง

 

  • Promotion – Campaign Keyword คือ คำที่ดึงดูดผู้ซื้อด้วยสิทธิพิเศษต่าง ๆ 

          เช่น ผ่อน 0%, Shopee 9.9 เป็นต้น

 

Keyword คืออะไร สำคัญอย่างไร วิธีคัดเลือก Keyword ที่ดี

 

วิธีคัดเลือก Keyword ที่ดี

 

1.เลือก Keyword ที่มี Search Volume สูง

Search Volume คือ ปริมาณผลการค้นหา Keyword นั้น ๆ ต่อเดือน เราควรเลือกที่มีจำนวน 100 – 200 ครั้ง เป็นอย่างต่ำ ซึ่งเราสามารถดูได้ที่ Metric ที่ชื่อว่า Avg.monthly searches

 

2.ควรเลือกใช้ Keyword ที่ความหมายไม่กว้างจนเกินไป

เนื่องจาก Keyword คือ ตัวบ่งชี้ความต้องการของ User เราจึงจำเป็นต้องเลือก Keyword ที่บอกจุดประสงค์ของผู้หาไว้อย่างชัดเจน เช่น เสื้อสูทเกาหลีมือสอง เป็นต้น

 

3.เลือก Keyword ที่ตอบจุดประสงค์เว็บไซต์เรา

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นเว็บไซต์ที่บริการทำ SEO เราก็ช่วยใช้ Keyword “รับทำ SEO” เป็นต้น

 

4.เลือก Keyword ที่การแข่งขันไม่สูงเกินไป

หากเราเพิ่งเริ่มทำ SEO การจะใช้ Keyword ที่มีการแข่งขันสูงให้ติด Rank อันดับต้น ๆ นั้น เป็นไปได้ยากมาก ฉะนั้นเราควรเลือกใช้ Keyword ที่ง่ายกว่า แล้วรอจนเราติดอันดับต้น ๆ ได้หลาย Keyword ก่อน เมื่อ Google เห็นว่า Domain Authority เราสูงขึ้นแล้ว ( เว็บไซต์เราเริ่มแข็งแกร่ง ) เราค่อยกลับมาสู้กับ Keyword ยาก ๆ ใหม่

ส่วนวิธีดูว่า Keyword ตัวไหนมีการแข่งขันที่สูงหรือไม่นั้นเราสามารถตรวจสอบได้โดย ใช้โปรแกรม Google Keyword Planner ( ดูที่ช่อง Competitor ) หรือ Ahrefs ( ดูที่ช่อง Keyword Difficulty ) เป็นต้น 

 

5.ไม่ควรใช้ Keyword เพียงตัวเดียว

การทำ SEO เราไม่ควรเลือกใช้ Keyword เพียงแค่ตัวเดียว เนื่องจากมีความเสี่ยงเกินไป เราจึงควรเลือก Related Keyword มาทำ SEO ควบคู่กันไปด้วยอย่างน้อย 5 คำ หาก Main Keyword ของเราไม่ติดอันดับก็ยังมี Keyword สำรองให้ได้ลุ้นกันต่อไป

 

จากวิธีการทำ Keyword Research และวิธีการคัดเลือก Keyword ที่ได้แนะนำไปนั้น สรุปได้ว่าประการแรก เราต้องเข้าใจจุดประสงค์ของเว็บไซต์เราก่อนจึงจะนำ Keyword ที่ผ่านการคัดเลือกแล้วมาเขียนบทความ ขั้นตอนสุดท้ายหลังจากนำบทความลงเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว เราก็ควรกลับมาวัดผลเว็บไซต์ของเราโดยใช้โปรแกรมอย่างเช่น Serp Robot ตรวจสอบว่าอยู่อันดับที่เท่าไหร่ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงจุดบกพร่องต่อไป

 

——————————————————————– 

 

หากคุณต้องการที่ปรึกษาบริษัทรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

 

——————————————————————–

 

ขอบคุณข้อมูลจาก:                                   

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

responsive web design

Responsive Web Design คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อเว็บไซต์ (2024)

LSI keywords

LSI Keywords คืออะไร? เผยเทคนิควิธีการใช้ให้ถูกหลัก SEO

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here