วิธีจัดการงบกว่า 1 ล้านบาท กับ KPI ที่สูงขึ้น!
Table Of Contents
Table Of Contents

ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เล็ก แบรนด์ใหญ่ต่างก็มีการขายสินค้าบน E-Commerce Marketplace กันทั้งนั้น โดยเฉพาะช่วง Covid-19 ที่ผ่านมาทำให้ผู้คนหันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์จึงมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อหลายธุรกิจหันมาโฟกัสการขายในช่องทาง E-commerce Marketplace การสื่อสารและการทำการตลาดออนไลน์จึงมีการปรับตัวกันค่อนข้างมาก CPAS Ads เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้นและช่วยผลักดันยอดขายอย่างก้าวกระโดดได้ บทความนี้จะอธิบายว่า CPAS คืออะไร ช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างไร และวิธีวัดผลทำได้อย่างไรบ้าง

 

CPAS คืออะไร?

Collaborative Performance Advertising Solution หรือ CPAS คือหนึ่งในรูปแบบ Facebook Ads ที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้ให้ธุรกิจ E-Commerce ซึ่งมีลักษณะที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้เห็นตลอด (Dynamic Ads) โดยที่ธุรกิจจะต้องขายสินค้าบน E-Commerce Marketplace ที่เป็น Partner กับ Facebook เช่น ทาง Shopee, Lazada 

 

การทำ CPAS ช่วยธุรกิจได้อย่างไร?

CPAS เป็นการร่วมมือระหว่าง Facebook และ E-Commerce Marketplace เพื่อผลักดันยอดขายให้แบรนด์หรือผู้ค้าปลีก โดย Marketplace จะทำการสร้าง Catalog สินค้าที่แยกประเภทสินค้าของแต่ละแบรนด์ไว้ จากนั้นเราก็สามารถนำ Catalog นั้นมายิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ความมีสนใจหรือแนวโน้มซื้อสินค้าประเภทนั้น รูปแบบนั้น

เราสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ว่าต้องการให้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้ามาดูสินค้า กดสินค้าใส่ตะกร้า รวมถึงคนที่เคยซื้อสินค้าเราบน E-commerce Marketplace (Retarget) หรือจะเป็นคนทั่ว ๆ ไปโดยที่เรากำหนดลักษณะของกลุ่มเป้าหมายไว้เพื่อหาลูกค้าใหม่ก็ได้ เมื่อมีลูกค้ากดที่ CPAS Ads ของเรา ก็จะถูกลิงก์ส่งไปยัง Marketplace ทันที โดยที่ลูกค้าไม่ต้องกดออกจาก Facebook แล้วไปเสิร์ชหาเอง ทำให้ธุรกิจหรือแบรนด์ได้ Conversion จากการทำ CPAS Ads สูง จึงสามารถเพิ่มยอดขายได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

โดยสามารถสรุปประโยชน์ของ CPAS Ads ได้ดังนี้

Conversion Rate

  • ช่วยเพิ่มยอดขาย ด้วยความที่ผู้คนที่เห็นโฆษณาและคลิก CPAS Ads จะถูกส่งไปยังหน้าสินค้าบน E-Commerce และสามารถกดสั่งซื้อได้ทันที ทำให้ค่า Conversion Rate เพิ่มขึ้นและนำมาสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น

Remarketing

  • ทำ Remarketing ได้ง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมาย เพราะปกติแล้ว Platform E-Commerce จะไม่อนุญาตให้เราติด Pixel Code เพื่อ Track คนที่เคยเข้ามาดูสินค้าเราเพื่อไปทำ Remarketing ได้ แต่โฆษณา CPAS Ads สามารถทำ Remarketing ได้โดยไม่ต้องติด Pixel Code

Performance Ads

  • วัด Performance Ads ได้ ไม่ใช่แค่ Traffic อย่าง Reach, Impression, CPC แต่ดูได้ตั้งแต่ Ads Spend ไปจนถึงยอดขายจากการทำโฆษณา เพื่อดูว่าการทำโฆษณานี้คุ้มค่าหรือไม่ 

 

