รับทำ SEO ติดหน้าแรก GOOGLE และ AI SEARCH เห็นผลใน 3 เดือน
เราคือบริษัทรับทำ SEO ที่ช่วยยกระดับธุรกิจของคุณได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
-
Worry Free Submission. Your Privacy is our First Priority.
ผลลัพธ์ธุรกิจที่ใช้บริการ รับทำ SEO กับเรา
ประเภทธุรกิจที่ควรใช้บริการรับทำ SEO
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็เหมาะที่จะทำ SEO ถ้าธุรกิจนั้นต้องการเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์และต้องการเพิ่มโอกาสสร้างยอดขายให้มากขึ้น หรือเพื่อโปรโมตสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จัก การทำ SEO ก็ถือเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ การทำงานได้ดีในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะธุรกิจต่อไปนี้ที่สามารถเข้ากับ การทำ SEO ได้เป็นอย่างดี
ธุรกิจสินค้าอุปโภค บริโภค
ช่วยให้เว็บไซต์ของธุรกิจสินค้าอุปโภค บริโภค ติดอันดับสูงในผลการค้นหา เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าออนไลน์
มี ROI สูงถึง
1600%ธุรกิจสินค้าอุปโภค บริโภค
ผลลัพธ์
61%
ตัดสินใจซื้อจากรีวิวบนเว็บ Google1,600%
ROI ที่เพิ่มขึ้นหลังจากทำ SEO53x
การทำวิดีโอสินค้าส่งผลให้เว็บติดอันดับ
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ลดงบโฆษณาจ่ายเงิน และเพิ่มการมองเห็น ในผลการค้นหา
ใช้ Google ค้นหาบ้านสูงถึง
97%ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ผลลัพธ์
97%
ใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลบ้าน คอนโด51%
ของธุรกิจอสังหาฯ เริ่มทำ SEO88%
ให้ความเชื่อถือกับรีวิวบน Google
ธุรกิจสุขภาพและความงาม
สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจและบริการ เพิ่มโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใช้บริการได้ มากขึ้น
ใช้ Google ในการค้นหาบริการถึง
92%ธุรกิจสุขภาพและความงาม
ผลลัพธ์
59%
ใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลและบริการ92%
ในช่วงอายุ 18-34 ปี ใช้แหล่งข้อมูลออนไลน์50%
เพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น
ธุรกิจการศึกษา
ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย โดยลูกค้าสามารถ ค้นหาและเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการอบรม หรือบริการอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น
คอร์สเรียนออนไลน์มีผู้ใช้มากขึ้น
60%ธุรกิจการศึกษา
ผลลัพธ์
94%
ของนักศึกษาใช้ Google ในการหาข้อมูล60%
การใช้สมัครคอร์สออนไลน์เพิ่มขึ้น64%
ของนักศึกษาตัดสินใจจากเว็บไซต์ของสถาบัน
ธุรกิจยานยนต์
กลุ่มลูกค้าเข้าถึงธุรกิจและบริการง่ายขึ้น เพิ่มการมองเห็นแบรนด์ในผลการค้นหา และเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่สนใจบริการ
โทรหาตัวแทนหลังค้นหาข้อมูลถึง
61%ธุรกิจยานยนต์
ผลลัพธ์
95%
ใช้ Google ในการค้นหาข้อมูลรถยนต์61%
จะติดต่อเซลล์หลังจากค้นหาข้อมูลแล้ว14 ชั่วโมง
ของนักศึกษาตัดสินใจจากเว็บไซต์ของสถาบัน
ธุรกิจการท่องเที่ยว
เมื่อธุรกิจติดหน้าแรกของ Google สามารถ ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหา ตัดสินใจ จองที่พักได้ง่ายขึ้น
เพิ่มการค้นหาด้วยบทความได้ถึง
150%ธุรกิจการท่องเที่ยว
ผลลัพธ์
53%
ของนักท่องเที่ยวจองตรงกับโรงแรมเพิ่มขึ้น51%
ของ Keyword ที่เกี่ยวข้องเพิ่มการค้นหาได้150%
Traffic เว็บเพิ่มขึ้นจากบทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์
ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบและเลือกซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น เพิ่มความสะดวกและโอกาสในการ ตัดสินใจซื้อ
มีการค้นสินค้าบน Google ถึง
53%ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์
ผลลัพธ์
53%
ของผู้ซื้อค้นหาสินค้าบน Google55%
ใช้มือถือในการค้นหาและสั่งซื้อสินค้า70%
เพิ่มการค้นหาโดยใช้ Long-tail Keyword
ธุรกิจร้านอาหาร
เพิ่มโอกาสให้ร้านอาหารของคุณติดอันดับในหน้าผลการค้นหาของ Google ทำให้ลูกค้าเข้ามา ใช้บริการได้มากขึ้น
รีวิวบน Google ส่งผลต่อผู้ใช้ถึง
86%ธุรกิจร้านอาหาร
ผลลัพธ์
60%
ใช้มือถือในการค้นหาร้านอาหาร24 ชั่วโมง
สามารถเกิด Conversion จากการทำ SEO86%
ตัดสินใจเข้ารับบริการจากรีวิวบน Google
ธุรกิจอื่น ๆ
ช่วยสนับสนุนธุรกิจในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่ ความน่าเชื่อถือ, สร้างการรับรู้แบรนด์ และเข้าถืงกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจได้แม่นยำ
การเข้าชมเว็บในหน้าแรกสูงถึง
90%ธุรกิจอื่น ๆ
ผลลัพธ์
90%
เข้าเว็บไซต์ที่ติดอันดับในหน้าแรก30%
ของการคลิกอยู่ที่อันดับ 1 บนหน้า Google46%
ของการค้นหาบน Google ใช้คำว่า “ใกล้ฉัน”บริการรับทำ SEO ของเรา
มีอะไรบ้าง
SEO ON-PAGE
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบน Google อย่างยั่งยืน ด้วยการปรับแต่งองค์ประกอบภายในเว็บไซต์
SEO Off-page
ช่วยเพิ่ม Authority ให้สูงขึ้น และเพิ่มความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์คุณให้แข็งแกร่งขึ้นในสายตาของ Google
SEO Reporting
รายงานผลแบบละเอียด เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเข้าใจผลลัพธ์จากการทำ SEO พร้อมแนะนำแนวทางปรับปรุงเพื่อให้เว็บไซต์
Technical SEO
บริการปรับแต่งเว็บไซต์ในเชิงเทคนิคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO ให้เว็บไซต์โหลดเร็ว รองรับอุปกรณ์ทุกประเภท
SEO Audit
ตรวจสอบ วิเคราะห์ และปรับปรุงเว็บไซต์เชิงลึก เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเป็นไปตามหลักของ SEO เพิ่มโอกาสติดหน้าแรกบน Google
E-Commerce SEO
ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณติดอันดับบน Google และเพิ่มยอดขายอย่างยั่งยืน ด้วยการปรับแต่ง SEO สำหรับเว็บไซต์
Local SEO
เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณถูกค้นหาโดยลูกค้าใกล้ตัว ด้วยกลยุทธ์ Local SEO ที่ช่วยให้ร้านค้า, บริษัท หรือบริการของคุณติดอันดับบน Google Maps
Conversion Rate Optimization
ปรับแต่งเว็บไซต์ที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยเทคนิค Conversion Rate Optimization (CRO) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์
Generative Engine Optimization
บริการรับทำ GEO (Generative Engine Optimization) พิชิต Google AI Search เน้นการเขียนบทความแบบ E-E-A-T จัดโครงสร้างข้อมูล พร้อมติดอันดับใน AI Overview
เหตุผลที่ “เจ้าของธุรกิจ” เลือก COTACTIC
เป็นบริษัทรับทำ SEO
ทำงานเหมือนทีม In-House ส่วนตัว
