July 14, 2020

Checklist 8 พื้นฐานการทำ SEO ที่คุณต้องมี

Reading Time: 4 minutes

เช็กสักนิดกับพื้นฐานการทำ SEO

SEO คือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่หลายบริษัท หลายแบรนด์ในประเทศไทยและทั่วโลกต่างใช้ เพื่อให้ Website แบรนด์ของคุณอยู่อันดับที่ดีของ Search Engine แต่ถ้าธุรกิจของคุณยังไม่เริ่มทำ SEO วันนี้ก็สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญรับทำ SEO หรือทำ SEO ด้วยตัวเองได้ง่าย ๆ วันนี้ Cotactic ของเราเตรียม 8 Check List พื้นฐานการทำ SEO ที่ใครก็สามารถทำได้ 


1. ติดตั้ง Google Analytic & Google Search Console

  • Google Analytic

เป็นเครื่องมือที่คอยเก็บข้อมูลใน Website ของคุณ เช่น ข้อมูลของผู้เข้าเยี่ยมชม Website พฤติกรรมการใช้ Web Site เวลาที่ใช้ใน Website เพื่อนำไปวิเคราะห์และปรับปรุงส่วน SEO 

  • Google Search Console

เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยดูแล Website ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงจำนวนคนเข้า Website ด้วย Keyword ตัวไหน, ตรวจสอบสถานะข้อผิดพลาดของ Website, ทำการรวบรวม Backlink ที่เข้ามาใน Website มีจำนวนเท่าไหร่แล้วมาจากที่ไหนบ้าง และ Google Search Console ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Google เข้ามาเก็บข้อมูลใน Website คุณได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยในการจัด Ranking บน Google Search


2. Keyword Research

Keyword Research หรือก็คือการวิเคราะห์ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ หรือเป็น Keyword ที่ต้องการให้ลูกค้าค้นหาคำนี้และเจอ Website ธุรกิจของคุณอยู่หน้าแรกของการ Search ทั้งนี้การเลือก Keyword คุณสามารถใช้เครื่องมือ Keyword Planner ในการ Research ได้ แต่ถ้าคุณไม่มีเครื่องมือนี้ คุณสามารถใช้ช่อง Search ของ Google ในการเลือก Keyword ที่คุณต้องการได้ 

โดยการเลือก Keyword สำหรับการทำ SEO ควรเลือก Keyword ที่มีความหลากหลายทั้งเป็น Keyword ตรงๆ อย่างเช่น Keyword คำว่า “รองเท้า” ซึ่งจะเป็นคำหลักและเป็นคำกว้างๆของธุรกิจของคุณ 

รวมถึง Long Tail Keyword ที่จะยาวขึ้นจากเดิม มีการขยายความของ Keyword หลัก อย่างเช่นคำว่า “รองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิง” หรือ “รองเท้าผ้าใบสีขาว” เป็นต้น 

Question Keyword ที่จะเป็น Keyword แบบคำถามอย่างเช่น “รองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิงแบบไหนดี” หรือ “รองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อไหนดี”

รองเท้า>>>รองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิง>>รองเท้าผ้าใบสำหรับผู้หญิงแบบไหนดี

หากคุณไม่มี Keyword Planner คุณสามารถ Search Keyword ที่คนส่วนใหญ่ Search
ด้วยช่อง Google Search

3.Title & Meta Description

  • Title

Title Tag เป็นส่วนประกอบของ HTML ที่เป็นส่วนระบุว่าเนื้อหาของหน้า Website (Web Page Content) ซึ่งการตั้งชื่อ Title Tag ที่ดีต่อการทำ SEO ก็คือการนำ Keyword หลัก 1 Keyword ที่ต้องการใส่เข้าไปใน Title Tag ควรอยู่ในจำนวน 50–60 Characters และควรเป็นข้อความที่สั้น กระชับ 


  • Meta Description

เป็นส่วนของ HTML ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นรูปแบบ ที่มีหน้าที่อธิบายเนื้อหาแบบย่อ การเขียนเนื้อหา Meta Description ที่ดีต่อการทำ SEO ก็คล้ายกับการเขียน Title คือการใส่ 1 Keyword ที่คุณจะทำ SEO ลงในคำอธิบาย จำนวนของ Meta Description ควรอยู่ในจำนวนประมาณ 155-160 Characters 

คุณสามารถเช็กความยาว Characters ของ Title & Meta Description ได้ที่ Website นี้ https://seomofo.com/snippet-optimizer.html

4.Heading

Heading หรือหัวเรื่อง ซึ่งในการทำ Heading ของ SEO จะมีทั้ง H1, H2, H3, H4, H5, H6 โดย H1 คือหัวข้อหลักของหน้า URL ส่วน H2 ก็คือหัวข้อรอง H3 คือหัวข้อย่อย ส่วน H4, H5, H6 จะเป็นหัวข้อย่อยลงมาอีก ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากเท่าไหร่ 