ธุรกิจที่ควรทำ CPAS

แน่นอนว่าธุรกิจที่ควรทำ CPAS ก็คือธุรกิจที่มีการขายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce Marketplace ที่เป็น Partner กับ Facebook (เช่น Shopee, Lazada) แต่ไม่ใช่แค่นั้น แบรนด์จะต้องมีความน่าเชื่อถือ มีการกำหนดงบประมาณที่ใช้ต่อเดือน และระยะเวลาในการทำแคมเปญ และที่สำคัญต้องไม่ขัดต่อนโยบายของ Facebook เมื่อขอสิทธิ์และได้รับการอนุมัติจากFacebook แล้ว  ก็จะต้องสร้าง Facebook Ads Account สำหรับการทำโฆษณา CPAS Ads โดยเฉพาะ จากนั้นก็ให้ทาง Marketplace แชร์ Catalog สินค้ามาให้ จึงจะเริ่มทำ CPAS Ads ได้ โดยจะต้องมีการติด UTM Tracking เพื่อวัด Performance ของการทำ CPAS Ads ด้วย

การทำ CPAS สามารถทำได้ทั้งเจ้าของธุรกิจ นักการตลาดของแบรนด์ที่ขายใน Platform E-Commerce หรือจะใช้ Agency ในการช่วยทำ CPAS และวิเคราะห์ Performance Ads ก็ได้

 

วิธีวัดผลโฆษณา CPAS 

หลังจากที่มีการทำโฆษณา CPAS Ads ไปแล้ว เรายังสามารถวัดผลเชิงลึกได้ โดยเข้าไปเลือกหน่วยวัดผลที่ต้องการใน Setting คอลัมน์แสดงข้อมูลแบบกำหนดเอง ซึ่งจะสามารถดู Reach, Impression, CPC, CPM, ROAS, Add to cart และค่า Conversion อื่น ๆ ได้อีก เพื่อนำมาทำ Report และปรับปรุงกลยุทธ์การโฆษณาต่อไป โดยบทความนี้จะขอยกตัวอย่างค่าการวัดผลเจ๋ง ๆ ที่ CPAS Ads มี อย่าง Purchase, Revenue และ ROAS ที่จะไม่มีในการแสดงผลของ Ads แบบปกติ (หากไม่ติด Facebook Pixel) และจะต้องดูในส่วนของ Seller ใน E-Commerce Platform เท่านั้น ซึ่งผู้ขายหรือเจ้าของธุรกิจต้องนำมาเปรียบเทียบยอดขายและ Performance โฆษณาเอง ดังนั้นการทำ CPAS Ads จึงทำให้การวิเคราะห์ Performance ของโฆษณาง่ายและแม่นยำขึ้น

  • Purchase

Purchase หรือจำนวนการซื้อที่เกิดขึ้นบนร้านค้า E-Commerce ของเรา ก็สามารถดูยอดในแดชบอร์ดหลังบ้านของ CPAS Ads ได้

  • Revenue

Revenue หรือรายได้จากคำสั่งซื้อที่เกิดจากการโฆษณา ก็จะมีการแสดงผลในหน้าแดชบอร์ดหลังบ้านของ CPAS Ads ด้วย

  • ROAS

ROAS (Return on ad spend) สูตรการคิดคือ รายได้/ค่าโฆษณา = ROAS การคำนวน ROAS จะช่วยให้รู้ว่าเงินค่าโฆษณาที่เราจ่ายไป ทำให้เกิดการซื้อมากเท่าไหร่ และช่วยให้รู้ว่าคุ้มค่ากับการทำโฆษณาหรือไม่ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องติด Facebook Pixel

 

โดยสรุปแล้ว Collaborative Performance Advertising Solution  หรือ CPAS คือเครื่องมือที่เกิดจากการร่วมมือกันของ Facebook ads และ E-Commerce Marketplace ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้อัตรา Conversion Rate สูงขึ้น จนนำมาสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงประโยชน์ในด้านการวิเคราะห์ Performance Ads ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย


หากคุณต้องการที่ปรึกษาการรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือทีมงานมืออาชีพด้านการทำ Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

——————————————————————–

(แหล่งอ้างอิง)
https://th.heroleads.asia
https://thegrowthmaster.com
https://digitalbreaktime.com
https://digimusketeers.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่าง Lead Generation

10 ตัวอย่าง Lead Generation เทคนิคการตลาด เพื่อหาลูกค้าที่ใช่!

customer experience

Customer Experience คืออะไร? สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here

Add Your Heading Text Here