Cotactic ดำเนินงานในรูปแบบของ SEO Agency ที่ทำหน้าที่เสมือนทีม Digital Marketing In-house ขององค์กร ให้คำปรึกษาและรับทำ SEO ครบวงจรทั้งในส่วนของ On-page และ Off-page โดยไม่จำเป็นต้องสร้างทีมภายในซึ่งอาจมีต้นทุนสูงกว่า
มีประสบการณ์รับทำ SEO ในหลากหลายอุตสาหกรรม
ทีมงานของ Cotactic สะสมประสบการณ์จากการทำ SEO ในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่ภาคการค้าปลีก การเงินการธนาคาร ธุรกิจเชิงสุขภาพ ธุรกิจการท่องเที่ยว ไปจนถึงภาคการผลิตและเทคโนโลยี ทำให้ Cotactic เข้าใจลึกซึ้งถึงลักษณะการแข่งขัน และกลยุทธ์ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละประเภทธุรกิจ
เพิ่ม Organic Traffic เข้าเว็บไซต์อย่างมีคุณภาพ
เราเริ่มต้นด้วยการประเมินเว็บไซต์อย่างครอบคลุม ตามด้วยการคัดเลือก Keyword ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย กระบวนการนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ แต่ยังมุ่งเน้นการดึงดูดผู้มีศักยภาพในการซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณโดยเฉพาะ
เขียนบทความ SEO ที่มีคุณค่าต่อคนอ่าน
การผลิตคอนเทนต์เป็นอีกหนึ่งความเชี่ยวชาญหลักของเรา โดยทีมงานจะสร้างสรรค์บทความและเนื้อหาที่ปฏิบัติตามหลักการ SEO อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งคำนึงถึงคุณค่าที่ผู้อ่านจะได้รับ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และช่วยให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ได้อย่างต่อเนื่อง
รายงานผลการทำ SEO ให้ทราบทุกเดือน
แม้ว่าผลลัพธ์ของ SEO จะต้องใช้เวลาในการสร้างความยั่งยืน แต่ Cotactic เข้าใจดีว่าการมองเห็นความก้าวหน้าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ เราจึงกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มแคมเปญ และรายงานผล SEO Ranking อย่างสม่ำเสมอตลอดระยะที่ทำ SEO กับเรา
ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของธุรกิจ
ด้วยประสบการณ์และผลงานที่หลากหลาย Cotactic สะสมความเชี่ยวชาญและเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมาย รีวิวและคำยืนยันจากลูกค้าที่ผ่านมาสะท้อนถึงความสำเร็จของโครงการและความพึงพอใจที่ได้รับ
ราคาบริการรับทำ SEO
SEO Small Package
ระยะเวลาสัญญา 1-3 เดือน
-
คีย์เวิร์ดหลัก 1 กลุ่ม (สูงสุด 5 คีย์เวิร์ด)
-
Target Page Optimize 1 หน้า (สำหรับคีย์เวิร์ดหลัก)
-
ทำ SEO Site Audit ทั้งเว็บไซต์
-
ปรับ SEO Meta Heading 30 URLs
-
Internal Link Pillar ทั้งเว็บไซต์
-
ติดตั้ง Google Analytics, Google Tag Manager และ Google Search Console
-
รายงานสรุปผลทาง Email ทุกเดือน
-
ติดหน้าแรกใน 6 เดือน
-
ซัปพอร์ตคีย์เวิร์ด
-
เขียนบทความ SEO เพิ่ม Traffic
-
วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง
-
XML Sitemap Submission
-
CRO Optimisation
-
ประชุมสรุปผลทางออนไลน์ ทุกเดือน
SEO Starter Package
ระยะเวลาสัญญา 6 เดือน
-
ติดหน้าแรกใน 6 เดือน
-
คีย์เวิร์ดหลัก 1 กลุ่ม (สูงสุด 5 คีย์เวิร์ด)
-
18 ซัปพอร์ตคีย์เวิร์ด
-
Target Page Optimize 1 หน้า (สำหรับคีย์เวิร์ดหลัก)
-
เขียนบทความ SEO เพิ่ม Traffic 6 บทความ (1 บทความ/เดือน)
-
XML Sitemap Submission
-
ทำ SEO Site Audit ทั้งเว็บไซต์
-
ปรับ SEO Meta Heading 50 URLs
-
Internal Link Pillar ทั้งเว็บไซต์
-
ติดตั้ง Google Analytics, Google Tag Manager และ Google Search Console
-
รายงานสรุปผลทาง Email ทุกเดือน
-
ประชุมสรุปผลทางออนไลน์ ทุกเดือน
-
วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง
-
CRO Optimisation
SEO Popular Package
ระยะเวลาสัญญา 6 เดือน
-
ติดหน้าแรกใน 6 เดือน
-
คีย์เวิร์ดหลัก 2 กลุ่ม (สูงสุด 10 คีย์เวิร์ด)
-
54 ซัปพอร์ตคีย์เวิร์ด
-
Target Page Optimize 2 หน้า (สำหรับคีย์เวิร์ดหลัก)
-
เขียนบทความ SEO เพิ่ม Traffic 18 บทความ (3 บทความ/เดือน)
-
วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง
-
XML Sitemap Submission
-
ทำ SEO Site Audit ทั้งเว็บไซต์
-
ปรับ SEO Meta Heading 100 URLs
-
Internal Link Pillar ทั้งเว็บไซต์
-
ติดตั้ง Google Analytics, Google Tag Manager และ Google Search Console
-
รายงานสรุปผลทาง Email ทุกเดือน
-
ประชุมสรุปผลทางออนไลน์ ทุกเดือน
-
CRO Optimisation
SEO Advanced Package
ระยะเวลาสัญญา 6 เดือน
-
ติดหน้าแรกใน 6 เดือน
-
คีย์เวิร์ดหลัก 2 กลุ่ม (สูงสุด 10 คีย์เวิร์ด)
-
54 ซัปพอร์ตคีย์เวิร์ด
-
Target Page Optimize 2 หน้า (สำหรับคีย์เวิร์ดหลัก)
-
เขียนบทความ SEO เพิ่ม Traffic 18 บทความ (3 บทความ/เดือน)
-
วิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง
-
XML Sitemap Submission
-
CRO Optimisation
-
ทำ SEO Site Audit ทั้งเว็บไซต์
-
ปรับ SEO Meta Heading 300 URLs
-
Internal Link Pillar ทั้งเว็บไซต์
-
ติดตั้ง Google Analytics, Google Tag Manager และ Google Search Console
-
รายงานสรุปผลทาง Email ทุกเดือน
-
ประชุมสรุปผลทางออนไลน์ ทุกเดือน
สร้างแบรนด์ให้อยู่เหนือคู่แข่งขันด้วย การทำ SEO สายขาว ตามหลัก E-E-A-T
การทำ SEO จะเน้นการปรับแต่งและพัฒนาเว็บไซต์ด้วยเทคนิค ต่าง ๆ เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับบน หน้าแรก ของ Search Engine อย่างเช่น Google เมื่อติดอันดับแล้ว ย่อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ ธุรกิจได้ เช่น
บริการรับทำ SEO ช่วยสร้างผลลัพธ์ ให้ตรงตามเป้าหมาย
การทำ SEO ช่วยดึงลูกค้าใหม่มายังเว็บไซต์ได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการ Research Keywords ที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย
แชร์เทคนิคเลือก Keyword สร้างคอนเทนต์คุณภาพให้เว็บไซต์
การทำ SEO สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ
การทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีความน่าเชื่อถือ โดยการปรับปรุงเว็บไซต์ให้สมบูรณ์ พร้อมใช้งาน และยังสามารถแสดงผลบนหน้าการค้นหาได้ในระยะยาว
บริการ SEO ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา
บริการรับทำ SEO ช่วยให้เว็บไซต์กลายเป็นช่องทางหาลูกค้าใหม่ ได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่า โฆษณาจากการทำ SEM หรือ Google Adword ทำให้เว็บไซต์สามารถเพิ่มจำนวนผู้เข้าชม ให้กับเว็บไซต์ได้อย่างยั่งยืน และเพิ่มโอกาสปิดการขาย อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายทางการตลาด ในระยะยาว
สร้างการรับรู้แบรนด์ด้วยการทำ SEO