ทั้งนี้การเขียน Heading ต่างๆ ควรจะมี Keyword ที่คุณต้องการทำ SEO อยู่ด้วย แต่ก็ควรเป็น Keyword ที่มีความหลากหลาย ควรผสมทั้ง Long Tail Keyword เข้าไปด้วย เพื่อความเป็นธรรมชาติ

รองเท้าผ้าใบผู้หญิง

รองเท้าผ้าใบผู้หญิง

Classy รองเท้าผ้าใบผู้หญิงแฟชั่น สีขาว

Ease รองเท้าผ้าใบผู้หญิง รุ่น Revolution 2 MSL

ทั้งนี้คุณสามารถเช็ก Heading ของคุณได้ที่ HTML Code ของ Website คุณ หรือสามารถโหลดโปรแกรม SEOquake โปรแกรมตรวจสอบ SEO พื้นฐาน

5. Internal Link & External Link

  • Internal Link

คือ การใส่ Link ภายใน Website ของคุณ ซึ่งตำแหน่ง Internal Link ที่มีผลต่อการทำ SEO มากที่สุด คือ ตำแหน่งของเนื้อหา หรือส่วนของ Content ทั้งนี้การใส่ Internal Link เราสามารถเชื่อมโยง Link หน้าอื่นๆของ Website ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง และควรใส่ที่ Keyword หลักของ Link หน้านั้นๆ เมื่อ Search Engine ทำการ Crawling Website จะมองว่า Website ของคุณมีเนื้อหาในทิศทางเดียวกัน มีการทำโครงสร้าง Link ภายใน Website ที่เป็นระบบและชัดเจน ซึ่งเป็นข้อดีในการทำ SEO ในเรื่องโครงสร้าง Link ตัวอย่าง Internal Link

บทความ 7 เหตุผลที่เจ้าของธุรกิจควรใช้เทคนิค SEO 

จาก Link ข้างต้นเป็น Link จาก Website ของ Cotactic ซึ่ง Link แบบนี้คือ Internal Link

  • External Link

คือ การใส่ Link ไปยัง Website อื่นที่ไม่ใช่ Website Domain ของคุณ ซึ่ง External Link นี่จะอยู่ในหน้า Website ของคุณ จะเป็นรูปแบบคล้ายๆกับ Reference Link ที่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อื่นนั่นเอง แนะนำว่าควรเลือก Website ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และควรเป็น Website ที่มีคุณภาพ หรือเป็น Website ที่มีค่าเว็บสูง และห้ามใส่ Link ที่ไป Website คู่แข่งอย่างเด็ดขาด! เพราะจะเป็นการเพิ่มคะแนน SEO ให้คู่แข่งแทน ตัวอย่าง External Link

ทำความเข้าใจ External Link เพิ่มเติม

จาก Link ข้างต้นเป็น Link ที่ไม่ได้มาจาก Website Cotactic  แต่เป็น Link ที่ให้ข้อมูลเรื่อง External Link จาก moz 

ซึ่งเป็น Website ออกแบบเครื่องมือ SEO ที่คนทั่วโลกรู้จัก


6. Image 

การทำ SEO รูปภาพ คือการทำให้รูปของ Website ปรากฎบนหน้า 1 ของ Google หรือก็คือ Google Image Search ซึ่งก็เป็นอีกสิ่งที่ช่วยเพิ่มปริมาณผู้เข้าชม Website ของคุณ ซึ่งสถิติจาก mdgadvertising พบว่า 60% ของลูกค้า จะติดต่อกับร้านค้าที่มีสินค้าปรากฎบนการค้นหา และ 67% จะตัดสินใจซื้อ ถ้ารูปดูน่าดึงดูด โดยการทำ SEO รูปภาพ แนะนำให้คุณตั้งชื่อรูปภาพเป็น Keyword และใส่ Code Alt image ใน HTML 

รองเท้าผ้าใบผู้หญิงแบบผูกเชือกรุ่น 9108 คุ้มค่าเกินราคา พร้อมส่ง รับสินค้าเร็วมาก

จะเห็นได้ว่า alt image จะปรากฎในส่วนของ HTML Code และข้อความที่ต่อจาก alt = จะเป็นข้อความที่มี Keyword อยู่ภายใน

7. SEO Content

ไม่ว่า URL หน้านั้นจะเป็นหน้าขายสินค้า แนะนำตัวสินค้า หรือจะเป็นส่วน Content หากคุณต้องการทำ SEO คุณควรมี SEO Content ซึ่ง SEO Content ไม่ต่างจาก Content Marketing หรือบทความทั่วไป อยู่ที่ว่า Target ของ Content นี้คือใคร 

เพียงแค่ SEO Content จะต้องมี Keyword อยู่ในบทความ ซึ่งกระจายอยู่ทั้งใน Title, Description, Heading, Alt image และส่วนอื่นๆ ทั้งนี้การมี SEO Content จะเป็นทั้งผลดีต่อผู้ค้นหาที่ต้องการอ่านบทความ และผลดีต่อ Website ของคุณ เพราะ Search Engine จะมองว่า Content มีคุณภาพ มีคนเข้ามาอ่าน ทำให้ Traffic ของ Website มีการเคลื่อนไหว และทาง Search Engine จะจัดอันดับให้ Website ของคุณ 