บริการรับทำ SEO เป็นการปรับโครงสร้าง และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ให้ติดอันดับหน้าแรก ของการค้นหาของ Google ซึ่งการทำ SEO จะช่วยเพิ่มโอกาสการมองเห็นเว็บไซต์ผ่าน Search Engine และช่วยสร้าง Brand Awareness ให้กับเว็บไซต์ธุรกิจในระยะยาว
การทำ SEO ช่วยเพิ่มโอกาสการแข่งขันในธุรกิจ
รู้หรือไม่? ว่ายอดคลิกกว่า 95% บน Google นั้นมาจากเว็บไซต์ที่อยู่ 5 อันดับแรกของการ ค้นหา ถ้าหากเว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาของ Google ได้ ก็ย่อมได้เปรียบทางการแข่งขัน และการเข้าถึงของกลุ่มลูกค้าที่มากกว่า
โปรโมทแบรนด์ตลอด 24 ชั่วโมง
การทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาหน้าแรกของ Google ได้ Search Engine ก็จะ กลายเป็นพื้นที่โปรโมทเว็บไซต์แบบฟรี ๆ ที่มีการโปรโมทตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังดูมี ความน่าเชื่อถือ เพราะการที่เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรก มักสื่อถึงเนื้อหาที่ดี มีคุณภาพเป็นที่ ต้องการ และเป็นที่นิยมของกลุ่มเป้าหมาย
บริการรับทำ SEO ของเรา มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
1

Keyword research
วิเคราะห์ คัดเลือก Keyword ที่สอดคล้องกับธุรกิจ และตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (Intent) เพื่อให้เว็บไซต์ปรากฏต่อสายตาผู้มีศักยภาพในการเป็นลูกค้าได้ในอนาคต
2

Technical Seo audit
ตรวจสอบและปรับปรุงโครงสร้างทางเทคนิคของเว็บไซต์อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ โครงสร้าง URL เพื่อให้มั่นใจว่าเว็บไซต์เป็นไปตามมาตรฐานของ Search Engine
3

On - page seo
มุ่งเน้นการปรับแต่งองค์ประกอบภายในเว็บไซต์ ทั้งโครงสร้างหน้าเว็บ Meta Tags และการเขียนบทความตามหลักการ SEO เพื่อให้ Search Engine เข้าใจและประเมินเนื้อหาได้อย่างถูกต้อง
4

Off - page SEO
สร้างความน่าเชื่อถือผ่านการเชื่อมโยง Backlink คุณภาพสูง ช่วยเพิ่มอำนาจของโดเมนและส่งสัญญาณที่ดีต่อ Search Engine ว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่า
5

Report SEO
เราใช้ Looker Studio ในการรายงานผลประจำเดือน ช่วยติดตามความคืบหน้า รวมถึงภาพรวมเว็บไซต์ ซึ่งช่วยให้ Cotactic สามารถปรับกลยุทธ์ SEO ได้ทันท่วงที เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของลูกค้า
อยากใช้บริการรับทำ SEO ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
การเตรียมตัวก่อนหาบริษัทรับทำ SEO ช่วยให้ธุรกิจประหยัดเวลา, ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับเป้าหมายธุรกิจอย่างแท้จริง ซึ่งเจ้าของธุรกิจสามารถเตรียมตัวได้โดยการ
กำหนดเป้าหมายการทำ SEO ให้ชัดเจน
ระบุให้ชัดว่าหลังจากใช้บริการรับทำ SEO แล้ว สามารถสร้างอะไรให้กับธุรกิจ เช่น อยากติดอันดับเหนือคู่แข่ง หรือต้องการลูกค้ากดติดต่อเข้ามาเยอะขึ้น เป็นต้น
การทำ SEO คืออะไร? ดีอย่างไรต่อเจ้าของธุรกิจในปัจจุบัน
เตรียมสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลให้พร้อม
เตรียมสิทธิ์การเข้าถึง Google Search Console และ Google Analytics 4 เพื่อให้บริษัทรับทำ SEO ตรวจสอบปัญหาและประเมินผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ
กลยุทธ์ SEO ของคุณจะเหมาะกับช่วงเวลานี้หรือไม่ ?
ระบุจุดแข็งและ Keyword หลัก
บอกให้บริษัทรับทำ SEO ของคุณรู้ว่า จุดขายที่ไม่เหมือนใคร (USP) ของธุรกิจคืออะไร และลูกค้าใช้ Keyword หลักคำไหน ในการค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณ
7 วิธีเลือกบริษัท Digital Marketing Agency มาเป็นที่ปรึกษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ
การรับทำ SEO
ใช้เวลาในการทำ SEO นานไหมกว่าจะติดอันดับ?
ต้องทำ SEO นานแค่ไหนเว็บไซต์ถึงจะติดอันดับ? คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะโดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ SEO ให้ติดอันดับการค้นหาบน Google จะใช้เวลาราว ๆ 3-6 เดือน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ ส่วนจะติดอันดับช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการทำงาน โดยทาง SEO Agency จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างของตัวเว็บไซต์ เพื่อวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจคุณ เพื่อให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด
ผลลัพธ์ของการทำ SEO อยู่นานแค่ไหน?
ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ของการทำ SEO อยู่ได้นาน ปัจจัยสำคัญคือความเข้าใจและความสม่ำเสมอ เพราะถ้าตัวเว็บไซต์ไม่ได้ทำ SEO อย่างต่อเนื่อง หยุดทำไปนานหรือขาดช่วงไปเพียงไม่กี่เดือน มันก็อาจส่งผลโดยตรงต่ออันดับบนหน้าค้นหาและการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภคได้ ฉะนั้นถ้าหากอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและคงทน ตัวเว็บไซต์ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่ตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเว็บต้องตกอันดับเมื่อเวลาผ่านไป
การทำ SEO ต่างกับ SEM อย่างไร ?
SEO คือการพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับการค้นหาบนหน้าแรกของ Google ผ่านการปรับแต่งโครงสร้างและออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของ Search Engine ส่วน SEM หรือ Search Engine Marketing คือการซื้อพื้นที่โฆษณาบน Google เพื่อให้ตัวเว็บไซต์ขึ้นไปแสดงอยู่บนหน้าแรกของการค้นหา ผ่านการประมูล Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หรือตัวธุรกิจ การทำ SEM จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าค้นหาทันที ไม่ต้องรอและใช้เวลานานเหมือนการทำ SEO แต่ SEM จำเป็นต้องจ่ายเงินอยู่ตลอด ไม่เหมือนกับการทำ SEO ที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้โดยธรรมชาติ
ใช้เวลาในการทำ SEO นานไหมกว่าจะติดอันดับ?
ใช้เวลาในการทำ SEO นานไหมกว่าจะติดอันดับ?
ต้องทำ SEO นานแค่ไหนเว็บไซต์ถึงจะติดอันดับ? คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะโดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ SEO ให้ติดอันดับการค้นหาบน Google จะใช้เวลาราว ๆ 3-6 เดือน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ ส่วนจะติดอันดับช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการทำงาน โดยทาง SEO Agency จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างของตัวเว็บไซต์ เพื่อวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจคุณ เพื่อให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด
ผลลัพธ์ของการทำ SEO อยู่นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของการทำ SEO อยู่นานแค่ไหน?
ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ของการทำ SEO อยู่ได้นาน ปัจจัยสำคัญคือความเข้าใจและความสม่ำเสมอ เพราะถ้าตัวเว็บไซต์ไม่ได้ทำ SEO อย่างต่อเนื่อง หยุดทำไปนานหรือขาดช่วงไปเพียงไม่กี่เดือน มันก็อาจส่งผลโดยตรงต่ออันดับบนหน้าค้นหาและการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภคได้ ฉะนั้นถ้าหากอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและคงทน ตัวเว็บไซต์ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่ตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเว็บต้องตกอันดับเมื่อเวลาผ่านไป
การทำ SEO สายขาวดีอย่างไร?
การทำ SEO สายขาวดีอย่างไร?
การทำ SEO สายขาว เป็นวิธีการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ และตรงตามความต้องการของ Search Engine และส่งผลให้ทาง Google มองเว็บไซต์ของเราว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือและมีเนื้อหาที่มีประโยชน์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด ช่วยให้เว็บไซต์ของตัวธุรกิจมีประสิทธิภาพ มีอันดับที่ดีและมั่นคง จนแทบไม่มีโอกาสโดนลงโทษหรือถูกลดอันดับจากทาง Google เลย เพราะฉะนั้นแล้วการเลือก SEO Agency ให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณก็เป็นส่วนสำคัญ
พาเจ้าของธุรกิจมารู้จักการทำ SEO สายขาว – สายเทา แตกต่างกันอย่างไร
การทำ SEO ต่างกับ SEM อย่างไร ?
การทำ SEO ต่างกับ SEM อย่างไร ?
SEO คือการพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับการค้นหาบนหน้าแรกของ Google ผ่านการปรับแต่งโครงสร้างและออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของ Search Engine ส่วน SEM หรือ Search Engine Marketing คือการซื้อพื้นที่โฆษณาบน Google เพื่อให้ตัวเว็บไซต์ขึ้นไปแสดงอยู่บนหน้าแรกของการค้นหา ผ่านการประมูล Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หรือตัวธุรกิจ การทำ SEM จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าค้นหาทันที ไม่ต้องรอและใช้เวลานานเหมือนการทำ SEO แต่ SEM จำเป็นต้องจ่ายเงินอยู่ตลอด ไม่เหมือนกับการทำ SEO ที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้โดยธรรมชาติ
สามารถทำ SEO ไปพร้อมกับทำ SEM ได้ไหม ?
สามารถทำ SEO ไปพร้อมกับทำ SEM ได้ไหม ?
สามารถทำได้ ตามจริงแล้วเราควรเลือกทำ SEO และ SEM ไปพร้อม ๆ กัน เนื่องจากทั้งคู่มีเป้าหมายในการทำงานแบบเดียวกัน คือการดันเว็บไซต์ให้ขึ้นไปติดอันดับแรกบนหน้าค้นหาของ Google ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการใช้กลยุทธ์ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันจะช่วยอุดช่องโหว่ของกันและกันได้เป็นอย่างดี หากเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง คุณอาจสูญเสียผลประโยชน์ที่อาจทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้
การทำ SEO สำคัญแค่ไหน ?
การทำ SEO สำคัญแค่ไหน ?
ในยุคปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้งาน Google ในการค้นหาข้อมูลหรือสิ่งที่ต้องการกันมากขึ้น ซึ่งการทำ SEO นั้นจะช่วยเพิ่มยอด Traffic หรือจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักและเข้าถึงธุรกิจของคุณได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อมีการค้นหา Keyword ที่เกี่ยวข้อง ผู้บริโภคก็จะเจอเว็บไซต์ของคุณบนหน้าค้นหาทันที ซึ่งถือว่ามีประโยชน์อย่างมากในการทำธุรกิจ เพราะยิ่งมีคนเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสขายสินค้าหรือบริการได้มากขึ้นเท่านั้น
Voice Search คืออะไร ?
Voice Search คืออะไร ?
Voice Search คือฟีเจอร์การค้นหาด้วยเสียง โดยมีเนื้อหาที่ยาวแต่ได้ใจความ รูปประโยคจะดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ Search Engine วิเคราะห์และเข้าใจ Keyword ได้ง่ายขึ้น เป็นการดึงดูดให้ผู้ใช้งานเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มขึ้น
Google Algorithm Update ส่งผลต่อการทำ SEO อย่างไร ?
Google Algorithm Update ส่งผลต่อการทำ SEO อย่างไร ?
Google Algorithm คือ ระบบที่ Google ใช้พิจารณาว่าข้อมูลใดที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และควรแสดงในหน้าการค้นหาเป็นลำดับแรก ๆ หากต้องการให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกก็ต้องหมั่นอัปเดตคุณภาพเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ Keyword, การสร้าง Backlink, คุณภาพเนื้อหา และปัจจัยอื่น ๆ
Canonical Tag คืออะไร ?
Canonical Tag คืออะไร ?
Canonical Tag คือ Tag ที่เอาไว้ใส่ URL เพื่อบอกกับ Google Bot ที่เข้ามาเก็บข้อมูลให้รู้ว่า URL ที่เราใส่ไว้คือหน้าหลักของเว็บไซต์ เพื่อป้องกันไม่ให้คอนเทนต์ที่คล้ายกันปรากฏในหน้าการค้นหา การทำ Canonical Tag จึงช่วยให้ Google มองเว็บไซต์เราว่าเป็นเว็บที่น่าเชื่อถือ
Google Trends คืออะไร ?
Google Trends คืออะไร ?
Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword จากการค้นหาบนแหล่งออนไลน์ต่าง ๆ มาคำนวณแล้วแสดงผลเป็นกราฟที่อ่านง่าย เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงว่า Keyword ไหนที่กำลังได้รับความนิยมหรือถูกค้นหามากที่สุด
Google Sitelinks คืออะไร ?
Google Sitelinks คืออะไร ?
Google Sitelinks คือ ลิงก์ย่อย ๆ ที่แสดงใต้ Meta Description ในหน้าการค้นหา ซึ่งจะแสดงก็ต่อเมื่อ Google วิเคราะห์แล้วว่าเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน โดย Sitelinks มักปรากฏขึ้นเมื่อผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลด้วยชื่อแบรนด์หรือชื่อเว็บไซต์โดยตรง
Yoast SEO คืออะไร ?
Yoast SEO คืออะไร ?
Yoast SEO คือ ปลั๊กอินที่มีให้ใช้งานเฉพาะในโปรแกรม WordPress ทำหน้าที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถไต่อันดับสูงขึ้นได้บน Search Engine ด้วยการช่วย Optimize SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ ทั้งในส่วนของ Keyword, Meta Description, รูปภาพ, Internal Links, External Links พร้อมแนะนำแนวทางแก้ไขให้ทันที
Google Analytics คืออะไร ?
Google Analytics คืออะไร ?
Google Analytics คือ เครื่องมือที่ใช้วัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โดย Google จะทำการวิเคราะห์และเก็บสถิติข้อมูลเชิงลึกของคนที่เข้ามาเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์รับรู้ข้อมูลด้านต่าง ๆ และสามารถนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ของตนเอง
Core Web Vitals คืออะไร ?
Core Web Vitals คืออะไร ?
Core Web Vitals คือ หนึ่งในเกณฑ์การจัดอันดับเว็บไซต์บนหน้าค้นหา โดย Google ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานมาก และได้นำมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินการติดอันดับบน Search Engine เว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากที่สุดจึงมีโอกาสติดหน้าแรกของการค้นหา
Anchor Text คืออะไร ?
Anchor Text คืออะไร ?
Anchor Text คือ ข้อความหรือประโยคที่เราทำการฝังลิงก์เอาไว้ เพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้งานให้ไปยังหน้าเพจหรือเว็บไซต์ที่เราต้องการ ซึ่งมันส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ในหน้าการค้นหา เพราะทำให้ตัว Google รู้เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ และยังช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
Alt Text คืออะไร ?
Alt Text คืออะไร ?