8. Backlink

Backlink ถือเป็นวิธีทำ SEO แบบ Off-Page คือการทำให้มี Link จาก Website อื่น เข้ามายัง Website ของเรา ทั้งนี้การทำ Backlink ที่ดี ควรทำ Backlink จาก Website ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ ควรทำ Backlink จาก Domain ที่ต่างกัน และควรมีค่า Domain Authority สูง (สามารถเช็กได้ที่นี่

ไม่ควรทำ Backlink มากเกินไป เพราะ Search Engine จะมองเป็น Spam  และไม่ควรทำ Backlink จากเว็บผิดกฎหมาย เพราะจะทำให้ลำดับของคุณตกลงมา หรือถ้าร้ายแรงถึงขั้น Search Engine แบน Website คุณ ดังนั้นการทำ Backlink ควรทำให้ธรรมชาติมากที่สุด การจัดลำดับ SEO ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง 


 

Facebook Comment
บทความที่เกี่ยวข้อง

Ads Extension ฟีเจอร์เด็ด ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับโฆษณา

Reading Time: 3 minutes ปัจจุบัน Google Ads เป็นอีกหนึ่งช่องทางโฆษณาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยเพิ่ม Traffic เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเพิ่มยอดขายบนเว็บไซต์ได้จริง อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการใช้งาน โฆษณา Google Ads ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Ads Extension ฟีเจอร์เสริมพิเศษ สำหรับการทำโฆษณาประเภท Search Ad รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ศึกษาได้จากบทความนี้! Ads Extension คืออะไร Ads Extension หรือที่เรียกกันว่า “ส่วนขยายโฆษณา” คือ ฟีเจอร์พิเศษที่อนุญาตให้คุณใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ลิงก์อื่น ๆ เบอร์โทรศัพท์ หรือสถานที่ตั้ง เพื่อให้โฆษณาบนหน้า Search Ad ของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น เพิ่มคะแนนคุณภาพโฆษณา รวมถึงเพิ่มอัตราการคลิกเข้าชมหน้า Landing Page ซึ่งจะนำไปสู่การจ่ายค่าโฆษณาที่ถูกลงนั่นเอง   ประเภทของ Ads Extension   1. Sitelinks Extension  Sitelinks […]

SEM คืออะไร มีกี่ประเภท สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ภายใน 5 นาที

Reading Time: 5 minutes หลายครั้งที่คุณค้นหาข้อมูลบน Google คุณจะพบว่าบางเว็บไซต์ที่ปรากฏเป็นอันดับแรก ๆ บนหน้า Google Search จะมีคำว่า Ad ตัวเล็ก ๆ กำกับอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์เสมอ นั่นแสดงให้เห็นว่า พวกเขากำลังทำการตลาดแบบ SEM หรือ Search Engine Marketing เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย Search เจอเว็บไซต์ของพวกเขาเป็นอันดับแรก ๆ แท้จริงแล้วการทำ SEM คืออะไร? หากต้องการจะทดลองทำต้องเริ่มต้นจากอะไร มาเรียนรู้ไปด้วยกันในบทความนี้! SEM คืออะไร? Search Engine Marketing หรือ SEM คือ การทำการตลาดบน Search Engine เช่น Baidu, Bing, Yahoo รวมถึง Search Engine ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่าง Google ซึ่งการตลาดในลักษณะนี้จะต้องอาศัยการกำหนด Keyword ขึ้น ก่อนดำเนินการปรับแต่งเว็บไซต์ หรือจ่ายค่าโฆษณา เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ […]

Google Trends คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับการทำ SEO

Reading Time: 2 minutes อย่างที่เราทราบกันดีว่าการทำ SEO คือ การปรับแต่งโครงสร้างเนื้อหาภายในของตัวเว็บไซต์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทาง Google ได้กำหนดไว้ เช่น ปรับแต่งตัวเว็บให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน, ใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปในเนื้อหา หรือจัดเรียงหัวข้อและคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ เป็นต้น ซึ่งการปรับแต่งเหล่านี้จะทำให้ Google เลือกแสดงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าค้นหา เพราะอัลกอริทึ่มจะมองว่าเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานนั่นเอง โดยการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพในปัจจุบันนั้น อาจต้องพึ่งพาเครื่องมือหรือตัวช่วยดี ๆ เพื่อที่จะทำให้การทำงานของเราสะดวกและแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ วันนี้ Cotactic จึงอยากจะพาผู้ประกอบการทุกท่านไปรู้จักกับ Google Trend เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ช่วยให้การทำ SEO เป็นไปได้อย่างราบรื่น และต่อยอดการทำงานด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย โดยมันจะมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากน้อยขนาดไหน เราไปดูกันเลยครับ Google Trends คืออะไร Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword […]

Reading Time: 2 minutesCOTACTIC