Alternative Text หรือ Alt Text คือ คำอธิบายรูปภาพที่จะไม่แสดงบนหน้าเว็บไซต์ปกติ แต่จะแทรกอยู่ใน HTML Code เพื่อให้ Google เข้าใจความหมายของรูปภาพที่เราอัปโหลด ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดอันดับ SEO ในหน้าการค้นหา
SEO YouTube คืออะไร ?
SEO YouTube คืออะไร ?
SEO Youtube คือเทคนิคการปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อคลิป (Title), คำอธิบาย (Description) หรือปกวิดีโอ (Thumbnail) ให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเพิ่มโอกาสให้คลิปวิดีโอติดอันดับการค้นหาบน Youtube และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์ของตัวธุรกิจได้อย่างง่ายดาย
404 not found คืออะไร ?
404 not found คืออะไร ?
404 not found คือ หน้าเพจที่แสดงผลผิดพลาดจากการที่ Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลแล้วไม่พบ URL หรือข้อมูลที่อยู่บน Server ของเว็บไซต์ จึงแสดงผลให้ผู้ใช้งานรู้ว่าหน้าเพจนี้ไม่มีอยู่ ลิงก์อาจเสียหรือหน้าเพจมีปัญหา โดยสาเหตุของการเกิด 404 not found เช่น เปลี่ยนชื่อ URL, เปลี่ยนโดเมนเว็บไซต์, โฮสติ้งมีปัญหา และอื่น ๆ
PBN คืออะไร ?
PBN คืออะไร ?
Private Blog Network หรือ PBN คือ เครือข่ายบล็อกส่วนตัวหรือก็คือเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำ Backlink (Off page) ให้กับเว็บไซต์หลักที่เราต้องการโดยเฉพาะ เพื่อให้ Google มองว่าเว็บไซต์หลักมีคุณภาพและน่าเชื่อถือ เป็นการผลักดันให้ตัวเว็บไซต์หลักขึ้นไปติดอันดับ SEO บน Search Engine ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Redirect 301 คืออะไร ?
Redirect 301 คืออะไร ?
Redirect 301 คือ การเปลี่ยนเส้นทางจาก URL เดิมที่เราไม่ได้ใช้งานแล้ว ไปยัง URL ใหม่ที่เราต้องการใช้แบบถาวร การทำ Redirect 301 จึงเป็นการบอกให้ Google รู้ว่า URL ใหม่ก็คือเว็บไซต์เดิมที่มีตัวตนและยังสามารถคงอันดับเดิมในหน้าค้นหาอีกด้วย
Rich Snippets คืออะไร ?
Rich Snippets คืออะไร ?
Rich Snippets เป็นฟีเจอร์การแสดงผลบนหน้า Google แบบพิเศษที่ไม่ได้มีเพียง Title และ Description แต่จะมี คำอธิบาย, ราคา หรือคะแนนรีวิวเพิ่มด้วย ซึ่งเป็นการดึงดูดสายตาผู้เข้าชม ทั้งยังกระตุ้นอัตราการคลิกผ่านเว็บไซต์ และหากมีเนื้อหาที่ให้คำตอบกับผู้ใช้งานได้ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการจัดอันดับ SEO
Long Tail Keywords คืออะไร ?
Long Tail Keywords คืออะไร ?
Long Tail Keywords คือ คำหรือรูปประโยคที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง มักเป็นกลุ่มคำที่สามารถสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน มีการระบุรุ่น ยี่ห้อ ชื่อแบรนด์ ชื่อสินค้า หรือสถานที่ตั้งต่าง ๆ ไว้ เพื่อให้การค้นหาถูกบีบให้แคบและเจอกับสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Long Tail Keywords จะเป็น Keywords ที่ถูกใช้โดยผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าหรือบริการจริง ๆ หากเราทำให้ Keywords ประเภทนี้ติดอันดับได้ เราก็มีแนวโน้มที่จะขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น
Internal Link คืออะไร?
Internal Link คืออะไร?
Internal Link คือลิงก์ที่เชื่อมต่อไปยังหน้าเพจอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้ใช้งานให้ไปยัง Content หรือหน้า Landing Page อื่นที่เราต้องการ ช่วยให้ผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์ของเราได้นานขึ้น ซึ่ง Google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
External Link คืออะไร
External Link คืออะไร
External Link คือ การวางลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อให้ Google Bot ที่เข้ามาเก็บข้อมูล เข้าใจว่าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งมันจะทำให้ Search Engine มองเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ เพราะเรามีการอ้างอิงเนื้อหาจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกันนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานเว็บไซต์อีกด้วย
Site Structure คือ ?
Site Structure คือ ?
Site Structure คือ โครงสร้างเว็บไซต์ที่คอยบอกว่าเว็บไซต์เรามีเนื้อหาหรือคอนเทนต์แบบใด และมีรูปแบบการเชื่อมโยงภายในอย่างไร ซึ่งถ้าเราทำ Site Structure ดี มันก็จะทำให้ Google Bot เข้ามาจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันถ้าเว็บไซต์มี Site Structure ที่ไม่ดี มันก็จะส่งผลเสียต่อการเก็บข้อมูลและเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับ SEO บนหน้าค้นหาของ Google
ไฟล์ WEBP คืออะไร ?
ไฟล์ WEBP คืออะไร ?
ไฟล์ WEBP คือ ไฟล์มาตรฐานที่ Google กำหนดขึ้นในช่วงปี 2010 และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันสามารถรองรับการทำงานได้แทบทุกเบราว์เซอร์ และไฟล์ WEBP ยังได้รับความนิยมสูง เนื่องจากไฟล์ชนิดนี้จะช่วยให้ขนาดไฟล์เล็กลง แต่คงคุณภาพของรูปได้อย่างดีเยี่ยม โดยเล็กกว่า ไฟล์ jpeg กว่า 25-34% และเล็กกว่าไฟล์ png กว่า 22% โดยประมาณ
Schema Markup คืออะไร ?
Schema Markup คืออะไร ?
Schema Markup คือ โค้ดชุดหนึ่งสำหรับเพิ่มเข้าไปในเว็บไซต์ มีหน้าที่ในการเพิ่มข้อมูลหรือเนื้อหาให้กับ Keywords เพื่อเป็นตัวช่วยให้ Google Bot เก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทำให้รู้ว่าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาหรือคีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งจะส่งผลให้เว็บไซต์ที่ติดตั้ง Schema Markup มีโอกาสติดอันดับบนหน้าค้นหาของ Google มากขึ้น
Bounce Rate คืออะไร ?
Bounce Rate คืออะไร ?
Bounce Rate คือ อัตราการคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของผู้ใช้งานที่คลิกเพียงหน้าเดียว จากนั้นก็กดปิดทันที โดยไม่มีการคลิกต่อหรือมีส่วนร่วมใด ๆ ค่านี้จึงเปรียบเสมือนตัวชี้วัดเนื้อหาและคุณภาพของตัวเว็บไซต์ ที่ทาง Google นำไปใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดอันดับบนหน้าค้นหา
YMYL คืออะไร ?
YMYL คืออะไร ?
YMYL คือ อัลกอริทึมจากทาง Google ที่สร้างขึ้น เพื่อทำหน้าที่คัดกรองเนื้อหาเฉพาะด้าน เนื่องจากในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการเงิน การลงทุน หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเองมากขึ้น ดังนั้น ทุกเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องนำเสนอเนื้อหาหรือข้อมูลที่ถูกต้องให้กับผู้ใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ (ทั้งนี้คำว่า YMYL ย่อมาจากคำว่า “Your Money Or Your Life” ซึ่งแปลว่า “เงินหรือชีวิต” นั่นเอง)
ChatGPT คืออะไร ?
ChatGPT คืออะไร ?
ChatGPT คือ แชทบอทปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดยบริษัทวิจัย OpenAI ย่อมาจากคำว่า “Chat” และ “Generative Pre-training Transformer” ตัวแชทบอทถูกออกแบบมาให้ตอบคำถามกับผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลการทำงานด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
Plugin WordPress คืออะไร ?
Plugin WordPress คืออะไร ?
Plugin WordPress คือ ส่วนขยายหรือโปรแกรมเสริมของซอฟต์แวร์บน WordPress ที่จะช่วยเพิ่มหรือขยายฟังก์ชันใหม่ ๆ ให้กับตัวเว็บไซต์ ทำให้นักพัฒนาสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย และช่วยประหยัดเวลาในการทำงานมากยิ่งขึ้น
WordPress คืออะไร ?
WordPress คืออะไร ?
WordPress คือ โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้สร้างและจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ประเภท CMS ซึ่งเขียนด้วยภาษา PHP และใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล MySQL ถือเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเว็บไซต์และปรับแต่งได้อย่างอิสระแม้จะไม่มีความรู้ เพราะมี Plugin และ Theme สำเร็จรูปต่าง ๆ ให้เราเลือกใช้
Link Building คืออะไร ?
Link Building คืออะไร ?
Link Building คือ กลยุทธ์การเชื่อมโยงเว็บไซต์อื่น ๆ มายังเว็บไซต์ของเรา หรือที่เรียกว่า “Backlink” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงและความน่าเชื่อถือให้กับตัวเว็บไซต์ โดยมักจะเชื่อมโยงเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันเป็นหลัก
E-commerce คืออะไร ?
E-commerce คืออะไร ?
E-commerce คือ การซื้อ-ขายสินค้าและบริการผ่านออนไลน์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” เพราะเป็นธุรกรรมการเงินที่ต้องทำผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก โดยทั่วไป E-commerce สามารถปรับใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2B (Business to Business) หรือธุรกิจแบบ B2C (Business to Customer)
Landing Page คืออะไร ?
Landing Page คืออะไร ?
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์หนึ่งหน้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง เช่น เพื่อนำเสนอสินค้าบริการ, เพื่อโฆษณาส่วนลดโปรโมชัน หรือเพื่อให้ลูกค้ากรอกข้อมูลรับข่าวสาร โดย Landing Page ในแต่ละเว็บไซต์ก็มีหน้าตาและรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
LSI Keywords คืออะไร ?
LSI Keywords คืออะไร ?
LSI Keywords คือการใช้เทคนิคเลือกคำที่สอดคล้องกับ Main Keyword ที่เราต้องการจะโฟกัสหรือเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเรา เพื่อให้ Google เข้าใจในคอนเทนต์ และบริบทที่เราต้องการจะสื่อมากขึ้น ซึ่งการทำ LSI Keywords ที่ดี จะช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาเจอได้ง่าย และยังช่วยให้หน้าเว็บของเราถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ อีกด้วยถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่บริษัทรับทำ SEO ทั่วโลกต่างเลือกใช้
HTTP Status คืออะไร ?
HTTP Status คืออะไร ?
HTTP Status คือ ชุดตัวเลขที่ประกอบเข้าด้วยกัน 3 ตัว มีไว้ตอบกลับจากเซิฟเวอร์เพื่อแจ้งปัญหาต่าง ๆ ให้ผู้ใช้งานทราบ ว่าปัญหาในการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์แล้วไม่ขึ้นนั้น เกิดจากสาเหตุอะไร ต้องแก้ไขอย่างไรถึงจะถูกต้อง
การทำ Disavow Links คืออะไร ?
การทำ Disavow Links คืออะไร ?
การทำ Disavow Links เป็นการปฏิเสธลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพที่ส่งมายังตัวเว็บไซต์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการ Spam Backlink ที่อาจส่งผลให้ตัวเว็บโดนลงโทษได้ แม้ว่าตัวธุรกิจคุณจะไม่ได้ทำลิงก์เหล่านั้นขึ้นมาและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลิงก์เหล่านั้นก็ตาม
Search Engine คืออะไร ?
Search Engine คืออะไร ?
Search Engine คือ โปรแกรมที่อำนวยความสะดวกเรื่องการหาข้อมูล เมื่อผู้ใช้งานพิมพ์คำ วลี หรือประโยค ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยากรู้ Search Engine ก็จะแสดงผลออกมาเป็นเว็บไซต์ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ นอกจากนี้ ยังมีระบบรวบรวมสถิติการค้นหา และวิเคราะห์ว่าข้อมูลใดเป็นที่นิยม เพื่อจัดลำดับการแสดงผลให้ตรงกับความต้องการในครั้งถัดไป
ต้องทำ SEO นานแค่ไหนเว็บไซต์ถึงจะติดอันดับ? คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะโดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาที่ใช้ในการทำ SEO ให้ติดอันดับการค้นหาบน Google จะใช้เวลาราว ๆ 3-6 เดือน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละธุรกิจ ส่วนจะติดอันดับช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการทำงาน โดยทาง Cotactic จะทำการวิเคราะห์โครงสร้างของตัวเว็บไซต์ เพื่อวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจคุณ เพื่อให้การทำ SEO มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด
ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ของการทำ SEO อยู่ได้นาน ปัจจัยสำคัญคือความเข้าใจและความสม่ำเสมอ เพราะถ้าตัวเว็บไซต์ไม่ได้ทำ SEO อย่างต่อเนื่อง หยุดทำไปนานหรือขาดช่วงไปเพียงไม่กี่เดือน มันก็อาจส่งผลโดยตรงต่ออันดับบนหน้าค้นหาและการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภคได้ ฉะนั้นถ้าหากอยากให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและคงทน ตัวเว็บไซต์ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่ตลอด เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเว็บต้องตกอันดับเมื่อเวลาผ่านไป
การทำ SEO สายขาว เป็นวิธีการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ และตรงตามความต้องการของ Search Engine และส่งผลให้ทาง Google มองเว็บไซต์ของเราว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือและมีเนื้อหาที่มีประโยชน์ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด ช่วยให้เว็บไซต์ของตัวธุรกิจมีประสิทธิภาพ มีอันดับที่ดีและมั่นคง จนแทบไม่มีโอกาสโดนลงโทษหรือถูกลดอันดับจากทาง Google เลย
พาเจ้าของธุรกิจมารู้จักการทำ SEO สายขาว – สายเทา แตกต่างกันอย่างไรSEO คือการพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับการค้นหาบนหน้าแรกของ Google ผ่านการปรับแต่งโครงสร้างและออกแบบเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของ Search Engine ส่วน SEM หรือ Search Engine Marketing คือการซื้อพื้นที่โฆษณาบน Google เพื่อให้ตัวเว็บไซต์ขึ้นไปแสดงอยู่บนหน้าแรกของการค้นหา ผ่านการประมูล Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์หรือตัวธุรกิจ การทำ SEM จะทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบนหน้าค้นหาทันที ไม่ต้องรอและใช้เวลานานเหมือนการทำ SEO แต่ SEM จำเป็นต้องจ่ายเงินอยู่ตลอด ไม่เหมือนกับการทำ SEO ที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้โดยธรรมชาติ
SEO กับ SEM เลือกกลยุทธ์อันไหน ถึงเรียกว่าดี!สามารถทำได้ ตามจริงแล้วเราควรเลือกทำ SEO และ SEM ไปพร้อม ๆ กัน เนื่องจากทั้งคู่มีเป้าหมายในการทำงานแบบเดียวกัน คือการดันเว็บไซต์ให้ขึ้นไปติดอันดับแรกบนหน้าค้นหาของ Google ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการใช้กลยุทธ์ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันจะช่วยอุดช่องโหว่ของกันและกันได้เป็นอย่างดี หากเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง คุณอาจสูญเสียผลประโยชน์ที่อาจทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้
ในยุคปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้งาน Google ในการค้นหาข้อมูลหรือสิ่งที่ต้องการกันมากขึ้น ซึ่งการทำ SEO นั้นจะช่วยเพิ่มยอด Traffic หรือจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้สูงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักและเข้าถึงธุรกิจของคุณได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อมีการค้นหา Keyword ที่เกี่ยวข้อง ผู้บริโภคก็จะเจอเว็บไซต์ของคุณบนหน้าค้นหาทันที ซึ่งถือว่ามีประโยชน์อย่างมากในการทำธุรกิจ เพราะยิ่งมีคนเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณมากขึ้นเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสขายสินค้าหรือบริการได้มากขึ้นเท่านั้น
Voice Search คือฟีเจอร์การค้นหาด้วยเสียง โดยมีเนื้อหาที่ยาวแต่ได้ใจความ รูปประโยคจะดูเป็นธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้ Search Engine วิเคราะห์และเข้าใจ Keyword ได้ง่ายขึ้น เป็นการดึงดูดให้ผู้ใช้งานเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพิ่มขึ้น
Google Algorithm คือ ระบบที่ Google ใช้พิจารณาว่าข้อมูลใดที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และควรแสดงในหน้าการค้นหาเป็นลำดับแรก ๆ หากต้องการให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกก็ต้องหมั่นอัปเดตคุณภาพเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ Keyword, การสร้าง Backlink, คุณภาพเนื้อหา และปัจจัยอื่น ๆ
Canonical Tag คือ Tag ที่เอาไว้ใส่ URL เพื่อบอกกับ Google Bot ที่เข้ามาเก็บข้อมูลให้รู้ว่า URL ที่เราใส่ไว้คือหน้าหลักของเว็บไซต์ เพื่อป้องกันไม่ให้คอนเทนต์ที่คล้ายกันปรากฏในหน้าการค้นหา การทำ Canonical Tag จึงช่วยให้ Google มองเว็บไซต์เราว่าเป็นเว็บที่น่าเชื่อถือ
Google Trends คือเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมการค้นหา Keyword ต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน โดยนำปริมาณการค้นหา Keyword จากการค้นหาบนแหล่งออนไลน์ต่าง ๆ มาคำนวณแล้วแสดงผลเป็นกราฟที่อ่านง่าย เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงว่า Keyword ไหนที่กำลังได้รับความนิยมหรือถูกค้นหามากที่สุด
Google Sitelinks คือ ลิงก์ย่อย ๆ ที่แสดงใต้ Meta Description ในหน้าการค้นหา ซึ่งจะแสดงก็ต่อเมื่อ Google วิเคราะห์แล้วว่าเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน โดย Sitelinks มักปรากฏขึ้นเมื่อผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลด้วยชื่อแบรนด์หรือชื่อเว็บไซต์โดยตรง
Yoast SEO คือ ปลั๊กอินที่มีให้ใช้งานเฉพาะในโปรแกรม WordPress ทำหน้าที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถไต่อันดับสูงขึ้นได้บน Search Engine ด้วยการช่วย Optimize SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ ทั้งในส่วนของ Keyword, Meta Description, รูปภาพ, Internal Links, External Links พร้อมแนะนำแนวทางแก้ไขให้ทันที
Google Analytics คือ เครื่องมือที่ใช้วัดประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โดย Google จะทำการวิเคราะห์และเก็บสถิติข้อมูลเชิงลึกของคนที่เข้ามาเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์รับรู้ข้อมูลด้านต่าง ๆ และสามารถนำมาวิเคราะห์ต่อ เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ของตนเอง
Core Web Vitals คือ หนึ่งในเกณฑ์การจัดอันดับเว็บไซต์บนหน้าค้นหา โดย Google ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานมาก และได้นำมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินการติดอันดับบน Search Engine เว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากที่สุดจึงมีโอกาสติดหน้าแรกของการค้นหา
Anchor Text คือ ข้อความหรือประโยคที่เราทำการฝังลิงก์เอาไว้ เพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้งานให้ไปยังหน้าเพจหรือเว็บไซต์ที่เราต้องการ ซึ่งมันส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ในหน้าการค้นหา เพราะทำให้ตัว Google รู้เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ และยังช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
Alternative Text หรือ Alt Text คือ คำอธิบายรูปภาพที่จะไม่แสดงบนหน้าเว็บไซต์ปกติ แต่จะแทรกอยู่ใน HTML Code เพื่อให้ Google เข้าใจความหมายของรูปภาพที่เราอัปโหลด ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดอันดับ SEO ในหน้าการค้นหา
SEO Youtube คือเทคนิคการปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชื่อคลิป (Title), คำอธิบาย (Description) หรือปกวิดีโอ (Thumbnail) ให้ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเพิ่มโอกาสให้คลิปวิดีโอติดอันดับการค้นหาบน Youtube และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงคอนเทนต์ของตัวธุรกิจได้อย่างง่ายดาย
404 not found คือ หน้าเพจที่แสดงผลผิดพลาดจากการที่ Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลแล้วไม่พบ URL หรือข้อมูลที่อยู่บน Server ของเว็บไซต์ จึงแสดงผลให้ผู้ใช้งานรู้ว่าหน้าเพจนี้ไม่มีอยู่ ลิงก์อาจเสียหรือหน้าเพจมีปัญหา โดยสาเหตุของการเกิด 404 not found เช่น เปลี่ยนชื่อ URL, เปลี่ยนโดเมนเว็บไซต์, โฮสติ้งมีปัญหา และอื่น ๆ
Private Blog Network หรือ PBN คือ เครือข่ายบล็อกส่วนตัวหรือก็คือเว็บไซต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำ Backlink (Off page) ให้กับเว็บไซต์หลักที่เราต้องการโดยเฉพาะ เพื่อให้ Google มองว่าเว็บไซต์หลักมีคุณภาพและน่าเชื่อถือ เป็นการผลักดันให้ตัวเว็บไซต์หลักขึ้นไปติดอันดับ SEO บน Search Engine ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Redirect 301 คือ การเปลี่ยนเส้นทางจาก URL เดิมที่เราไม่ได้ใช้งานแล้ว ไปยัง URL ใหม่ที่เราต้องการใช้แบบถาวร การทำ Redirect 301 จึงเป็นการบอกให้ Google รู้ว่า URL ใหม่ก็คือเว็บไซต์เดิมที่มีตัวตนและยังสามารถคงอันดับเดิมในหน้าค้นหาอีกด้วย
Rich Snippets เป็นฟีเจอร์การแสดงผลบนหน้า Google แบบพิเศษที่ไม่ได้มีเพียง Title และ Description แต่จะมี คำอธิบาย, ราคา หรือคะแนนรีวิวเพิ่มด้วย ซึ่งเป็นการดึงดูดสายตาผู้เข้าชม ทั้งยังกระตุ้นอัตราการคลิกผ่านเว็บไซต์ และหากมีเนื้อหาที่ให้คำตอบกับผู้ใช้งานได้ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อการจัดอันดับ SEO
Long Tail Keywords คือ คำหรือรูปประโยคที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง มักเป็นกลุ่มคำที่สามารถสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน มีการระบุรุ่น ยี่ห้อ ชื่อแบรนด์ ชื่อสินค้า หรือสถานที่ตั้งต่าง ๆ ไว้ เพื่อให้การค้นหาถูกบีบให้แคบและเจอกับสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น ซึ่ง Long Tail Keywords จะเป็น Keywords ที่ถูกใช้โดยผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าหรือบริการจริง ๆ หากเราทำให้ Keywords ประเภทนี้ติดอันดับได้ เราก็มีแนวโน้มที่จะขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น
Internal Link คือลิงก์ที่เชื่อมต่อไปยังหน้าเพจอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ มีจุดประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้ใช้งานให้ไปยัง Content หรือหน้า Landing Page อื่นที่เราต้องการ ช่วยให้ผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์ของเราได้นานขึ้น ซึ่ง Google ก็จะมองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
External Link คือ การวางลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่น ๆ เพื่อให้ Google Bot ที่เข้ามาเก็บข้อมูล เข้าใจว่าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งมันจะทำให้ Search Engine มองเว็บไซต์ของเราว่ามีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และมีประโยชน์ เพราะเรามีการอ้างอิงเนื้อหาจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกันนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานเว็บไซต์อีกด้วย
Site Structure คือ โครงสร้างเว็บไซต์ที่คอยบอกว่าเว็บไซต์เรามีเนื้อหาหรือคอนเทนต์แบบใด และมีรูปแบบการเชื่อมโยงภายในอย่างไร ซึ่งถ้าเราทำ Site Structure ดี มันก็จะทำให้ Google Bot เข้ามาจัดเก็บข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันถ้าเว็บไซต์มี Site Structure ที่ไม่ดี มันก็จะส่งผลเสียต่อการเก็บข้อมูลและเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับ SEO บนหน้าค้นหาของ Google
ไฟล์ WEBP คือ ไฟล์มาตรฐานที่ Google กำหนดขึ้นในช่วงปี 2010 และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ซึ่งในปัจจุบันสามารถรองรับการทำงานได้แทบทุกเบราว์เซอร์ และไฟล์ WEBP ยังได้รับความนิยมสูง เนื่องจากไฟล์ชนิดนี้จะช่วยให้ขนาดไฟล์เล็กลง แต่คงคุณภาพของรูปได้อย่างดีเยี่ยม โดยเล็กกว่า ไฟล์ jpeg กว่า 25-34% และเล็กกว่าไฟล์ png กว่า 22% โดยประมาณ
Schema Markup คือ โค้ดชุดหนึ่งสำหรับเพิ่มเข้าไปในเว็บไซต์ มีหน้าที่ในการเพิ่มข้อมูลหรือเนื้อหาให้กับ Keywords เพื่อเป็นตัวช่วยให้ Google Bot เก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้น ทำให้รู้ว่าเว็บไซต์ของเรามีเนื้อหาหรือคีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งจะส่งผลให้เว็บไซต์ที่ติดตั้ง Schema Markup มีโอกาสติดอันดับบนหน้าค้นหาของ Google มากขึ้น
Bounce Rate คือ อัตราการคลิกเข้าชมเว็บไซต์ของผู้ใช้งานที่คลิกเพียงหน้าเดียว จากนั้นก็กดปิดทันที โดยไม่มีการคลิกต่อหรือมีส่วนร่วมใด ๆ ค่านี้จึงเปรียบเสมือนตัวชี้วัดเนื้อหาและคุณภาพของตัวเว็บไซต์ ที่ทาง Google นำไปใช้เป็นเกณฑ์ในการจัดอันดับบนหน้าค้นหา
YMYL คือ อัลกอริทึมจากทาง Google ที่สร้างขึ้น เพื่อทำหน้าที่คัดกรองเนื้อหาเฉพาะด้าน เนื่องจากในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องของการเงิน การลงทุน หรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเองมากขึ้น ดังนั้น ทุกเว็บไซต์จึงจำเป็นต้องนำเสนอเนื้อหาหรือข้อมูลที่ถูกต้องให้กับผู้ใช้งาน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ (ทั้งนี้คำว่า YMYL ย่อมาจากคำว่า “Your Money Or Your Life” ซึ่งแปลว่า “เงินหรือชีวิต” นั่นเอง)
ChatGPT คือ แชทบอทปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดยบริษัทวิจัย OpenAI ย่อมาจากคำว่า “Chat” และ “Generative Pre-training Transformer” ตัวแชทบอทถูกออกแบบมาให้ตอบคำถามกับผู้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ก็ยังต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลการทำงานด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
Plugin WordPress คือ ส่วนขยายหรือโปรแกรมเสริมของซอฟต์แวร์บน WordPress ที่จะช่วยเพิ่มหรือขยายฟังก์ชันใหม่ ๆ ให้กับตัวเว็บไซต์ ทำให้นักพัฒนาสามารถปรับปรุงเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย และช่วยประหยัดเวลาในการทำงานมากยิ่งขึ้น
WordPress คือ โปรแกรมสำเร็จรูปที่ใช้สร้างและจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ประเภท CMS ซึ่งเขียนด้วยภาษา PHP และใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล MySQL ถือเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเว็บไซต์และปรับแต่งได้อย่างอิสระแม้จะไม่มีความรู้ เพราะมี Plugin และ Theme สำเร็จรูปต่าง ๆ ให้เราเลือกใช้
Link Building คือ กลยุทธ์การเชื่อมโยงเว็บไซต์อื่น ๆ มายังเว็บไซต์ของเรา หรือที่เรียกว่า “Backlink” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงและความน่าเชื่อถือให้กับตัวเว็บไซต์ โดยมักจะเชื่อมโยงเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันเป็นหลัก
E-commerce คือ การซื้อ-ขายสินค้าและบริการผ่านออนไลน์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์” เพราะเป็นธุรกรรมการเงินที่ต้องทำผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก โดยทั่วไป E-commerce สามารถปรับใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบ B2B (Business to Business) หรือธุรกิจแบบ B2C (Business to Customer)
Landing Page คือหน้าเว็บไซต์หนึ่งหน้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง เช่น เพื่อนำเสนอสินค้าบริการ, เพื่อโฆษณาส่วนลดโปรโมชัน หรือเพื่อให้ลูกค้ากรอกข้อมูลรับข่าวสาร โดย Landing Page ในแต่ละเว็บไซต์ก็มีหน้าตาและรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
LSI Keywords คือการใช้เทคนิคเลือกคำที่สอดคล้องกับ Main Keyword ที่เราต้องการจะโฟกัสหรือเกี่ยวข้องกับเนื้อหาของเรา เพื่อให้ Google เข้าใจในคอนเทนต์ และบริบทที่เราต้องการจะสื่อมากขึ้น ซึ่งการทำ LSI Keywords ที่ดี จะช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาเจอได้ง่าย และยังช่วยให้หน้าเว็บของเราถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ อีกด้วยถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่บริษัทรับทำ SEO ทั่วโลกต่างเลือกใช้
HTTP Status คือ ชุดตัวเลขที่ประกอบเข้าด้วยกัน 3 ตัว มีไว้ตอบกลับจากเซิฟเวอร์เพื่อแจ้งปัญหาต่าง ๆ ให้ผู้ใช้งานทราบ ว่าปัญหาในการดาวน์โหลดหน้าเว็บไซต์แล้วไม่ขึ้นนั้น เกิดจากสาเหตุอะไร ต้องแก้ไขอย่างไรถึงจะถูกต้อง
การทำ Disavow Links เป็นการปฏิเสธลิงก์ที่ไม่ดีและไม่มีคุณภาพที่ส่งมายังตัวเว็บไซต์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการ Spam Backlink ที่อาจส่งผลให้ตัวเว็บโดนลงโทษได้ แม้ว่าตัวธุรกิจคุณจะไม่ได้ทำลิงก์เหล่านั้นขึ้นมาและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับลิงก์เหล่านั้นก็ตาม
Search Engine คือ โปรแกรมที่อำนวยความสะดวกเรื่องการหาข้อมูล เมื่อผู้ใช้งานพิมพ์คำ วลี หรือประโยค ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยากรู้ Search Engine ก็จะแสดงผลออกมาเป็นเว็บไซต์ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอ นอกจากนี้ ยังมีระบบรวบรวมสถิติการค้นหา และวิเคราะห์ว่าข้อมูลใดเป็นที่นิยม เพื่อจัดลำดับการแสดงผลให้ตรงกับความต้องการในครั้งถัดไป
กำลังมองหาบริการ รับทำ SEO
อยากได้ทีม SEO Agency ผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่ดูแลธุรกิจของคุณเหมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวอยู่หรือเปล่า?
แชร์ธุรกิจของคุณกับเรา และเริ่มต้นวางแผนการทำ SEO ไปพร้อมกับ SEO Specialist ของเราได้เลยวันนี้!
-
Worry Free Submission. Your Privacy is our First Priority.
-
Worry Free Submission. Your Privacy is our First Priority.